ผลการค้นหาตามปี "2496" (727 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 530/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงแบ่งแยกโฉนดและสิทธิทางเดิน ต้องทำเป็นหนังสือจึงมีผลผูกพันบังคับได้
เจ้าของร่วมตกลงแบ่งแยกโฉนดกัน ตกลงกำหนดลงไปว่าใครได้ตรงไหนแน่ เช่นนี้ ย่อมเป็นการระงับข้อพิพาท อันจะมีขึ้นให้เสร็จไป จึงเข้าลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 850.
ข้อตกลงที่เจ้าของร่วมคนหนึ่งยอมให้ เจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งผ่านที่ ที่คนได้รับในการแบ่งแยกนั้น ก็ย่อมเป็นส่วน หนึ่งของการตกลงแบ่งแยกโฉนดดังกล่าว เมื่อไม่ได้ทำเป็นหนังสือ ก็ย่อมจำนำมาฟ้องร้องให้บังคับหาได้ไม่./
ข้อตกลงที่เจ้าของร่วมคนหนึ่งยอมให้ เจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งผ่านที่ ที่คนได้รับในการแบ่งแยกนั้น ก็ย่อมเป็นส่วน หนึ่งของการตกลงแบ่งแยกโฉนดดังกล่าว เมื่อไม่ได้ทำเป็นหนังสือ ก็ย่อมจำนำมาฟ้องร้องให้บังคับหาได้ไม่./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อัตราโทษความผิดพยายามข่มขืนชำเราและขอบเขตการสืบพยาน
แม้ความผิดฐานข่มขืนชำเราตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 244วรรคต้นมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงถึง 10 ปีแต่ความผิดฐานพยายามตามมาตรา 244 นั้น อย่างสูงศาลจะพิพากษาโทษได้6 ปี 8 เดือนเท่านั้นจึงเป็นคดีที่ไม่จำเป็นต้องฟังพยานโจทก์ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา176 ก่อน เมื่อจำเลยรับสารภาพศาลก็ย่อมพิพากษาลงโทษจำเลยได้ทีเดียว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อัตราโทษความผิดพยายามข่มขืนชำเรา: ศาลฎีกาวินิจฉัยการลดโทษตามกฎหมาย
แม้ความผิดฐานาข่มขืนชำเราตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 244 วรรคต้นมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงถือ 10 ปี แต่ ความผิดฐานพยายามตามมาตรา 244 นั้น อย่างสูงศาลจะพิพากษาโทษได้ 6 ปี 8 เดือนเท่านั้น จึงเป็นคดีที่ไม่จำเป็น ต้องฟังพยานโจทก์ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 176 ก่อน เมื่อจำเลยรับสารภาพจำเลยก็ย่อมพิพาทลงโทษจำเลยได้ที เดียว./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 528/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองที่ดินหลังจำนอง: สิทธิของผู้จำนองยังคงอยู่ หากผู้รับจำนองไม่แสดงเจตนาครอบครองในฐานะเจ้าของ
จำนองที่ดินไว้แก่เขาแล้ว ไม่มีเงินจะเสียดอกเบี้ยให้ จึงมอบนา (มีโฉนด) ที่จำนองให้ผู้รับจำนองทำต่างดอกเบี้ย ส่วนตนเองอพยพไปทำกินที่อื่น แม้จะปรากฎว่านาที่จำนองถูกทางอำเภอยึดไปเพื่อจะขายทอดตลาดเอาเงินชำระ อากรค่านาที่ค้างชำระผู้รับจำนองจึงต้องเอาเงินไปชำระค่าอากรที่ค้าง ทางอำเภอจึงมอบนานั้นให้ผู้รับจำนอง ผู้รับจำนองคงครอบครองต่อมากว่า 10 ปีก็ดี ก็ไม่ทำให้อำนาจครอบครองของผู้รับจำนองเปลี่ยนไปจากเดิม ผู้จำนอง ยังมีสิทธิขอไถ่จำนองได้ เพราะถ้าผู้รับตจำนองรับนามาจากอำเภอแล้ว จะครอบครองเอานาอย่างเป็นเจ้าของ ผู้รับจำนอง ตนไม่เจตนาจะครอบครองแทนผู้จำนองต่อไป ดังที่บัญญัติไว้ใน ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1381 หรือมิฉะนั้น ก็ต้องบังคับจำนอง การครอบครองใหม่ในฐานะเป็นเจ้าของจึงจะมีขึ้นได้./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 528/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองแทนกันและการได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินจำนอง ผู้รับจำนองต้องแจ้งเจตนาไม่ครอบครองแทนผู้จำนอง
