ผลการค้นหาตามปี "2496" (727 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 610/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหย่าโดยความยินยอมและการสิ้นสุดสภาพสมรสที่จดทะเบียนต่างประเทศ
สามีภริยายื่นคำร้องต่อกรมการอำเภอ มีข้อความกล่าวไว้ชัดแจ้งว่าทั้งสองฝ่ายตกลงหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายมีพยานลงลายมือชื่อสองคนดังนี้ก็ถือได้ว่า หนังสือคำร้องนั้นเป็นหนังสือหย่าอย่างบริบูรณ์ ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1498
ชายไทยทำการสมรสกับหญิงต่างด้าว ณ ต่างประเทศได้จดทะเบียนณ ต่างประเทศ โดยมิได้จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานทูตหรือกงศุลไทยตามมาตรา 1450 วรรคท้าย นั้นการสมรสดังว่านี้ เป็นการสมรสที่มิได้ทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉะนั้นการหย่าจึงไม่ต้องจดทะเบียนตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ก็ใช้ได้
ชายไทยทำการสมรสกับหญิงต่างด้าว ณ ต่างประเทศได้จดทะเบียนณ ต่างประเทศ โดยมิได้จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานทูตหรือกงศุลไทยตามมาตรา 1450 วรรคท้าย นั้นการสมรสดังว่านี้ เป็นการสมรสที่มิได้ทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉะนั้นการหย่าจึงไม่ต้องจดทะเบียนตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ก็ใช้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 604/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีอาญาชิงทรัพย์ แม้โจทก์มิได้ส่งบัญชีทรัพย์พร้อมฟ้อง แต่จำเลยมิได้โต้แย้งเรื่องทรัพย์ จึงเป็นฟ้องที่ชอบ
ฟ้องว่าลักทรัพย์ไปตามบัญชีท้ายฟ้อง แต่โจทก์ไม่ได้ส่งบัญชีทรัพย์ไปพร้อมกับฟ้อง เพิ่งจะส่งเมื่อสืบเจ้าทรัพย์พยานโจทก์ศาลสั่งรับไว้คดีนี้จำเลยอ้างฐานที่อยู่ไม่ได้โต้เถียงในเรื่องทรัพย์จึงเป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 602/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำในคดีอาญา: การกระทำเป็นกรรมเดียวกัน แม้เปลี่ยนฐานความผิด
การกระทำของจำเลยเป็นกรรมและวาระเดียวกัน เมื่ออัยการเป็นโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษและศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกาย คดีถึงที่สุดแล้วผู้เสียหายจะมาฟ้องจำเลยหาว่าชิงทรัพย์ โดยใช้กำลังทำร้ายร่างกายอีกไม่ได้ เป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา39(4)(อ้างฎีกาที่ 168/2489)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 602/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องซ้ำในคดีอาญา: การกระทำเป็นกรรมเดียวกัน
การกระทำของจำเลยเป็นกรรมและวาระเดียวกัน เมื่ออัยการเป็นโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษและศาลได้พิพากษาลงโทษ จำเลยฐานทำร้ายร่างกาย คดีถึงที่สุดแล้วผู้เสียหายจะมาฟ้องจำเลยหาว่าชิงทรัพย์ โดยใช้กำลังทำร้ายร่างกายอีกไม่ ได้ เป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตามวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39 (4)./
(อ้างฎีกาที่ 168/2489)
(อ้างฎีกาที่ 168/2489)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 601/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
บาดแผลจากการถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีคมเข้าข่ายบาดแผลสาหัสตามกฎหมายอาญา
