ผลการค้นหาตามปี "2499" (843 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 572/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องอาญาฐานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต การแจ้งรายละเอียดประกาศทางราชการในฟ้อง
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้และมีไม้แปรรูปไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต โดยกล่าวในฟ้องว่าประกาศของกระทรวงเกษตรได้คัดสำเนาปิดไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอที่ว่าการกำนันและที่สาธารณะแล้วนั้นเป็นฟ้องที่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา158 แล้ว ไม่จำต้องมีสำเนาประกาศแนบมาท้ายฟ้องด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 572/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความสมบูรณ์ของฟ้องอาญาที่อ้างถึงประกาศกระทรวงเกษตร การแจ้งการปิดประกาศ และการแนบสำเนา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้และมีไม้แปรรูปไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต โดยกล่าวในฟ้องว่าประกาศของกระทรวงเกษตรได้คัดสำเนาปิดไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอ ที่ว่าการกำนันและที่สาธารณะแล้วนั้น เป็นฟ้องที่ชอบด้วย วิ.อาญา ม.158 แล้ว ไม่จำเต้องมีสำเนาประกาศแนบมาท้ายฟ้องด้วย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์: การสืบพยานเรื่องคัดค้านเพื่อสนับสนุนการครอบครองโดยสงบและเปิดเผยไม่ถือเป็นนอกฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์จำเลยอาศัยขอให้ขับไล่จำเลยต่อสู้ว่าเป็นของจำเลยที่พิพาทเดิมเป็นของบรรพบุรุษของสามีจำเลยได้ครอบครองโดยสงบเปิดเผยตกทอดสืบมาจนถึงจำเลย
ดังนี้ชั้นพิจารณาจำเลยนำสืบถึงนางเผื่อนว่า (มารดาสามีจำเลย)ได้เคยร้องคัดค้านเกี่ยวกับที่พิพาทไว้อย่างไรนั้นย่อมสืบได้ ไม่เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็นเพราะการสืบถึงเรื่องคัดค้านในกรณีนี้ก็คือการสืบถึงเหตุที่มาแห่งการครอบครองโดยสงบและเปิดเผยนั้นเอง
ดังนี้ชั้นพิจารณาจำเลยนำสืบถึงนางเผื่อนว่า (มารดาสามีจำเลย)ได้เคยร้องคัดค้านเกี่ยวกับที่พิพาทไว้อย่างไรนั้นย่อมสืบได้ ไม่เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็นเพราะการสืบถึงเรื่องคัดค้านในกรณีนี้ก็คือการสืบถึงเหตุที่มาแห่งการครอบครองโดยสงบและเปิดเผยนั้นเอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์: การสืบพยานถึงเหตุแห่งการครอบครองโดยสงบและเปิดเผยเพื่อพิสูจน์กรรมสิทธิ์
โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยอาศัยขอให้ขับไล ่จำเลยต่อสู้ว่าเป็นของจำเลยที่พิพาทเดิมเป็นของบรรพบุรุษของสามีจำเลยได้ครอบครองโดยสงบเปิดเผยตกทอดสืบมาจนถึงจำเลย
ดังนี้ชั้นพิจารณาจำเลยนำสืบถึงนางเผื่อนว่า (มารดาสามีจำเลย) ได้เคยร้องคัดค้านเกี่ยวกับที่พิพาทไว้อย่างไรนั้นย่อมสืบได้ไม่เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็นเพราะการสืบถึงเรื่องคัดค้านในกรณีนี้ก็คือการสืบถึงเหตุที่มาแห่งการครอบครองโดยสงบและเปิดเผยนั้นเอง.