จำนองที่ดินไว้แก่เขาแล้ว ไม่มีเงินจะเสียดอกเบี้ยให้จึงมอบนา(มีโฉนด)ที่จำนองให้ผู้รับจำนองทำต่างดอกเบี้ยส่วนตนเองอพยพไปทำกินที่อื่นแม้จะปรากฏว่านาที่จำนองถูกทางอำเภอยึดไปเพื่อจะขายทอดตลาดเอาเงินชำระอากรค่านาที่ค้างชำระผู้รับจำนองจึงต้องเอาเงินไปชำระค่าอากรที่ค้างทางอำเภอจึงมอบนานั้นให้ผู้รับจำนองผู้รับจำนองคงครอบครองต่อมากว่า 10 ปีก็ดี ก็ไม่ทำให้อำนาจครอบครองของผู้รับจำนองเปลี่ยนไปจากเดิมผู้จำนองยังมีสิทธิขอไถ่จำนองได้เพราะถ้าผู้รับจำนองรับนามาจากอำเภอแล้ว จะครอบครองเอานาอย่างเป็นเจ้าของผู้รับจำนองจะต้องบอกกล่าวไปยังผู้จำนองว่า ตนไม่เจตนาจะครอบครองแทนผู้จำนองต่อไป ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1381 หรือมิฉะนั้นก็ต้องบังคับจำนอง การครอบครองใหม่ในฐานะเป็นเจ้าของจึงจะมีขึ้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการแบ่งทรัพย์สินรวมและการประมูลเมื่อตกลงแบ่งกันเองไม่ได้
โจทก์ฟ้องขอแบ่งแยกที่ดินตามคำขอท้ายฟ้องก็มีเพียงขอให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินให้โจทก์อย่างเดียว ศาลพิพากษาให้แบ่งที่ดินให้แล้ว ยังได้เลยพิพากษาต่อไปว่า ถ้าคู่ความตกลงแบ่งกันเองไม่ได้ ให้ประมูลระหว่างคู่ความหรือขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกันตามส่วน ดังนี้ ย่ามมีอำนาจทำให้ ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ เพราะเป็นวิธีการที่ศาลจะแบ่งที่ดินให้แก่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการแบ่งที่ดินมรดก: ศาลพิพากษาเกินคำขอหรือไม่?
โจทก์ฟ้องขอแบ่งแยกที่ดินตามคำขอท้ายฟ้องก็มีเพียงขอให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินให้โจทก์อย่างเดียวศาลพิพากษาให้แบ่งที่ดินให้แล้วยังได้เลยพิพากษาต่อไปว่า ถ้าคู่ความตกลงแบ่งกันเองไม่ได้ ให้ประมูลระหว่างคู่ความหรือขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกันตามส่วนดังนี้ ย่อมมีอำนาจทำได้ ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอเพราะเป็นวิธีการที่ศาลจะแบ่งที่ดินให้แก่คู่ความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 521/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับรองสัญญากู้ด้วยลายมือชื่อและลายนิ้วมือ โดยผู้รู้เห็นถือเป็นพยานได้
กู้เงินกันเกินกว่า 50 บาท ผู้กู้พิมพ์ลายนิ้วมือลงในหนังสือสัญญากู้ ต่อหน้าผู้ให้กู้และคนอีก 2 คนแต่คนหนึ่งลงชื่อโดยบันทึกว่า เป็นพยานอีกคนหนึ่งบันทึกว่า เป็นผู้เขียนดังนี้ เมื่อคนทั้ง สองเป็นผู้รู้เห็นในการกู้เงินและการพิมพ์ลายนิ้วมือลงในสัญญากู้เงินกันจริงก็ถือว่า คนทั้งสองเป็นพยานได้ทั้งสองคนจึงทำให้สัญญากู้ที่กล่าวสมบูรณ์ ฟ้องร้องบังคับคดีกันได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 521/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับรองสัญญากู้ด้วยลายมือและพยาน: การลงชื่อเป็นพยานหรือผู้เขียนไม่กระทบความสมบูรณ์ของสัญญา
กู้เงินกันเกินกว่า 50 บาท ผู้กู้พิมพ์ลายมือนิ้วมือลงในหนังสือสัญญากู้ ต่อหน้าผู้ให้กู้และคนอีก 2 คน แต่คนหนึ่งลงชื่อโดยบันทึกว่า เป็นพยาน อีกคนหนึ่งบันทึกว่า เป็นผู้เขียน ดังนี้ เมื่อคนทั้ง 2 เป็นผู้รู้เห็นในการกู้เงินและการพิพม์ลายนิ้วมือลงในสัญญากู้เงินกันจริงก็ถือว่า คนทั้งสองเป็นพยานได้ทั้งสองคน จึงทำให้สัญญากู้ที่กล่าวสมบูรณ์ ฟ้องร้องบังคับคดีกันได้./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 520/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองไม้แปรรูปเกินขนาดในเขตควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และไม้ของกลางต้องถูกริบ
มีไม้แปรรูปเกิน 0.20 เมตรลูกบาศก์ไว้ในครอบครองภายในเขตควบคุมการแปรรูกไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต ย่อม เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 ไม้ของกลางที่มีไว้ จึงต้องริบตามมาตรา 74.