ผลการค้นหาตามปี "2498" (1061 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 575/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คดีอาญาแผ่นดินไม่อุทธรณ์ถอนฟ้องได้, ผู้เสียหายฟ้องเบิกความเท็จได้แม้คดีก่อนหน้าศาลไม่เชื่อ
คดีอาญาแผ่นดินซึ่งผู้เสียหายฟ้องศาลเองนั้นถือว่าผู้เสียหายฟ้องแทนแผ่นดิน
คดีซึ่งมิใช่ความผิดต่อส่วนตัวศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยไปแล้วโจทก์จะขอถอนฟ้องชั้นศาลอุทธรณ์ไม่ได้
จำเลยเบิกความเท็จต่อศาลในคดีแพ่งแม้ในคดีนั้นศาลจะไม่เชื่อคำจำเลยและยกฟ้องของจำเลยเสีย โจทก์ก็ยังเป็นผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องจำเลยฐานเบิกความเท็จได้
คดีซึ่งมิใช่ความผิดต่อส่วนตัวศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยไปแล้วโจทก์จะขอถอนฟ้องชั้นศาลอุทธรณ์ไม่ได้
จำเลยเบิกความเท็จต่อศาลในคดีแพ่งแม้ในคดีนั้นศาลจะไม่เชื่อคำจำเลยและยกฟ้องของจำเลยเสีย โจทก์ก็ยังเป็นผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องจำเลยฐานเบิกความเท็จได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 574/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสมคบกันปล้นทรัพย์, ปลอมตัวเป็นเจ้าพนักงาน, และฆ่าเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่
ความผิดฐานปลอมตนไปกระทำการเป็นเจ้าพนักงานตามม.127 นั้น กฎหมายไม่ได้บัญญัติว่าผู้กระทำจะต้องแต่งเครื่องแบบเจ้าพนักงานด้วย
เมื่อคดีได้ความชัดว่าจำเลยทุกคนกับพวกสมคบกันมากระทำการโจรกรรมโดยมีแผนการณ์ว่าเป็นเจ้าพนักงานจะขอตรวจค้นปืนของผิดกฎหมายแล้วได้ดำเนินการโจรกรรมตามอุบายนี้ ฉะนั้น จำเลยอื่นที่มิได้แต่งเครื่องแบบเจ้าพนักงาน(ตำรวจ)ก็ย่อมมีความผิดฐานเป็นตัวการปลอมตนมากระทำการเป็นเจ้าพนักงานตาม ม.127 เช่นเดียวกับจำเลยที่แต่งเครื่องแบบด้วย
และเมื่อคดีได้ความว่าก่อนลงมือปล้น จำเลยกับพวกทุกคนได้ยินยอมให้คนบนบ้านไปตามผู้ตายซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านมารู้เห็นในการที่จำเลยกับพวกจะทำการตรวจค้น ดังนี้ก็เห็นได้ว่าจำเลยกับพวกได้พร้อมใจกันที่จะทำการต่อต้านขัดขวางในเมื่อผู้ใหญ่บ้านจะกระทำการตามหน้าที่ด้วยอุบายจะยึดตัวผู้ตายหรือต่อสู้ทำร้ายก็แล้วแต่เหตุการณ์ ฉะนั้นเมื่อจำเลยคนใดยิงผู้ใหญ่บ้าน การกระทำนั้นก็อยู่ในแผนการณ์ที่พวกจำเลยทุกคนร่วมรู้อยู่ก่อนแล้วนั่นเอง จำเลยทุกคนย่อมได้ชื่อว่าเป็นตัวการในการฆ่าผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ด้วย ผิดกับเรื่อง+ไปปล้นเอาทรัพย์อย่าง+ ฉะเพาะ แต่ผู้ร้ายบางคน+ไปยิงใครตายขึ้นโดยเพื่อ+อื่นไม่อาจคาดหมายได้
เมื่อคดีได้ความชัดว่าจำเลยทุกคนกับพวกสมคบกันมากระทำการโจรกรรมโดยมีแผนการณ์ว่าเป็นเจ้าพนักงานจะขอตรวจค้นปืนของผิดกฎหมายแล้วได้ดำเนินการโจรกรรมตามอุบายนี้ ฉะนั้น จำเลยอื่นที่มิได้แต่งเครื่องแบบเจ้าพนักงาน(ตำรวจ)ก็ย่อมมีความผิดฐานเป็นตัวการปลอมตนมากระทำการเป็นเจ้าพนักงานตาม ม.127 เช่นเดียวกับจำเลยที่แต่งเครื่องแบบด้วย
