Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2493 — หน้า 29

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2493" (1292 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 678/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค จำเป็นต้องบรรยายรายละเอียดให้ชัดเจนว่าสินค้าที่ถูกกล่าวหามีสถานะเป็นสินค้าควบคุมจริง
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคว่า จำเลยขายข้าวสารเหนียวให้แก่ผู้ไม่มีบัตรปันส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการจังหวัดสงขลา แต่ในฟ้องไม่ได้บรรยายให้ปรากฏว่าข้าวสารเหนียวเป็นของที่คณะกรรมการประกาศควบคุมและคณะกรรมการได้ตั้งคณะกรรมการจังหวัดสงขลาเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการควบคุมข้าวเหนียวนั้นแทน ฟ้องของโจทก์ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงทั้งสองประการนั้น ทั้งประกาศคณะกรรมการจังหวัดสงขลาจะมีข้อความกล่าวอ้างอาศัยอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายอย่างใด โจทก์มิได้ยื่นสำเนาให้ปรากฏ ดังนี้ถือว่าฟ้องยังไม่พอฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 668/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาฆ่า, ป้องกันตัว, คำให้การจำเลย, การชันสูตรพลิกศพ, ลดโทษ
คดีอาญาที่โจทก์ฟ้องโดยมีการชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้ว จำเลยจะคัดค้านว่า แพทย์ผู้ชันสูตรพลิกศพไม่ได้ไปชันสูตรศพด้วยตนเองนั้น ฟังไม่ขึ้นตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 129
คดีที่จำเลยต่อสู้ว่ากระทำโดยป้องกันตัว โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นขณะเกิดเหตุเลย และศาลพิพากษาลงโทษจำเลยโดยอาศัยคำให้การจำเลยที่รับว่าได้ทำร้ายผู้ตายนั้น เป็นเหตุควรปรานีลดโทษให้จำเลยตามมาตรา 59

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองที่ดินมือเปล่าแย่งกัน โจทก์จำเลยมีสิทธิเท่าเทียมกันต้องแบ่งคนละครึ่ง
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์จำเลยต่างแย่งกันครอบครองที่ดินมือเปล่ามาแต่ไม่ได้ความชัดว่าใครครอบครองส่วนไหนเท่าไร ควรฟังว่าโจทก์จำเลยต่างมีสิทธิครอบครองด้วยกันและให้แบ่งคนละครึ่ง (อ้างฎีกา 587/2480)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองที่ดินมือเปล่าแย่งกัน โจทก์จำเลยมีสิทธิเท่ากันต้องแบ่งให้คนละครึ่ง
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์จำเลยต่างแย่งกันครอบครองที่ดินมือเปล่ามา แต่ไม่ได้ความชัดว่าใครครอบครองส่วนไหนเท่าไร ควรฟังว่าโจทก์จำเลยต่างมีสิทธิครอบครองด้วยกัน และให้แบ่งคนละครึ่ง (อ้างฎีกา 587/2480)
????????????..
โจทก์ฟ้องว่า เดิมข้าหลวงพิเศษจัดแบ่งที่พิพาทรวม 6 แปลง ให้ผู้มีชื่อ 6 คน แต่ยังไม่ได้ออกหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินให้ ผู้มีชื่อดังกล่าวไม่เคยครอบครองทำประโยชน์เลย เมื่อ พ.ศ. 2482 โจทก์ได้เข้าครอบครองที่พิพาท 2 แปลง ต่อมาโจทก์ขอซื้อที่ที่พิพาทนอกนั้นจากผู้มีชื่อ เมือ พ.ศ. 2485 และครอบครองเป็นเจ้าของมา จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของ อ. บิดาภรรยาจำเลย จำเลยได้ครอบครองร่วมกับ อ. จน อ. ตายจำเลยได้ครอบครองแต่ผู้เดียวจนบัดนี้ 10 ปีเศษแล้ว
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ฟังว่าโจทก์จเลยต่างมีส่วนครอบครองที่พิพาท แต่ไม่แน่ชัดว่าฝ่ายใดครอบครองเพียงใด หรือทั้งหมด เพราะคู่ความไม่ขอให้ทำแผนที่พิพาทพิพากษาให้ยกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์จำเลย จะฟ้องร้องกันใหม่
ศาลอุทธรณ์ ฟังว่าโจทก์ครอบครองโดยตั้งใจ จะซื้อจากเจ้าของเดิม ซึ่งไม่มีสิทธิ จึงไม่มีสิทธิดีกว่าเจ้าของเดิม และเชื่อพยานจำเลย เห็นว่าจำเลยมีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าโจทก์ พิพากษายืนให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่า โจทก์เข้าครอบครองเพื่อเจตนาเป็นเจ้าของ ที่รายนี้เป็นที่ดินมือเปล่า เมื่อโจทก์จำเลยต่างมีพยานนำสืบว่าต่างแย่งกันครอบครองมา แต่ไม่ได้ความชัดว่า ใครครอบครองที่ส่วนไหนเท่าไร ควรฟังว่า โจทก์จำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่พิพาทมาด้วยกันดังศาลชั้นต้นโจทก์จำเลยต่างมีสิทธิในที่พิพาทเท่า ๆ กัน
พิพากษากลับ ให้แบ่งที่พิพาทให้โจทก์จำเลยคนละครึ่ง ถ้าไม่ตกลงให้ประมูลราคาหรือขายทอดตลาดแบ่งเงินคนละครึ่ง
(นนทประชา - ธรรมบัณฑิต - ศิลปสิทธิ)