ดังนี้ชั้นพิจารณาจำเลยนำสืบถึงนางเผื่อนว่า (มารดาสามีจำเลย) ได้เคยร้องคัดค้านเกี่ยวกับที่พิพาทไว้อย่างไรนั้นย่อมสืบได้ไม่เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็นเพราะการสืบถึงเรื่องคัดค้านในกรณีนี้ก็คือการสืบถึงเหตุที่มาแห่งการครอบครองโดยสงบและเปิดเผยนั้นเอง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 570/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลงโทษความผิดหลายบทจากการกระทำต่อเนื่องในที่เกิดเหตุเดียวกัน
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษ ก.ม.อาญา ม.73 แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าจะต้องเพิ่มโทษจำเลยตาม ม.72 ศาลก็เพิ่มโทษจำเลยตาม ม.72 ได้ไม่เป็นการเกินคำขอ
จำเลยทำการชิงทรัพย์และได้ทำให้ทรัพย์ของเจ้าของทรัพย์เสียหายด้วย เมื่อปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเกิดขึ้นในถานที่เดียวกันในเวลาติดต่อเนื่องกันด้วยเจตนามุ่งหวังในทรัพย์ไม่ขาดตอนกันเช่นนี้การกระทำของจำเลยถือว่าเป็นความผิดหลายบทไม่ใช่หลายกะทง.
จำเลยทำการชิงทรัพย์และได้ทำให้ทรัพย์ของเจ้าของทรัพย์เสียหายด้วย เมื่อปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเกิดขึ้นในถานที่เดียวกันในเวลาติดต่อเนื่องกันด้วยเจตนามุ่งหวังในทรัพย์ไม่ขาดตอนกันเช่นนี้การกระทำของจำเลยถือว่าเป็นความผิดหลายบทไม่ใช่หลายกะทง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 570/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดหลายบท vs. หลายกระทง และการเพิ่มโทษตามกฎหมายอาญา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตาม กฎหมายลักษณะอาญามาตรา 73 แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าจะต้องเพิ่มโทษจำเลยตาม มาตรา 72 ศาลก็เพิ่มโทษจำเลยตาม มาตรา 72 ได้ไม่เป็นการเกินคำขอ
จำเลยทำการชิงทรัพย์และได้ทำให้ทรัพย์ของเจ้าทรัพย์เสียหายด้วยเมื่อปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเกิดขึ้นในสถานที่เดียวกันในเวลาติดต่อเนื่องกันด้วยเจตนามุ่งหวังในทรัพย์ไม่ขาดตอนกันเช่นนี้การกระทำของจำเลยถือว่าเป็นความผิดหลายบทไม่ใช่หลายกระทง
จำเลยทำการชิงทรัพย์และได้ทำให้ทรัพย์ของเจ้าทรัพย์เสียหายด้วยเมื่อปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเกิดขึ้นในสถานที่เดียวกันในเวลาติดต่อเนื่องกันด้วยเจตนามุ่งหวังในทรัพย์ไม่ขาดตอนกันเช่นนี้การกระทำของจำเลยถือว่าเป็นความผิดหลายบทไม่ใช่หลายกระทง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 56/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องผิดฐานยักยอกทรัพย์ของเจ้าพนักงาน: จำเลยถูกกล่าวหาว่าเรียกเก็บเงินภาษีเกินและยักยอก ศาลยกฟ้องเนื่องจากฟ้องไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
ตาม กฎหมายอาญา มาตรา131 เป็นบทบัญญัติเรื่องเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ของรัฐบาลซึ่งอยู่ในความปกครองรักษาตามหน้าที่ของตนเมื่อฟ้องของโจทก์กล่าวซ้ำๆ กันแต่ในเรื่องจำเลยเรียกเก็บเงินค่าภาษีเกินกว่าที่ควรจะเก็บแล้วยักยอกเงินส่วนที่เรียกเก็บเกินมานั้นย่อมเห็นได้ชัดว่าโจทก์ฟ้องเจาะจงความผิดตาม มาตรา135 โดยตรงไม่มีข้อความให้เห็นว่ามุ่งถึง มาตรา131 เลย