และเมื่อคดีได้ความว่าก่อนลงมือปล้น จำเลยกับพวกทุกคนได้ยินยอมให้คนบนบ้านไปตามผู้ตายซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านมารู้เห็นในการที่จำเลยกับพวกจะทำการตรวจค้น ดังนี้ก็เห็นได้ว่าจำเลยกับพวกได้พร้อมใจกันที่จะทำการต่อต้านขัดขวางในเมื่อผู้ใหญ่บ้านจะกระทำการตามหน้าที่ด้วยอุบายจะยึดตัวผู้ตายหรือต่อสู้ทำร้ายก็แล้วแต่เหตุการณ์ ฉะนั้นเมื่อจำเลยคนใดยิงผู้ใหญ่บ้าน การกระทำนั้นก็อยู่ในแผนการณ์ที่พวกจำเลยทุกคนร่วมรู้อยู่ก่อนแล้วนั่นเอง จำเลยทุกคนย่อมได้ชื่อว่าเป็นตัวการในการฆ่าผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ด้วย ผิดกับเรื่อง+ไปปล้นเอาทรัพย์อย่าง+ ฉะเพาะ แต่ผู้ร้ายบางคน+ไปยิงใครตายขึ้นโดยเพื่อ+อื่นไม่อาจคาดหมายได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 574/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำความผิดฐานปลอมตัวเป็นเจ้าพนักงานและร่วมกันฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่
ความผิดฐานปลอมตนไปกระทำการเป็นเจ้าพนักงานตามมาตรา127นั้น กฎหมายไม่ได้บัญญัติว่าผู้กระทำจะต้องแต่งเครื่องแบบเจ้าพนักงานด้วย
เมื่อคดีได้ความชัดว่าจำเลยทุกคนกับพวกสมคบกันมากระทำการโจรกรรมโดยมีแผนการณ์ว่าเป็นเจ้าพนักงานจะขอตรวจค้นปืนของผิดกฎหมาย แล้วได้ดำเนินการโจรกรรมตามอุบายนี้ฉะนั้นจำเลยอื่นที่มิได้แต่งเครื่องแบบเจ้าพนักงาน(ตำรวจ)ก็ย่อมมีความผิดฐานเป็นตัวการปลอมตนมากระทำการเป็นเจ้าพนักงานตามมาตรา 127 เช่นเดียวกับจำเลยที่แต่งเครื่องแบบด้วยและเมื่อคดีได้ความว่าก่อนลงมือปล้นจำเลยกับพวกทุกคนได้ยินยอมให้คนบนบ้านไปตามผู้ตายซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านมารู้เห็นในการที่จำเลยกับพวกจะทำการตรวจค้น ดังนี้ก็เห็นได้ว่าจำเลยกับพวกได้พร้อมใจกันที่จะทำการต่อต้านขัดขวางในเมื่อผู้ใหญ่บ้านจะกระทำการตามหน้าที่ด้วยอุบายจะยึดตัวผู้ตายหรือต่อสู้ทำร้ายก็แล้วแต่เหตุการณ์ฉะนั้นเมื่อจำเลยคนใดยิงผู้ใหญ่บ้าน การกระทำนั้นก็อยู่ในแผนการณ์ที่พวกจำเลยทุกคนร่วมรู้ก่อนแล้วนั่นเองจำเลยทุกคนย่อมได้ชื่อว่าเป็นตัวการในการฆ่าผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ด้วย ผิดกับเรื่องสมคบกันไปปล้นเอาทรัพย์อย่างเดียวโดยเฉพาะ แต่ผู้ร้ายบางคนเกิดไปยิงใครตายขึ้นโดยเพื่อนผู้ร้ายอื่นไม่อาจคาดหมายได้
เมื่อคดีได้ความชัดว่าจำเลยทุกคนกับพวกสมคบกันมากระทำการโจรกรรมโดยมีแผนการณ์ว่าเป็นเจ้าพนักงานจะขอตรวจค้นปืนของผิดกฎหมาย แล้วได้ดำเนินการโจรกรรมตามอุบายนี้ฉะนั้นจำเลยอื่นที่มิได้แต่งเครื่องแบบเจ้าพนักงาน(ตำรวจ)ก็ย่อมมีความผิดฐานเป็นตัวการปลอมตนมากระทำการเป็นเจ้าพนักงานตามมาตรา 127 เช่นเดียวกับจำเลยที่แต่งเครื่องแบบด้วยและเมื่อคดีได้ความว่าก่อนลงมือปล้นจำเลยกับพวกทุกคนได้ยินยอมให้คนบนบ้านไปตามผู้ตายซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านมารู้เห็นในการที่จำเลยกับพวกจะทำการตรวจค้น ดังนี้ก็เห็นได้ว่าจำเลยกับพวกได้พร้อมใจกันที่จะทำการต่อต้านขัดขวางในเมื่อผู้ใหญ่บ้านจะกระทำการตามหน้าที่ด้วยอุบายจะยึดตัวผู้ตายหรือต่อสู้ทำร้ายก็แล้วแต่เหตุการณ์ฉะนั้นเมื่อจำเลยคนใดยิงผู้ใหญ่บ้าน การกระทำนั้นก็อยู่ในแผนการณ์ที่พวกจำเลยทุกคนร่วมรู้ก่อนแล้วนั่นเองจำเลยทุกคนย่อมได้ชื่อว่าเป็นตัวการในการฆ่าผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ด้วย ผิดกับเรื่องสมคบกันไปปล้นเอาทรัพย์อย่างเดียวโดยเฉพาะ แต่ผู้ร้ายบางคนเกิดไปยิงใครตายขึ้นโดยเพื่อนผู้ร้ายอื่นไม่อาจคาดหมายได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำรับสารภาพที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และพยานหลักฐานไม่พอฟัง ศาลยกฟ้อง
คำรับของจำเลยต่อพนักงานสอบสวนนั้นเมื่อปรากฎว่าพนักงานสอบสวนมิได้ตัดเตือนจำเลยเสียก่อนตาม ป.วิ.อาญา ม. 134จึงรับฟังเป็นคำรับสารภาพชั้นสอบสวนยันจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำรับสารภาพที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและพยานหลักฐานไม่เพียงพอต่อการลงโทษ
