Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2494 — หน้า 26

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2494" (1033 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 568/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สถานที่เกิดเหตุไม่ชัดเจน แต่จำเลยไม่คัดค้าน ฟังได้ว่าเกิดในเขตอำนาจศาล
ฟ้องระบุว่า เหตุเกิดที่ตำบลจอมพระ โจทก์นำสืบได้ความว่าเหตุเกิดที่หนองบ้านขวาวแต่ไม่ได้ความชัดแจ้งว่าหนองบ้านขวาวนี้ขึ้นอยู่ในท้องที่ตำบลและอำเภอใดและจำเลยมิได้คัดค้าน หรือสืบหักล้างว่าเป็นคนละตำบลกับที่โจทก์ฟ้องแล้ว ย่อมฟังลงโทษจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 568/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาไม่ครบ คดีถูกยก เหตุจำเลยเพิกเฉย
ในกรณีที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกา แต่ปรากฎว่า ผู้ฎีกาเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาขาด ศาลฎีกาจึงสั่งให้เรียกค่าขึ้นศาลให้ครบนั้น เมื่อจำเลยไม่ยอมชำระค่าธรรมเนียมที่ขาดโดยเพิกเฉยเสีย ศาลฎีกาก็พิพากษาให้ยกฎีกานั้นเสียและให้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาเป็นพับไปได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 567/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สถานที่เกิดเหตุไม่ชัดเจน แต่จำเลยไม่คัดค้าน ศาลลงโทษได้
ฟ้องระบุว่า เหตุเกิดที่ตำบล+อมพระ โจทก์นำสืบได้ความว่าเหตุเกิดที่หนองบ้านขวาวแต่ไม่ได้ความชัดแจ้งว่าหนองบ้านขวาวนี้ขึ้นอยู่ในห้องที่ตำบลและอำเภอใดและจำเลยมิได้คัดค้าน หรือสืบหักล้างว่าเป็นคนละตำบลกับที่โจทก์ฟ้องแล้ว ย่อมฟังลงโทษจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 567/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเป็นเหตุให้ยกฎีกา
ในกรณีที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกา แต่ปรากฏว่า ผู้ฎีกาเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาขาด ศาลฎีกาจึงสั่งให้เรียกค่าขึ้นศาลให้ครบนั้น เมื่อจำเลยไม่ยอมชำระค่าธรรมเนียมที่ขาดโดยเพิกเฉยเสีย ศาลฎีกาก็พิพากษาให้ยกฎีกานั้นเสียและให้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาเป็นพับไปได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเมื่อผิดสัญญา: เลิกสัญญา vs. บังคับชำระหนี้/เรียกค่าเสียหาย
สิทธิของคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งจะบังคับเอาแก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งในกรณีที่มีการผิดนัดไม่ชำระหนี้เกิดขึ้นนั้น ย่อมมีอยู่ 2 ประการ คือการบังคับให้คู่สัญญาปฏิบัติการชำระหนี้ตามมูลหนี้นั้นประการหนึ่ง กับการเรียกร้องให้ได้กลับคืนสู่ฐานะเดิมรวมทั้งเรียกร้องค่าเสียหายอีกประการหนึ่ง และในกรณีที่ฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา สิทธิของอีกฝ่ายหนึ่งมีอีกประการหนึ่งคือเมื่อไม่ต้องการให้สัญญานั้นผูกพันกันต่อไปก็คือสิทธิเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387-388 ซึ่งเมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้วผลก็มีแต่ทางเดียวคือคู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะได้กลับคืนสู่ฐานะเดิม แต่หากกระทบกระทั่งถึงสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายไม่ตามมาตรา 391 ผู้จะขายที่ดินผิดสัญญาผู้จะซื้อจึงบอกเลิกสัญญาและให้ผู้จะขายคืนมัดจำกับใช้เบี้ยปรับนั้น ผู้จะซื้อก็คงมีแต่สิทธิกลับคืนสู่ฐานะเดิมและเรียกค่าเสียหายเท่านั้น จะขอให้บังคับให้โอนที่ดินแก่ตนอีกไม่ได้ เพราะได้บอกเลิกสัญญาแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเลิกสัญญาและการเรียกร้องค่าเสียหาย เมื่อคู่สัญญาผิดนัด สิทธิในการบังคับให้ปฏิบัติตามสัญญาจะไม่มีอีก
สิทธิของคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งจะบังคับเอาแก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งในกรณีที่มีการผิดนัดไม่ชำระหนี้เกิดขึ้นนั้น ย่อมมีอยู่ 2 ประการ คือการบังคับให้คู่สัญญาปฏิบัติการชำระหนี้ตามมูลหนี้นั้นประการหนึ่ง กับการเรียกร้องให้ได้กลับคืนสู่ฐานะเดิมรวมทั้งเรียกร้องค่าเสียหายอีกประการหนึ่ง และในกรณีที่ฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา สิทธิของอีกฝ่ายหนึ่งมีอีกประการหนึ่ง คือเมื่อไม่ต้องการให้สัญญานั้นผูกพันกันต่อไป ก็คือสิทธิเลิกสัญญาตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 387-388 ซึ่งเมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้วผลก็มีแต่ทางเดียวคือคู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะได้กลับคืนสู่ฐานเดิมแต่หากระทบกระทั่งถึงสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายไม่ตามมาตรา 391 ผู้จะขายที่ดินผิดสัญญาผู้จะซื้อจึงบอกเลิกสัญญาและให้ผู้จะขายคืนมัดจำกับใช้เบี้ยปรับนั้น ผู้จะซื้อก็คงมีแต่สิทธิกลับคืนสู่ฐานะเดิมและเรียกค่าเสียหายเท่านั้น จะขอให้บังคับให้โอนที่ดินแก่ตนอีกไม่ได้ เพราะได้บอกเลิกสัญญาแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 564/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเผากอไผ่โดยประมาทเลินเล่อและผลกระทบต่อทรัพย์สินผู้อื่น
จำเลยจุดเผากอไผ่ของจำเลยในขณะที่มีลมแต่เพียงเล็กน้อยตามธรรมดาของฤดูกาลในเวลานั้น ภายหลังเกิดมีลมกล้าขึ้นมา พัดพาเอาลูกไฟปลิวไปไหม้บ้านเรือนผู้อื่น ซึ่งอยู่ห่างออกไปถึง 5 เส้น โดยจำเลยไม่อาจคาดคิดเห็นได้เลยในขณะที่จำเลยจุดเผากอไผ่นั้น จะถือว่าจำเลยจุดเผากอไผ่โดยลักษณะอันน่ากลัวว่าจะเป็นอันตรายแก่ผู้คนหรือทรัพย์ของผู้อื่นอันเป็นผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 187 ยังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 564/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเผากอไผ่โดยประมาทเลินเล่อ ไม่เข้าข่ายความผิดมาตรา 187 เหตุผลคือลมแรงเกินคาด
จำเลยจุดเผากอไผ่ของจำเลยในขณะที่มีลมแต่เพียงเล็กน้อยตามธรรมดาของฤดูศาลในเวลานั้น ภายหลังเกิดมีลมกล้าขึ้นมา พัดพาเอาลูกไฟปลิวไปไหม้บ้านเรือนอื่นซึ่งอยู่ห่างออกไปถึง 5 เส้น โดยจำเลยไม่อาจคาดคิดเห็นได้ เลยในขณะที่จำเลย+เผากอไผ่นั้น จะถือว่าจำเลยจุดเผากอไผ่โดยลักษณะอันน่ากลัวว่าจะเป็นอันตรายแก่ผู้คนหรือทรัพย์ของผู้อื่นอันเป็นผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 187 ยังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 55/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกู้เงินและมอบที่ดินเป็นประกัน: สิทธิของผู้ให้กู้เมื่อผู้กู้ผิดนัด
กู้เงินกันแล้วมอบที่ดินให้ผู้ให้กู้ครอบครองโดยมีเงื่อนไขว่าถ้าไม่ชำระเงินกู้ภายใน 1 ปี ผู้กู้ยอมโอนที่ให้เป็นสิทธิแก่ผู้ให้กู้ ดังนี้ เป็นเรื่องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 656 วรรคสองซึ่งผู้ให้กู้จะเอาที่ดินซึ่งผู้กู้ได้มอบให้ไว้เพื่อยึดถือเป็นประกันเงินกู้ตามที่ได้ตกลงกันไว้หาได้ไม่ เพราะกฎหมายให้คิดเป็นจำนวนเท่ากับราคาท้องตลาดแห่งสิ่งของหรือทรัพย์นั้น ฉะนั้น ผู้ให้กู้จะฟ้องขอให้บังคับผู้กู้จัดการโอนที่ดินให้แก่โจทก์ไม่ได้และในกรณีเช่นนี้จะถือว่า ผู้ให้กู้ได้สละสิทธิครอบครองที่ดินที่มอบให้ไว้ก็ไม่ได้ เพราะยังจะต้องดำเนินการในเรื่องที่จะยอมโอนต่อไปอีก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 55/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเงินกู้ที่มีเงื่อนไขโอนที่ดินเป็นสิทธิ: ศาลไม่อนุมัติการบังคับโอน หากผู้กู้ไม่ชำระหนี้
กู้เงินกันแล้วมอบที่ดินให้ผู้ให้กู้ครอบครองโดยมีเงื่อนไขว่าถ้าไม่ชำระเงินกู้ภายใน 1 ปี ผู้กู้ยอมโอนที่ให้เป็นสิทธิแก่ผู้ให้กู้ ดังนี้ เป็นเรื่องตาม ป.ม. แพ่งฯมาตรา 656 วรรค 2 ซึ่งผู้ให้กู้จะเอาที่ดินซึ่งผู้กู้ได้มอบให้ไว้ เพื่อได้ตกลงกันไว้หาได้ไม่เพราะกฎหมายให้คิดเป็นจำนวนเท่ากับราคาห้องตลาดแห่งสิ่งของหรือทรัพย์นั้น ฉะนั้นผู้ให้กู้จะฟ้องขอให้บังคับผู้กู้จัดการโอนที่ดินให้แก่โจทก์ไม่ได้และในกรณีเช่นนี้จะถือว่า ผู้ให้กู้ใด้สละสิทธิครองครองที่ดินที่มอบให้ไว้ก็ไม่ได้ เพราะยังจะต้องดำเนินการในเรื่องที่จะยอมโอนต่อไปอีก
of 104 ⏮ ◀ ▶ ⏭