Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2505 — หน้า 29

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2505" (679 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 280/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การระบุพยานในคดีอาญา: ขอบเขตการอ้างพยานหลักฐานตามบัญชีพยาน
คดีอาญาที่ราษฎรเป็นโจทก์นั้น ศาลจะต้องไต่สวนมูลฟ้องก่อนฉะนั้น แม้บัญชีระบุพยานของโจทก์จะมี คำว่า'บัญชีพยานชั้นไต่สวนมูลฟ้อง' ก็ดี ก็จะถือว่าเป็นการระบุพยานเฉพาะแต่ในตอนไต่สวนมูลฟ้องไม่ได้ ต้องถือว่าโจทก์มีความประสงค์ที่จะอ้างอิงพยานหลักฐานในคดีนั้นตามบัญชีระบุพยานของตนตลอดทั้งเรื่อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 272-273/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การดูหมิ่นซึ่งหน้า: ถ้อยคำมีความหมายในเชิงชู้สาว แม้มีการสะกดผิดเล็กน้อย ก็ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393
จำเลยเป็นชายพูดต่อหน้าผู้เสียหายซึ่งเป็นภริยาผู้ใหญ่บ้านว่า 'เมียผู้ใหญ่บ้านนี้แต่งตัวสวยน่าอยากล่ำสักที'ซึ่งหมายความว่าผู้เสียหายแต่งตัวสวยอยากเย็ดสักทีนั้นคำที่จำเลยกล่าว และวิธีที่จำเลยกล่าว ฟังได้ว่าเป็นการดูหมิ่นผู้เสียหายซึ่งหน้าแล้ว (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 8/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 272-273/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การดูหมิ่นซึ่งหน้า: ถ้อยคำที่มีนัยยะทางเพศถือเป็นการดูหมิ่น แม้จะมีความผิดพลาดในการใช้คำ
จำเลยเป็นชายพูดต่อหน้าผู้เสียหายซึ่งเป็นภริยาผู้ใหญ่บ้านว่า เมียผู้ใหญ่บ้านนี้แต่งตัวสวยน่าอยากล่ำสักที ซึ่งหมายความว่า ผู้เสียหายแต่งตัวสวยอยากเย็ดสักทีนั้น คำที่จำเลยกล่าว และวิธีที่จำเลยกล่าว ฟังได้ว่า เป็นการดูหมิ่นผู้เสียหายซึ่งหน้าแล้ว (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 8/2505)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 256/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เอกสารรับรองการจัดการงาน-มอบทรัพย์สิน ไม่ใช่สัญญากู้ ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์
เอกสารที่จำเลยทำให้โจทก์มีข้อความรับรองการที่โจทก์จัดการงานให้จำเลย และต้องออกเงินทดรองไปรวมทั้งสัญญามอบทรัพย์สินของจำเลย ให้โจทก์มีอำนาจจัดการใช้สิทธิได้ด้วยนั้น มิใช่เป็นสัญญากู้ยืมเงินจึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์และรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 256/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เอกสารรับรองการจัดการงานและเงินทดรอง ไม่ใช่สัญญากู้ยืม ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์
เอกสารที่จำเลยทำให้โจทก์มีข้อความรับรองการที่โจทก์จัดการงานให้จำเลยและต้องออกเงินทดรองไป รวมทั้งสัญญามอบทรัพย์สินของจำเลยให้โจทก์มีอำนาจจัดการใช้สิทธิได้ด้วยนั้น มิใช่เป็นสัญญากู้ยืมเงิน จึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ และรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 245/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การปรุงยาโดยผู้ไม่มีคุณสมบัติและใบอนุญาต ถือเป็นความผิดเกิดจากการกระทำ ต้องริบของกลาง
เมื่อปรากฏว่าจำเลยขาดคุณสมบัติและความรู้ ไม่มีทางที่จะขึ้นทะเบียนรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะได้ แต่ก็ยังฝ่าฝืนปรุงยาเพื่อจำหน่ายเช่นนี้ ได้ชื่อว่าความผิดเกิดจากการกระทำ (คือปรุงยา) ของจำเลยตัวยาและเครื่องอุปกรณ์ในการปรุงยาเป็นทรัพย์สินที่จำเลยใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด จึงต้องริบ
หากจำเลยเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ปรุงยา แล้ว แต่ใบอนุญาตของจำเลยขาดอายุ จำเลยไปปรุงยาเพื่อจำหน่ายเช่นนี้ ได้ชื่อว่าความผิดเกิดเพราะไม่ได้รับอนุญาตไม่ใช่เกิดจากการกระทำความผิด ของกลางไม่พึงริบ (เทียบคดีคำที่ 274/2503) (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 42/43/2504)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 245/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การปรุงยาโดยไม่ได้รับอนุญาตและคุณสมบัติ การริบของกลาง
เมื่อปรากฏว่าจำเลยขาดคุณสมบัติและความรู้ ไม่มีทางที่จะขึ้นทะเบียนรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะได้ แต่ก็ยังฝ่าฝืนปรุงยาเพื่อจำหน่ายเช่นนี้ ได้ชื่อว่าความผิดเกิดจากการกระทำ (คือ ปรุงยา) ของจำเลย ตัวยาและเครื่องอุปกรณ์ในการปรุงยาเป็นทรัพย์สินที่จำเลยใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด จึงต้องริบ
หากจำเลยเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ปรุงยาแล้ว แต่ใบอนุญาตของจำเลยขาดอายุจำเลยไปปรุงยาเพื่อจำหน่ายเช่นนี้ได้ชื่อว่าความผิดเกิดเพราะไม่ได้รับอนุญาตไม่ใช่เกิดจากการกระทำความผิด ของกลางไม่พึงริบ (เทียบคดีดำที่ 274/2503)
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 42-43/2504)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 24/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาที่ไม่ชัดเจน การยกข้อต่อสู้ต้องระบุเหตุผลและข้อกฎหมายรองรับ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
ฎีกาข้อหนึ่งมีจำเลยกล่าวว่า "โจทก์ไม่ควรได้รับทรัพย์รายพิพาททั้งหมด ดังข้อต่อสู้ของจำเลย" นั้นเป็นฎีกาที่มิได้ยกข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิง โดยชัดแจ้ง ศาลจึงไม่รับวินิจฉัยในข้อนี้ให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 24/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาไม่ชัดเจน: เหตุผลการไม่อนุมัติทรัพย์มรดกทั้งหมด และการอ้างอิงคำให้การแทนข้อกฎหมาย
ฎีกาที่บรรยายว่า 'โจทก์ไม่ควรได้รับทรัพย์รายพิพาททั้งหมดดังข้อต่อสู้ของจำเลย' เพียงเท่านี้มิได้กล่าวมาให้ชัดแจ้งว่าโจทก์ไม่ควรได้รับทรัพย์มรดกทั้งหมดเพราะเหตุใด หรือโจทก์ควรได้รับเท่าใด นั้น เป็นฎีกาที่มิได้ยกข้อเท็จจริง หรือข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงโดยชัดแจ้งในฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 และจะไปอ้างอิงคำให้การมาเป็นส่วนหนึ่งของฎีกาไม่ได้ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยในข้อนี้ให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 240/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการเฉลี่ยหนี้จากการยึดทรัพย์: กำหนดเวลา 14 วันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจำเลยคนเดียวกันในคดี 2 สำนวน โดยมิได้รวมพิจารณาพิพากษาโจทก์นำยึดทรัพย์จำเลยในคดีแรกสำนวนเดียวแล้วขายทอดตลาด มีเจ้าหนี้อื่นมาร้องขอเฉลี่ยในกำหนดเวลา โจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้เอาหนี้ในคดีหลังอีกสำนวนหนึ่งมารวมกับหนี้ในคดีแรกเพื่อคิดเฉลี่ยให้โจทก์ด้วย ดังนี้ ถือว่าเป็นคำร้องขอเฉลี่ย เมื่อยื่นเกิน 14 วัน ย่อมหมดสิทธิตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290วรรคสาม
of 68 ⏮ ◀ ▶ ⏭