Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2501 — หน้า 24

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2501" (682 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 505/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พินัยกรรมฝ่ายเมืองสมบูรณ์ตามกฎหมาย แม้พยานเป็นข้าราชการระดับต่ำกว่า
พินัยกรรมที่เป็นเอกสารฝ่ายเมืองนั้น เมื่อมีปลัดอำเภอเป็นผู้บันทึกในฐานะเป็นกรมการอำเภอ และมีพยานลงชื่อเป็นพยานอีก 2 คนแล้ว ก็เป็นพินัยกรรมที่สมบูรณ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1658 แล้ว แม้พยานทั้งสองคนจะเป็นเสมียนอำเภอก็ตาม ก็หาทำให้พินัยกรรมนั้นเสียไปอย่างใดไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 504/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ขายฝาก: สิทธิของผู้ขายฝากแม้กรรมสิทธิ์จะหลุดไปแล้ว และการไม่ถือว่าเป็นบริวาร
แม้บ้านที่ซื้อฝากไว้จะหลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์ผู้รับซื้อฝากตามกฎหมายแล้วก็ตามแต่ถ้าผู้ขายฝากยังไม่ได้มอบบ้านให้แก่โจทก์ผู้รับซื้อฝาก ผู้รับซื้อฝากจะฟ้องจำเลยผู้อาศัยผู้ขายฝากอยู่ ไม่ฟ้องขอให้ศาลบังคับผู้ขายฝากส่งมอบบ้าน โดยจะถือว่าผู้ขายฝากเป็นบริวารของจำเลยหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 504/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ขายฝาก: การส่งมอบทรัพย์สินและการเป็นบริวาร
แม้บ้านที่ซื้อฝากไว้จะหลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์ผู้รับซื้อฝากตามกฎหมายแล้วก็ตาม แต่ถ้าผู้ขายฝากยังไม่ได้มอบบ้านให้แก่โจทก์ผู้รับซื้อฝาก ๆ จะฟ้อง จำเลยผู้อาศัยผู้ขายฝากอยู่ ไม่ฟ้องขอให้ศาลบังคับผู้ขายฝากส่งมอบบ้าน โดยจะถือว่าผู้ขายฝากเป็นบริวารของจำเลยหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 503/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับจ้างล่องเรือที่มีเอกสารถูกต้อง ไม่ถือเป็นความผิดฐานครอบครองไม้แปรรูปโดยไม่ได้รับอนุญาต
รับจ้างเขาล่องเรือที่เป็นไม้แปรรูปในเขตควบคุมการแปรรูปไม้เรือนั้นมีเจ้าของแท้จริงและมีใบกำกับไม้แปรรูปดั่งนี้ ไม่เป็นความผิดและศาลไม่จำต้องวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองเรือนั้นหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 503/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองไม้แปรรูปเพื่อทำเรือโดยมีเจ้าของและใบกำกับไม้ ไม่ถือเป็นความผิด
รับจ้างเขาล่องเรือที่เป็นไม้แปรรูปในเขตควบคุมการแปรรูปไม้เรือนั้นมีเจ้าของแท้จริงและมีใบกำกับไม้แปรรูป ดั่งนี้ ไม่เป็นความผิดและศาลไม่จำต้องวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นผู้ครอบครองเรือนั้นหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 50/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ขนส่ง กรณีของสูญหายระหว่างขนส่ง และการฟ้องร้องต่อศาลในประเทศไทย
โจทก์เป็นผู้ส่งของและเป็นเจ้าของของนั้นด้วย จำเลยเป็นผู้รับของไปส่งต่างประเทศโดยเป็นตัวแทนของบริษัทขนส่งซึ่งอยู่ต่างประเทศ สัญญารับขนทำกันในจังหวัดพระนคร ของสูญหายระหว่างทาง โจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกราคาของนั้นจากจำเลยต่อศาลเมืองไทยในจังหวัดพระนครได้
ป.พ.พ. มาตรา 824 บัญญัติไว้เพื่อความสะดวกแก่บุคคลในประเทศไทยที่จะฟ้องร้องตัวแทนที่อยู่ในประเทศไทยของตัวการที่อยู่ในต่างประเทศต่อศาลไทย แทนที่จะต้องไปฟ้องในศาลต่างประเทศเท่านั้น ไม่ได้หมายความเลยไปว่าตัวการที่อยู่ในต่างประเทศจะไม่มีความรับผิดต่อบุคคลภายนอกที่ทำสัญญากับตัวแทนของคนในประเทศไทย และไม่ได้หมายความว่า ตัวแทนไม่มีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ตัวการของตนที่อยู่ในต่างประเทศสำหรับหนี้สินใด ๆ ที่ตัวแทนได้ก่อขึ้นเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 50/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิของผู้ส่งของในการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้รับขนในไทย แม้มีตัวแทนต่างประเทศ