ผู้เสียหายถูกท้ายร้ายโดยมีดโต้ มีบาดแผลถึง 7 แผล ต้องนอนรักษาตัวอยู่นานถึง 1 เดือน 19 วัน จึงพอทุเลา ลุกนั่ง ได้ ระหว่างนั้น ทำการงานอะไรไม่ได้เลย แผลที่ 1 คือกลางหลังกว้าง 5 ซ.ม. ยาว 8 ซ.ม. ทลุกลวง แพทย์ผู้รักษาว่า ถ้ารักษาไม่ทันท่วงทีหรือไม่ดี อาจถึงตายได้ ทั้งจำเลยก็มิได้นำสืบโต้แย้งอย่างไร ดังนี้ ต้องถือว่าเป็นบาดแผลเข้า ลักษณะที่ไม่สามารถประกอบการงานตามปกติได้เกินกว่า 20 วัน เป็นบาดแผลสาหัสตามมาตรา 256 (8)./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 601/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คดีทำร้ายร่างกายสาหัส ผู้เสียหายถูกทำร้ายด้วยมีดบาดเจ็บสาหัสและต้องรักษาตัวนาน ศาลพิจารณาโทษลดลงเนื่องจากผู้เสียหายเป็นฝ่ายก่อเหตุ
ผู้เสียหายถูกทำร้ายโดยมีดโต้ มีบาดแผลถึง 7 แผล ต้องนอนรักษาตัวอยู่นานถึง 1 เดือน 19 วัน จึงพอทุเลาลุกนั่งได้ระหว่างนั้น ทำการงานอะไรไม่ได้เลย แผลที่ 1 คือกลางหลังกว้าง 5 ซ.ม.ยาว 8 ซ.ม. ทลุกลวงแพทย์ผู้รักษาว่า ถ้ารักษาไม่ทันท่วงทีหรือไม่ดีอาจถึงตายได้ทั้งจำเลยก็มิได้นำสืบโต้แย้งอย่างไร ดังนี้ต้องถือว่าเป็นบาดแผลเข้าลักษณะที่ไม่สามารถประกอบการงานตามปกติได้เกินกว่า20 วัน เป็นบาดแผลสาหัสตามมาตรา256(8)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 597/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายข้าวสารเกิน 500 บาท และความรับผิดของตัวแทนต่อบุคคลภายนอก
การซื้อขายข้าวสารและรำราคาเกิน 500 บาท ซึ่งผู้ซื้อได้รับของไปแล้ว ไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือก็ฟ้องให้ชำระราคาได้
ตัวแทนไม่ต้องรับผิดต่อคนภายนอกเป็นส่วนตัว ในสัญญาที่ได้ทำแทนตัวการ
ตัวแทนไม่ต้องรับผิดต่อคนภายนอกเป็นส่วนตัว ในสัญญาที่ได้ทำแทนตัวการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 591/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปฏิบัติตามสัญญา การส่งมอบสินค้าไม่ครบถ้วน และผลกระทบต่อการผิดสัญญา
โจทก์จำเลย สัญญาตกลงกันว่าจำเลยจะจัดการซ่อมแซมและจัดหาเครื่องจักรให้พร้อมบูรณ์เหมือนเดิม ส่งมอบให้โจทก์ก่อนวันที่ 25 กันยายน แต่โจทก์จะต้องมีกรรมการผู้เป็นกลางไปตรวจรับมอบด้วย 3 คน ครั้นถึงวันที่ 25 กันยายนแม้โจทก์จะมีกรรมการคนเดียวไปรับมอบขาดกรรมการไป 2 คนแต่ปรากฏว่า จำเลยยังจัดการซ่อมแซมเครื่องจักรไม่เสร็จและยังจัดหาเครื่องจักรไม่ครบถ้วนดังนี้ จะถือว่าโจทก์ผิดสัญญายังไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 591/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไม่ครบถ้วนตามสัญญาและการรับมอบเครื่องจักรที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ถือเป็นการผิดสัญญา
โจทก์จำเลย สัญญาตกลงกันว่าจำเลยจะจัดการซ่อมแซมและจัดหาเครื่องจักรให้พร้อมสมบูรร์เหมือนเดิม ส่งมอบให้ โจทก์ก่อนวันที่ 25 กันยายน แต่โจทก์จะต้องมีกรรมการผู้เป็นกลางไปตรวจรับมอบด้วย 3 คน ครั้นถึงวันที่ 258 กันายน แม้โจทก์จะมีกรรมการคนเดียวไปรับมอบขาดกรรมการไป 2 คน แต่ปรากฎว่า จำเลยยังจัดการซ่อมแซม เครื่องจักรไม่เสร็จและยังจัดหาเครื่องจักรไม่ครบถ้วน ดังนี้ จะถือว่าโจทก์ผิดสัญญายังไม่ได้ ./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 590/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาฎีกาและการดุลยพินิจของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับการรอการลงโทษ
คดีที่ห้ามฎีกา ผู้พากษาผู้พิจารณาในศาลชั้นต้นบรรทึกมาในฎีกา "ศาลชั้นต้นลงโทษแต่ให้รอการลงโทษไว้ ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกทันที จึงเป็นเรื่องดุลยพินิจของศาลชั้นต้นเห็นด้วยความเคารพและสุจริตใจว่า ชอบที่ศาล ฎีกาจะได้ชี้ขาดเพื่อเป็นบรรทัดฐานทั้งศาลชั้นต้นก็เคยมีเรื่องศาลชั้นต้นให้รอการลงโทษ และศาลอุทธรณ์ลงโทษ ทันที แต่ศาลฎีกาให้รอไว้ดังที่ผู้ฎีกาได้อ้างมานั้น จึงเห็นควรให้รับฎีกาไว้ เพื่อศาลฎีกาจะได้พิจารณาต่อไป" ดังนี้ มิได้แสดงว่าข้อความที่ตัดสินมาเป็นปัญหาสำคัญ มิได้ แสดงว่า ผู้พิพากษาผู้พิจารณา อนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาจึงรับ ไว้พิจารณา ไม่ได้./