คำรับของจำเลยต่อพนักงานสอบสวนนั้นเมื่อปรากฏว่าพนักงานสอบสวนมิได้ตักเตือนจำเลยเสียก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 จึงรับฟังเป็นคำรับสารภาพชั้นสอบสวนยันจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อุทธรณ์ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย: การไม่วางค่าธรรมเนียมและค่าทนายในกำหนดเวลา ทำให้ศาลไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์
โจทก์อุทธรณ์อย่างคนอนาถาและขอทุเลาการบังคับคดี ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์อย่างคนอนาถให้โจทก์ปฏิบัติตาม ม.229 นำค่าธรรมเนียมมาวางศาลแต่โจทก์คงนำค่าธรรมเนียมฉะเพาะฟ้องอุทธรณ์มาชำระศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ ต่อมาเมื่อศาลอุทธรณ์สั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีแล้วโจทก์จึงนำค่าธรรมเนียมค่าทนายที่จะต้องใช้ให้แก่คู่ควมอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาล ซึ่งพ้นกำหนดที่ศาลชั้นต้นสั่งให้วางแล้ว ค่าทนายเป็นค่าธรรมเนียมอย่างหนึ่ง เมื่ออุทธรณ์โจทก์ไม่ถูกต้องตาม ม.224 ศาลย่อมรับวินิจฉัยให้ไม่ได้ ต้องยกเสียตาม ม.242 (1)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อุทธรณ์ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเมื่อไม่วางค่าธรรมเนียมและค่าทนายตามกำหนด ทำให้ศาลไม่ต้องรับวินิจฉัย
โจทก์อุทธรณ์อย่างคนอนาถาและขอทุเลาการบังคับคดี ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์อย่างคนอนาถาให้โจทก์ปฎิบัติตามมาตรา229 นำค่าธรรมเนียมมาวางศาล แต่โจทก์คงนำค่าธรรมเนียมเฉพาะฟ้องอุทธรณ์มาชำระศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ต่อมาเมื่อศาลอุทธรณ์สั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีแล้วโจทก์จึงนำค่าธรรมเนียมค่าทนายที่จะต้องใช้ให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลซึ่งพ้นกำหนดที่ศาลชั้นต้นสั่งให้วางแล้ว ค่าทนายเป็นค่าธรรมเนียมอย่างหนึ่งเมื่ออุทธรณ์โจทก์ไม่ถูกต้องตามมาตรา 229 ศาลย่อมรับวินิจฉัยให้ไม่ได้ ต้องยกเสียตามมาตรา242(1)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 570/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเรียกคืนเงินสินสอดและทองหมั้นหลังไม่จดทะเบียนสมรส: สิทธิเรียกร้องของผู้ให้
ชายหญิงตกลงสมรสกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนเมื่อปรากฎว่าขายบิดพลิ้วไม่ยอมไปจดทะเบีนแล้วขายจะมาฟ้องเรียกเงินสินสอดและทองหมั้นคืนจากหญิงและบิดามารดาหญิงไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 570/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเรียกคืนเงินสินสอดและทองหมั้นหลังไม่จดทะเบียนสมรส: สิทธิของผู้ให้สินสอดเมื่อฝ่ายรับบิดพลิ้ว
ชายหญิงตกลงสมรสกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนเมื่อปรากฏว่าชายบิดพลิ้วไม่ยอมไปจดทะเบียนแล้วชายจะมาฟ้องเรียกเงินสินสอดและทองหมั้นคืนจากหญิงและบิดามารดาหญิงไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 569/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินมือเปล่า แม้ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย แต่การสละสิทธิครอบครองทำให้ผู้ซื้อได้สิทธิครอบครองทันที
ซื้อขายที่ดินมือเปล่าโดยไม่ได้ทำเป็นหนังสือย่อมไม่สมบูรณ์ตาม กฎหมาย แต่เมื่อผู้ขายได้สละสิทธิ์ครอบครองให้ตกไปยังผู้ซื้อแล้ว ผู้ซื้อก็ได้สิทธิ์ครอบครองนั้นทันที