ผลการค้นหาตามปี "2507" (492 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 293/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาหลบหนีเป็นสำคัญ: แม้ไม่มีผู้คุม แต่หากไม่มีเจตนาหลบหนีก็ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190
ความผิดฐานหลบหนีระหว่างที่ถูกคุมขัง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190 นั้น จะต้องมีเจตนาหลบหนีด้วยฉะนั้น เมื่อจำเลยซึ่งเป็นนักโทษต้องคุมขังตามอำนาจของศาลป่วยเป็นโรคประสาทได้รับอนุญาตจากพัสดีให้ไปรักษาตัว ณ โรงพยาบาลนอกเรือนจำ โดยมีผู้คุมไปด้วยแม้ขณะกลับเรือนจำจะไม่มีผู้คุมควบคุมตัวจำเลยก็ตามจำเลยก็ยังหามีความผิดฐานหลบหนีที่คุมขังไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 293/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาหลบหนีเป็นสำคัญ: ผู้ป่วยจิตเวชได้รับอนุญาตไปรักษา ไม่ถือหลบหนี
ความผิดฐานหลบหนีระหว่างที่ถูกคุมขังตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190 นั้นจะต้องมีเจตนาหลบหนีด้วย ฉะนั้น เมื่อจำเลยซึ่งเป็นนักโทษต้องคุมขังตามอำนาจของศาลป่วยเป็นโรคประสาท ได้รับอนุญาตจากพัศดีให้ไปรักษาตัว ณ โรงพยาบาลนอกเรือนจำโดยมีผู้คุมไปด้วย แม้ขณะกลับเรือนจำจะไม่มีผู้คุมควบคุมตัวจำเลยก็ตาม จำเลยก็ยังหามีความผิดฐานหลบหนีที่คุมขังไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 289/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในการผ่านทางแยก: รถที่มาถึงก่อนมีสิทธิไปก่อน แม้กฎหมายกำหนดรถจากซ้ายไปก่อน
ตามประกาศเจ้าพนักงานจราจร ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก ซึ่งกำหนดไว้ว่า'ในทางเอกด้วยกัน ณ ที่ร่วมกัน ตัดกันหรือแยกกันให้รถที่มาจากทางซ้ายผ่านไปก่อน'นั้น หมายถึงกรณีที่รถทั้งสองคันมาถึงปากทางที่ร่วมกันตัดกัน หรือแยกกัน พร้อมกันแต่ถ้าหากรถคันทางขวามาถึงปากทางดังกล่าวแล้วก่อนก็ไม่จำเป็นต้องหยุดรอให้รถคันทางซ้ายไปก่อน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 289/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในการผ่านทางสี่แยก: รถที่มาถึงก่อนมีสิทธิไปก่อน แม้จะเป็นทางเอกด้วยกัน
ในทางเอกด้วยกัน ณ ที่ร่วมกันตัดกัน หรือแยกกัน ให้รถที่มาจากทางซ้ายผ่านไปก่อนนั้น หมายถึงกรณีที่รถทั้งสองคันมาถึงปากทางที่ร่วมกัน ตัดกัน หรือแยกกัน พร้อมกัน แต่ถ้าหากรถคันทางขวามาถึงทางดังกล่าวแล้วก่อน ก็หาจำต้องหยุดรอให้รถคันทาางซ้ายผ่านไปก่อนไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 288/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าพนักงานละเว้นการรายงานภาษีและเรียกรับผลประโยชน์เป็นการทุจริต ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 154
เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ตรวจสอบว่าโรงเรือนใดจะต้องเสียภาษีเมื่อตรวจพบโรงเรือนที่จะต้องเสียภาษีแล้วละเว้นไม่รายงานต่อเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการเรียกเก็บภาษี และโดยทุจริตได้เรียกเอาทรัพย์เป็นค่าตอบแทนจากผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีนั้น เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 154
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 288/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าพนักงานละเว้นการรายงานภาษีโรงเรือนเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 154
เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ตรวจสอบว่าโรงเรือนใดจะต้องเสียภาษี เมื่อตรวจพบโรงเรือนที่จะต้องเสียภาษ๊แล้วละเว้นไม่รายงานต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินการเรียกเก็บภาษี และโดยทุจริตได้เรียกเอาทรัพย์เป็นค่าตอบแทนจากผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีนั้น เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 154
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 287/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การประกอบวิชาชีพผดุงครรภ์เป็นการรับจ้างทำของตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ต้องเสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร
การที่โจทก์ตั้งสถานพยาบาลและผดุงครรภ์โดยโจทก์ในฐานะนางผดุงครรภ์ จัดการให้ทารกคลอดจากครรภ์มารดาโดยมีสินจ้างซึ่งฝ่ายหญิงมีครรภ์ต้องจ่ายให้โจทก์เมื่อทำคลอดแล้วนั้นเป็นการรับจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 ซึ่งต้องจดทะเบียนการค้าและเสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากรที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ.2504
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 287/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การประกอบอาชีพผดุงครรภ์เป็นการรับจ้างทำของ ต้องเสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร แม้ไม่มีการระบุประเภทสถานพยาบาลโดยเฉพาะ
การที่โจทก์ตั้งสถานพยาบาลและผดุงครรภ์โดยโจทก์ในฐานะนางผดุงครรภ์ จัดการให้ทารกคลอดจากครรภ์มารดา โดยมีสินจ้าง ซึ่งฝ่ายหญิงมีครรภ์ต้องจ่ายให้โจทก์เมื่อโจทก์ทำคลอดแล้วนั้น เป็นการรับจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 ซึ่งต้องจดทะเบียนการค้าและเสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากรที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ 18) พ.ศ.2504
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 286/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เอกสารกู้เงินปลอม สิทธิเรียกร้องจากเอกสารนั้นเป็นโมฆะ แม้จำเลยจะรับว่ากู้เงินจำนวนน้อยกว่าจริง
จำเลยกู้เงินโจทก์ 2,000 บาท โจทก์ให้จำเลยลงชื่อในแบบพิมพ์สัญญากู้เงินโดยข้อความอื่น ๆ ยังไม่ได้กรอกลง ภายหลังโจทก์กรอกจำนวนเงินกู้ลงว่าจำเลยกู้โจทก์ 8,500 บาท สัญญากู้นี้จึงเป็นเอกสารปลอม ผู้ใดจะกล่าวอ้างแสวงสิทธิจากเอกสารนี้มิได้ คือโจกท์จะอ้างสัญญากู้นี้เป็นพยานไม่ได้ โจทก์จึงไม่มีพยานหลักฐานการกู้เป็นหนังสือที่จะฟ้องร้องให้บังคับคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 286/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เอกสารกู้เงินปลอมไร้ผลผูกพัน โจทก์ไม่อาจอ้างเป็นหลักฐานได้
จำเลยกู้เงินโจทก์ 2,000 บาท โจทก์ให้จำเลยลงชื่อในแบบพิมพ์สัญญากู้เงินโดยข้อความอื่นๆ ยังไม่ได้กรอกลง ภายหลังโจทก์กรอกจำนวนเงินกู้ลงว่า จำเลยกู้โจทก์ 8,500 บาท สัญญากู้นี้จึงเป็นเอกสารปลอม ผู้ใดจะกล่าวแสวงสิทธิจากเอกสารนี้มิได้ คือโจทก์จะอ้างสัญญากู้นี้เป็นพยานไม่ได้ โจทก์จึงไม่มีพยานหลักฐานการกู้เป็นหนังสือที่จะฟ้องร้องให้บังคับคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653