เมื่อข้อเท็จจริงที่ปรากฏไม่ใช่เรื่องเรียกเก็บเงินค่าภาษีเกินกว่าที่ควรจะเก็บดังฟ้องเช่นนี้ ศาลต้องยกฟ้อง
เมื่อข้อเท็จจริงที่ปรากฏไม่ใช่เรื่องเรียกเก็บเงินค่าภาษีเกินกว่าที่ควรจะเก็บดังฟ้องเช่นนี้ ศาลต้องยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 56/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องอาญาที่เจาะจงความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ต้องสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ศาลพิจารณา หากไม่สอดคล้อง ศาลต้องยกฟ้อง
ตาม ก.ม.อาญา ม.131 เป็นบทบัญญัติเรื่องเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ของรัฐบาลซึ่งอยู่ในความปกครองรักษาตามหน้าที่ของตน.เมื่อฟ้องของโจทก์กล่าวซ้ำ ๆ กันแต่ในเรื่องจำเลยเรียกเก็บเงินค่าภาษีเกินกว่าที่ควรจะเก็บแล้วยักยอกเงินส่วนที่เรียกเก็บเกินมานั้นย่อมเห็นได้ชัดว่าโจทก์ฟ้องเจาะจงความผิดตาม ม.135 โดยตรงไม่มีข้อความให้เห็นว่ามุ่งถึง ม.131 เลย
เมื่อข้อเท็จจริงที่ปรากฏไม่ใช่เรื่องเรียกเก็บเงินค่าภาษีเกินกว่าที่ควรจะเก็บดังฟ้องเช่นนี้ ศาลต้องยกฟ้องศาล.
เมื่อข้อเท็จจริงที่ปรากฏไม่ใช่เรื่องเรียกเก็บเงินค่าภาษีเกินกว่าที่ควรจะเก็บดังฟ้องเช่นนี้ ศาลต้องยกฟ้องศาล.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 557/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การที่จำเลยอุทธรณ์เฉพาะข้อเท็จจริงในชั้นอุทธรณ์ ทำให้ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยประเด็นข้อกฎหมายที่จำเลยยกขึ้นใหม่ในชั้นฎีกา
จำเลยให้การต่อสู้ไว้ในคำให้การว่าฟ้องของโจทก์ที่กล่าวว่าจำเลยโดยร่วมกันและแทนกันไม่แจ้งชัดว่าจะให้รับผิดฐานใดนั้นเป็นฟ้องเคลือบคลุมและว่าการซื้อสิ่งของมิได้มีกรรมการลงนามประทับตราตามข้อบังคับของบริษัทกิจการนั้นย่อมไม่ผูกพันบริษัท ข้อต่อสู้ดังกล่าวนี้เมื่อจำเลยอุทธรณ์ จำเลยเป็นแต่อัยการข้อเท็จจริงมิได้อุทธรณ์ปัญหา ข้อ ก.ม. ทั้งสองประการนี้ แต่มาในชั้นฎีกาจำเลยฎีกาปัญหาข้อ ก.ม.ทั้งสองประการนี้ด้วย ศาลฎีกาถือว่าปัญหาข้อ ก.ม.นี้จำเลยมิได้หยิบยกขึ้นว่ากล่าวมาแต่ขั้นอัยการดังนี้ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 557/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฎีกาต้องยกข้อกฎหมายขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ มิเช่นนั้นศาลฎีกาจะไม่รับวินิจฉัย
จำเลยให้การต่อสู้ไว้ในคำให้การว่าฟ้องของโจทก์ที่กล่าวว่าจำเลยโดยร่วมกันและแทนกันไม่แจ้งชัดว่าจะให้รับผิดในฐานใดนั้นเป็นฟ้องเคลือบคลุมและว่าการซื้อสิ่งของมิได้มีกรรมการลงนามประทับตราตามข้อบังคับของบริษัทกิจการนั้นย่อมไม่ผูกพันบริษัทข้อต่อสู้ดังกล่าวนี้เมื่อจำเลยอุทธรณ์จำเลยเป็นแต่อุทธรณ์ข้อเท็จจริงมิได้อุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายทั้งสองประการนี้แต่มาในชั้นฎีกาจำเลยฎีกาปัญหาข้อกฎหมายทั้งสองประการนี้ด้วยศาลฎีกาถือว่าปัญหาข้อกฎหมายนี้จำเลยมิได้หยิบยกขึ้นว่ากล่าวมาแต่ชั้นอุทธรณ์ดังนี้ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้