โจทก์เป็นผู้ส่งของและเป็นเจ้าของของนั้นด้วยจำเลยเป็นผู้รับของไปส่งต่างประเทศโดยเป็นตัวแทนของบริษัทขนส่งซึ่งอยู่ต่างประเทศสัญญารับขนทำกันในจังหวัดพระนคร ของสูญหายระหว่างทางโจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกราคาของนั้นจากจำเลยต่อศาลเมืองไทยในจังหวัดพระนครได้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 บัญญัติไว้เพื่อความสะดวกแก่บุคคลในประเทศไทยที่จะฟ้องร้องตัวแทนที่อยู่ในประเทศไทยของตัวการที่อยู่ในต่างประเทศต่อศาลไทย แทนที่จะต้องไปฟ้องในศาลต่างประเทศเท่านั้นไม่ได้หมายความเลยไปว่าตัวการที่อยู่ในต่างประเทศจะไม่มีความรับผิดต่อบุคคลภายนอกที่ทำสัญญากับตัวแทนของตนในประเทศไทยและไม่ได้หมายความว่า ตัวแทนไม่มีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ตัวการของตนที่อยู่ในต่างประเทศสำหรับหนี้สินใดๆ ที่ตัวแทนได้ก่อขึ้นเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 502/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พยานบุคคลจากคำตายของผู้ถูกยิง และคำรับสารภาพของจำเลย เพียงพอต่อการพิพากษาลงโทษฐานฆ่าโดยเจตนา
คำที่ผู้ถูกยิงร้องบอกกล่าวขึ้นทันทีไม่มีเวลาคิดตรองรับฟังเป็นพยานได้
คำที่ผู้ถูกยิงบอกแก่มารดาอีก 3-4 คำเป็นการยืนยันว่าที่ร้องบอกกล่าวนั้น ไม่ใช่การสงสัย
คำที่ผู้ถูกยิงบอกกำนัน โดยรู้ตัวว่าใกล้จะตายว่าจำเลยยิงรับฟังประกอบได้
จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวนโดยบริสุทธิ์ใจ ประกอบกับคำบอกกล่าวของผู้ถูกยิงข้างต้นฟังลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนโดยเจตนาได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 499/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องเรียกค่าบุหรี่ค้างชำระ โดยโจทก์ฟ้องในฐานะส่วนตัว ไม่ใช่ฐานะหุ้นส่วน
โจทก์กล่าวฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2496 โจทก์กับพวกได้เข้าหุ้นกันรับบุหรี่มาจำหน่าย และโจทก์ได้ขายบุหรี่แก่จำเลย จำเลยยังค้างชำระค่าบุหรี่อยู่12,036.05 บาทขอเรียกราคาบุหรี่ที่ค้าง ครั้นเวลานำสืบ โจทก์กลับนำสืบว่าที่โจทก์กับพวกเข้าหุ้นกันเช่นว่านั้นคือเมื่อ พ.ศ.2493(ไม่ใช่ พ.ศ.2496 ตามที่บรรยายในฟ้อง) เช่นนี้ ไม่กระทำให้คดีของโจทก์เสียไปอย่างใดเพราะเห็นได้ชัดว่าโจทก์ฟ้องคดีในฐานะส่วนตัวของโจทก์มิใช่ฟ้องในฐานะเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น ข้อที่ว่าโจทก์จะได้เป็นหุ้นส่วนนั้นเมื่อใด จึงมิใช่เป็นประเด็นข้อแพ้ชนะในคดีนี้ และเป็นคนละเรื่องกับที่โจทก์ฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 499/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องเรียกค่าบุหรี่ค้างชำระ: โจทก์ฟ้องในฐานะส่วนตัว ไม่ใช่ฐานะหุ้นส่วน แม้เวลาในการเข้าหุ้นจะแตกต่างกัน
โจทก์กล่าวฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2496 โจทก์กับพวกได้เข้าหุ้นกันรับบุหรี่มาจำหน่าย และโจทก์ได้ขายบุหรี่แก่จำเลย ๆ ยังค้างชำระค่าบุหรี่อยู่ 12,036.05 บาท ขอเรียกราคาบุหรี่ที่ค้าง ครั้นเวลานำสืบ โจทก์กลับนำสืบว่าที่โจทก์กับพวกเข้าหุ้นกันเช่นว่านั้นคือเมื่อ พ.ศ. 2493 (ไม่ใช่ พ.ศ.2496 ตามที่บรรยายในฟ้อง) เช่นนี้ ไม่กระทำให้คดีของโจทก์เสียไปอย่างใด เพราะเห็นได้ชัดว่าโจทก์ฟ้องคดีในฐานะส่วนตัวของโจทก์ มิใช่ฟ้องในฐานะเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น ข้อที่ว่าโจทก์จะได้เป็นหุ้นส่วนนั้นเมื่อใด จึงมิใช่เป็นประเด็นข้อแพ้ชนะในคดีนี้ และเป็นคนละเรื่องกับที่โจทก์ฟ้อง
of 69 ⏮ ◀ ▶ ⏭