Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2507 — หน้า 27

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2507" (492 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 273/2507

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาลักทรัพย์และการยึดครองทรัพย์: พยายามลักทรัพย์เมื่อยังไม่ได้ยึดครอง
จำเลยมีเจตนาลักสร้อยคอซึ่งบุตรของผู้เสียหายสวมอยู่พอใช้ตะไกรตัดสร้อยนั้นขาดตกลงยังพื้นดิน ยังมิได้ยึดถือเอาสร้อยนั้นไปก็มีคนบอกให้ผู้เสียหายรู้ตัวและเก็บเอาสร้อยไว้เสียก่อนจะถือว่าจำเลยเอาสร้อยนั้นไป (ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334) ยังไม่ได้ จำเลยย่อมมีความผิดฐานพยายามลักทรัพย์เท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 273/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาลักทรัพย์แม้ยังมิได้ยึดถือ: พยายามลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา
จำเลยมีเจตนาลักสร้อยคอซึ่งบุตรของผู้เสียหายสวมอยู่ พอใช้ตะไกรตัดสร้อยนั้นขาดตกลงยังพื้นดิน ยังมิได้เข้ายึดถือเอาสร้อยนั้นไป ก็มีคนบอกให้ผู้เสียหายรู้ตัวและเก็บเอาสร้อยไว้เสียก่อน จะถือว่าจำเลยเอาสร้อยนั้นไป(ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334)ยังไม่ได้ จำเลยย่อมมีความผิดฐานพยายามลักทรัพย์เท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 272/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิพากษาคดีลักทรัพย์/รับของโจร เมื่อพยานหลักฐานไม่ชัดเจน ศาลไม่สามารถชี้ขาดกรรมสิทธิ์ได้
อัยการโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจร ขอให้ลงโทษจำเลยและคืนของกลางให้ผู้เสียหาย ศาลล่างวินิจฉัยว่า พยานโจทก์ที่นำสืบมายังฟังไม่ถนัดว่าของกลางเป็นของผู้เสียหาย จึงพิพากษาต้องกันให้ยกฟ้อง และไม่สั่งคืนของกลางให้ผู้เสียหาย แต่ให้ไปว่ากล่าวกันในทางแพ่ง ดังนี้ย่อมเป็นประโยชน์ดีแก่ผู้เสียหายอยู่แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 272/2507

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิพากษายกฟ้องคดีลักทรัพย์/รับของโจร เมื่อพยานหลักฐานไม่เพียงพอ และกรรมสิทธิ์ในของกลางยังพิพาทกัน
อัยการโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจรขอให้ลงโทษจำเลยและคืนของกลางให้ผู้เสียหาย ศาลล่างวินิจฉัยว่า พยานโจทก์ที่นำสืบมายังฟังไม่ถนัดว่าของกลางเป็นของผู้เสียหาย จึงพิพากษาต้องกันให้ยกฟ้อง และไม่สั่งคืนของกลางให้ผู้เสียหาย แต่ให้ไปว่ากล่าวกันในทางแพ่ง ดังนี้ ย่อมเป็นประโยชน์ดีแก่ผู้เสียหายอยู่แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 271/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฉ้อโกงจากการหลอกลวงขายบุหรี่: การกระทำโดยทุจริตตั้งแต่ต้น ย่อมเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ไม่ใช่ผิดสัญญาหรือยักยอก
การที่จำเลยโดยทุจริตกล่าวเท็จหลอกลวงโจทก์ว่ามีร้านขายปลีกต้องการบุหรี่ จำเลยรับจะนำไปส่งให้แลนำเงินมาชำระแทน โจทก์หลงเชื่อมอบบุหรี่ให้จำเลยไป จำเลยกลับเอาไปขายต่ำกว่าราคา และเมื่อถึงกำหนดส่งเงิน จำเลยหลบหน้าไม่นำส่ง ทั้งต่อมายังปฏิเสธว่าไม่ได้รับบุหรี่ไปจากโจทก์นั้น ย่อมเป็นความผิดฐานฉ้อโกง มิใช่เป็นเรื่องผิดสัญญาหรือยักยอกไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 271/2507