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายนิ่ม กลัสประวิทย์
ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยรัตน์พจนาท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 647/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจะซื้อขายยังใช้ได้ แม้การโอนช่วงแรกถูกทำลาย เหตุใบมอบอำนาจสิ้นอายุ ทายาทต้องปฏิบัติตามสัญญา
ผู้ตายได้ทำสัญญาจะขายนาให้โจทก์แต่ได้ตายเสียในระหว่างประกาศขาย ทายาทบางคนได้โอนขายนาพิพาทให้โจทก์ไปโดยถือตามใบมอบอำนาจเดิม ต่อมาโจทก์ถูกทายาทคนอื่นฟ้องทำลายการโอนดังนี้ แม้ศาลจะพิพากษาให้ทำลายการโอนและให้คืนเงินราคานาให้โจทก์โดยอ้างเหตุว่า ใบมอบอำนาจสิ้นอายุ โจทก์ก็ยังฟ้องบังคับทายาทของผู้ตายให้โอนนาพิพาทให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขายเดิมได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 646/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิขับไล่ผู้เช่าหลังสัญญาเช่าหมดอายุ: การระงับข้อพิพาทระหว่างสัญญาเช่าที่สิ้นสุดแล้วกับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
ในกรณีที่สัญญาเช่าสิ้นอายุแล้วแต่ผู้เช่ายังอยู่ในความคุ้มครองของพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ หากผู้เช่าทำผิดหน้าที่ไม่สงวนทรัพย์สินที่เช่าเสมอวิญญูชน ผู้ให้เช่ามีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าด้วยเหตุนี้ได้ ตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ มาตรา 16(4) โดยไม่จำต้องส่งคำเตือนตามมาตรา 554 ก่อน
แต่ถ้าผู้ให้เช่าจะฟ้องขับไล่โดยอ้างเหตุว่า จำเลยผิดสัญญาเช่าตามมาตรา 16(2) จะต้องส่งคำเตือนให้ผู้เช่าปฏิบัติก่อน
คำให้การจำเลยที่อ้างสิทธิตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ และว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง แม้จะไม่มีข้อที่ว่าโจทก์ต้องบอกกล่าวก่อน ศาลก็ยกกฎหมายนั้นขึ้นวินิจฉัยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 645/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาซื้อขายไม้ซุง: ข้อตกลงเพิ่มเติมที่ไม่ปรากฏในสัญญา และการงดสืบพยานที่ไม่น่าเชื่อถือ
เมื่อข้อสัญญามีความชัดว่าการนำไม้จากป่ามากรุงเทพฯ เป็นหน้าที่ของจำเลย จำเลยกลับจะขอนำสืบว่า ก่อนทำสัญญาโจทก์ได้ตกลงด้วยวาจาเป็นผู้จัดหาช้างงัดไม้ลงน้ำให้ ดังนี้ แม้ไม่ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 94 เมื่อสืบตัวจำเลยแล้วศาลเห็นว่าไม่สมเหตุผลก็สั่งงดสืบพยานอื่นของจำเลยที่เป็นเพียงพยานประกอบได้
เงินที่วางศาลไว้ในระหว่างคดยังไม่ถึงที่สุดไม่มีกฎหมายให้ศาลต้องจ่ายให้แก่ผู้ชนะทันทีในเมื่ออีกฝ่ายยังคัดค้านอยู่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 645/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาซื้อขายไม้ซุง: ข้อตกลงเพิ่มเติมที่ไม่ปรากฏในสัญญา และการจ่ายเงินวางศาล
เมื่อข้อสัญญามีความชัดว่าการนำไม้จากป่ามากรุงเทพฯเป็นหน้าที่ของจำเลย จำเลยกลับจะขอนำสืบว่า ก่อนทำสัญญาโจทก์ได้ตกลงด้วยวาจาเป็นผู้จัดหาช้างงัดไม้ลงน้ำให้ ดังนี้ แม้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 เมื่อสืบตัวจำเลยแล้วศาลเห็นว่าไม่สมเหตุผลก็สั่งงดสืบพยานอื่นของจำเลยที่เป็นเพียงพยานประกอบได้
เงินที่วางศาลไว้ในระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดไม่มีกฎหมายให้ศาลต้องจ่ายให้แก่ผู้ชนะทันทีในเมื่ออีกฝ่ายยังคัดค้านอยู่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 644/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การคัดค้านดุลพินิจศาลในการไม่ริบของกลาง ถือเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้าม
เมื่อศาลล่างทั้งสองเห็นต้องกันว่า เครื่องมือที่ใช้ในการเล่นการพนันอย่างใดไม่ควรริบโจทก์ฎีกาว่าเป็นของควรริบตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 27(1) นั้น เป็นการคัดค้านดุลพินิจของศาลเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้าม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 644/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้ดุลยพินิจริบของกลางในคดีพนัน: ฎีกาที่ไม่ชอบด้วยข้อเท็จจริง
เมื่อศาลล่างทั้งสองเห็นต้องกันว่า เครื่องมือที่ใช้ในการเล่นการพนันอย่างใดไม่ควรริบ โจทก์ฎีกาว่าเป็นของควรริบตาม ก.ม. อาญา ม. 27(1) นั้นเป็นการคัดค้านดุลยพินิจของศาลเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้าม
of 130 ⏮ ◀ ▶ ⏭