ผลการค้นหาตามปี "2493" (1292 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 715/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชำระหนี้แทนและการได้รับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้ ไม่จำเป็นต้องระบุรายละเอียดวันเดือนปีในการฟ้อง
คำฟ้องคดีแพ่งที่หุ้นส่วนผู้หนึ่งได้ใช้หนี้ของห้างหุ้นส่วนแทนไป ฟ้องหุ้นส่วนผู้รับโอนกิจการของหุ้นส่วนไปโดยรบรองจำเป็นต้องบรรยายว่าโจทก์ได้ชำระเงินกี่ครั้งเมื่อวันใด ไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม
การที่โจทก์ผู้เป็นหุ้นส่วนรับใช้หนี้ ค่าก่อสร้างโรงมหรศพที่โจทก์จำเลยและผู้อื่นซึ่งเป็นหุ้นสวนกันแทนไปที่ประชุมให้จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการรายได้ผ่อนให้ใช้โจทก์ ภายหลังหุ้นส่วนเลิกกันจำเลยรับโอนกิจการมาทั้งหมดดังนี้ โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระได้
การฟ้องให้ชำระหนี้ที่โจทก์ใช้แทนไปดังกล่าว ไม่ใช่เป็นการกู้ยืมตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 653 และไม่ใช่เรื่องที่กฎหมายให้แนบหรือแสดงเอกสารมาพร้อมฟ้อง
การที่โจทก์ผู้เป็นหุ้นส่วนรับใช้หนี้ ค่าก่อสร้างโรงมหรศพที่โจทก์จำเลยและผู้อื่นซึ่งเป็นหุ้นสวนกันแทนไปที่ประชุมให้จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการรายได้ผ่อนให้ใช้โจทก์ ภายหลังหุ้นส่วนเลิกกันจำเลยรับโอนกิจการมาทั้งหมดดังนี้ โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระได้
การฟ้องให้ชำระหนี้ที่โจทก์ใช้แทนไปดังกล่าว ไม่ใช่เป็นการกู้ยืมตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 653 และไม่ใช่เรื่องที่กฎหมายให้แนบหรือแสดงเอกสารมาพร้อมฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 714/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิของเจ้าหนี้ในการคัดค้านการถอนการยึดทรัพย์ในคดีล้มละลาย
การที่มีผู้คัดค้านให้ถอนการยึดทรัพย์ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดไว้ และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งให้ถอนการยึด ดังนี้โจทก์ย่อมร้องต่อศาลได้ตาม ม. 146
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 714/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิโต้แย้งคำสั่งถอนการยึดทรัพย์ในคดีล้มละลาย: ศาลมีอำนาจพิจารณา แม้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งให้ถอน
การที่มีผู้คัดค้านให้ถอนการยึดทรัพย์ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดไว้ และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งให้ถอนการยึด ดังนี้โจทก์ย่อมร้องต่อศาลได้ตาม มาตรา146
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 71/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าใช้จ่ายหมั้นและการพิสูจน์สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากสัญญาหมั้นที่ไม่เป็นไปตามสัญญา
ค่าหมากพลูและค่าขนมวันหมั้น, ค่ารถไปหมั้นและค่าเลี้ยงแขกวันไปหมั้น ไม่เข้าอยู่ในข้อหนึ่งข้อใดของ ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1439,
ฟ้องข้อใดที่จำเลยให้การปฏิเสธ และโจทก์ไม่นำสืบจะบังคับไม่ได้ ให้ยกฟ้อง
ฟ้องข้อใดที่จำเลยให้การปฏิเสธ และโจทก์ไม่นำสืบจะบังคับไม่ได้ ให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 71/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าใช้จ่ายหมั้นและการพิสูจน์ค่าเสียหายในคดีผิดสัญญาหมั้น
ค่าหมากพลูและค่าขนมวันหมั้น ค่ารถไปหมั้นและค่าเลี้ยงแขกวันไปหมั้น ไม่เข้าอยู่ในข้อหนึ่งข้อใดของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1439
ฟ้องข้อใดที่จำเลยให้การปฏิเสธ และโจทก์ไม่นำสืบ จะบังคับให้ไม่ได้ให้ยกฟ้อง