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฉ้อโกงจากการหลอกลวงทางการค้า: การกระทำทุจริตตั้งแต่ต้นเป็นสำคัญ
การที่จำเลยโดยทุจริตกล่าวเท็จหลอกลวงโจทก์ว่ามีร้านขายปลีกต้องการบุหรี่ จำเลยรับจะนำไปส่งให้และนำเงินมาชำระแทนโจทก์หลงเชื่อมอบบุหรี่ให้จำเลยไปจำเลยกลับเอาไปขายต่ำกว่าราคาและเมื่อถึงกำหนดส่งเงิน จำเลยหลบหน้าไม่นำส่ง ทั้งต่อมายังปฏิเสธว่าไม่ได้รับบุหรี่ไปจากโจทก์นั้น ย่อมเป็นความผิดฐานฉ้อโกง มิใช่เป็นเรื่องผิดสัญญาหรือยักยอกไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 266/2507

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้คำรุนแรงในคำแก้อุทธรณ์ไม่ถึงขั้นหมิ่นประมาท ศาลใช้ดุลพินิจได้
คู่ความและทนายความยื่นคำแก้อุทธรณ์ต่อศาลเป็นข้อความที่เกี่ยวโยงกับพฤติการณ์แห่งคดี เพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจลงโทษอีกฝ่ายหนึ่ง แม้จะมีลักษณะฟุ่มเฟือยและใช้ถ้อยคำรุนแรงต่อโจทก์ไปบ้างก็ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 265/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีรับของโจรต่างกรรมต่างวาระ ศาลรับฟังการรับสารภาพจำเลยได้ แม้มีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับของกลางร่วมกัน
โจทก์ฟ้องจำเลยคนเดียวเป็น 2 คดี คดีแรกฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรโค จำเลยรับสารภาพฐานรับของโจร ศาลลงโทษไปแล้วคดีหลังฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรกระบือ โดยโจทก์บรรยายฟ้องให้เห็นว่ามีผู้พบเห็นจำเลยครอบครองโคกระบือของกลางทั้งสองคดีอยู่ในขณะเดียวกัน และแถลงรับว่าฟ้องคดีโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่มีผู้พบเห็นจำเลยครอบครองของกลางดังกล่าว จำเลยรับสารภาพฐานรับของโจรอีก กับแถลงรับตามที่ศาลสอบถามว่าจำเลยกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกันกับคดีก่อนเช่นนี้ แม้โจทก์ไม่สืบพยาน ศาลก็ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรในคดีหลังได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำและการที่ศาลถามจำเลยดังกล่าวก็เป็นการสอบถามในรายละเอียดแห่งข้อเท็จจริงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 235 วรรค 2

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 265/2507

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีอาญาต่างกรรมต่างวาระ การรับสารภาพ และอำนาจการสอบถามจำเลยของศาล
โจทก์ฟ้องจำเลยเป็น 2 คดี คดีแรกฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรโคจำเลยรับสารภาพฐานรับของโจร ศาลลงโทษไปแล้ว คดีหลังฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรกระบือ โดยโจทก์บรรยายฟ้องให้เห็นว่ามีผู้พบเห็นจำเลยครอบครองโคกระบือของกลางทั้งสองคดีอยู่ในขณะเดียวกันและแถลงรับว่าฟ้องคดีโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่มีผู้พบเห็นจำเลยครอบครองของกลางดังกล่าว จำเลยรับสารภาพฐานรับของโจรอีกกับแถลงรับตามที่ศาลสอบถามว่า จำเลยกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกันกับคดีก่อน เช่นนี้ แม้โจทก์ไม่สืบพยาน ศาลก็ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรในคดีหลังได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ และการที่ศาลถามจำเลยดังกล่าวก็เป็นการสอบถามในรายละเอียดแห่งข้อเท็จจริง ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 235 วรรคสอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 263/2507

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาประกันตัว: หน้าที่นายประกัน & ผลเมื่อไม่ได้ส่งตัวผู้ต้องหา
เมื่อครบกำหนดฝากขังผู้ต้องหาระหว่างสอบสวนครั้งแรกแล้วศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ขังต่อไปได้อีก 12 วันในวันนั้นผู้ต้องหาไม่มาศาลนายประกันขอเลื่อนไป 12 วัน และเลื่อนต่อๆ อีกหลายครั้งก็ส่งตัวผู้ต้องหาไม่ได้ ดังนี้ ศาลมีคำสั่งปรับนายประกันได้นายประกันจะหลุดพ้นความรับผิดตามสัญญาประกันได้ก็ต่อเมื่อได้นำตัวจำเลยหรือผู้ต้องหามาส่งศาลและศาลสั่งถอนประกันหรือปล่อยตัวไปการที่พนักงานสอบสวนไม่ได้ขอฝากขังผู้ต้องหาเมื่อครบกำหนดที่ขอฝากขังไว้เดิม ไม่ทำให้สัญญาประกันระงับ
of 50 ⏮ ◀ ▶ ⏭