ฟ้องข้อใดที่จำเลยให้การปฏิเสธ และโจทก์ไม่นำสืบ จะบังคับให้ไม่ได้ให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 710/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแปลงหนี้สัญญาเดิมนอกศาล และการนำสืบพยานที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้โจทก์แพ้คดี
การที่คู่ความทำสัญญายอมความกันใหม่นอกศาล แปลงหนี้จากสัญญายอมความเดิมที่ทำไว้ต่อศาล แต่ต่างไม่แสดงสัญญายอมใหม่ต่อศาล โจทก์ฟ้องอ้างว่าตามสัญญายอมใหม่จำเลยยอมขยายเวลาให้โจทก์ไถ่นาคืน ในพ.ศ. 2492 จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ยอมมอบให้นาพิพาทเป็นสิทธิแก่จำเลยดังนี้โจทก์ต้องนำสืบให้ได้ตามข้ออ้าง ไม่จำต้องวินิจฉัยข้อต่อสู้ของจำเลยเพราะจำเลยมิได้ฟ้องแย้งหากโจกท์นำสืบไมสมฟ้องโจทก์ต้องแพ้คดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 710/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแปลงหนี้จากสัญญายอมความเดิมและการนำสืบพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ข้อตกลงใหม่
การที่คู่ความทำสัญญายอมความกันใหม่นอกศาล แปลงหนี้จากสัญญายอมความเดิมที่ทำไว้ต่อศาล แต่ต่างไม่แสดงสัญญายอมใหม่ต่อศาล โจทก์ฟ้องอ้างว่าตามสัญญายอมใหม่จำเลยยอมขยายเวลาให้โจทก์ไถ่นาคืนใน พ.ศ.2492 จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ยอมมอบให้นาพิพาทเป็นสิทธิแก่จำเลย ดังนี้โจทก์ต้องนำสืบให้ได้ตามข้ออ้าง ไม่จำต้องวินิจฉัยข้อต่อสู้ของจำเลยเพราะจำเลยมิได้ฟ้องแย้ง หากโจทก์นำสืบไม่สมฟ้องโจทก์ต้องแพ้คดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 708/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับสารภาพและบาดเจ็บสาหัส: ศาลต้องฟังตามคำรับสารภาพ แม้แผลภายนอกเล็กน้อย
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 259 โดยกล่าวว่า จำเลยขับรถยนต์โดยปราศจากความระมัดระวังฯลฯ ชนผู้เสียหายบาดเจ็บสาหัส เพราะต้องทนทุกข์เวทนากล้าและไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติเกินกว่า 20 วัน จำเลยรับสารภาพไม่ต่อสู้ประการใดดังนี้ศาลต้องฟังตามคำรับของจำเลยว่า ผู้เสียหายบาดเจ็บสาหัสตามฟ้องจะยกเอาแต่ฐานแผลภายนอกตามใบชันสูตรซึ่งไม่เกี่ยวถึงความบอบช้ำภายในมาวินิจฉัยว่า บาดเจ็บเล็กน้อยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 708/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับสารภาพและการพิจารณาบาดเจ็บสาหัส: ศาลต้องฟังตามคำรับสารภาพและพิจารณาความบอบช้ำภายในประกอบ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 259 โดยกล่าวว่า จำเลยขับรถยนต์โดยปราศจากความระมัดระวัง ฯลฯ ชนผู้เสียหายเจ็บสาหัสเพราะต้องทนทุกข์เวทนากลาและไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติเกินกว่า 20 วัน จำเลยรับสารภาพไม่ต่อสู้ประการใด ดังนี้ศาลต้องฟังตามคำรับของจำเลยว่า ผู้เสียหายบาดเจ็บสาหัสตามฟ้อง จะยกเอาแต่ฐานแผลภายนอกจามใบชันสุตรซึ่งไม่เกี่ยวถึงความบอบซ้ำภายในมาวินิจฉัยว่า บาดเจ็บเล็กน้อยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 707/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หน้าที่การพิสูจน์ความผิดฐานรับของโจรอยู่ที่โจทก์ ต้องพิสูจน์ว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่าทรัพย์นั้นได้มาจากการกระทำผิด
ในคดีที่โจทก์หาว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจร เป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบความผิดของจำเลยว่า จำเลยได้รับทรัพย์นั้นไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของที่ได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมายหาใช่เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบไม่ (อ้างฎีกา 577/2484)