ผลการค้นหาตามปี "2500" (862 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 950/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาและการพิสูจน์เจตนาทุจริต
มีเจตนาทุจริตหรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
ป.พ.พ. มาตรา 185 เป็นบทบัญญัติเรื่องการขยายอายุความที่จะสิ้นสุดลงในระหว่างเป็นสามีภริยากันอยู่ให้ขยายต่อไปอีก 1 ปีไม่ใช่เป็นเรื่องว่าถ้าทรัพย์ระหว่างสามีภริยาตกอยู่แก่ฝ่ายใดเกิน 1 ปีแล้ว ฝ่ายนั้นจะได้กรรมสิทธิ์ ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่จะต้องแบ่งตาม ป.พ.พ. ม.1512 นั้นไม่มีกำหนดเวลาระบุไว้ จึงต้องใช้อายุความ 10 ปีตาม ม.164.
ป.พ.พ. มาตรา 185 เป็นบทบัญญัติเรื่องการขยายอายุความที่จะสิ้นสุดลงในระหว่างเป็นสามีภริยากันอยู่ให้ขยายต่อไปอีก 1 ปีไม่ใช่เป็นเรื่องว่าถ้าทรัพย์ระหว่างสามีภริยาตกอยู่แก่ฝ่ายใดเกิน 1 ปีแล้ว ฝ่ายนั้นจะได้กรรมสิทธิ์ ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่จะต้องแบ่งตาม ป.พ.พ. ม.1512 นั้นไม่มีกำหนดเวลาระบุไว้ จึงต้องใช้อายุความ 10 ปีตาม ม.164.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 948/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องบุกรุกต้องระบุเจตนาชัดเจน หากขาดรายละเอียดฟ้องไม่ชอบ
คำบรรยายฟ้องหาว่าทำผิดฐานบุกรุกตามกฎหมายลักษณะอาญาม.327 นั้น โจทก์ต้องกล่าวด้วยว่าจำเลยเจตนาจะมิให้ผู้อื่นได้ปกครองทรัพย์หรือเพื่อจะเข้าครอบครองทรัพย์มิฉะนั้นเป็นฟ้องที่ขาดรายละเอียดทำให้จำเลยไม่เข้าใจข้อหาได้ดีพอ(เทียบเคียงฎีกาที่ 912/2492,1549/2493)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 948/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องบุกรุกต้องระบุเจตนา หากขาดรายละเอียดสำคัญ ทำให้จำเลยไม่เข้าใจข้อหา ฟ้องไม่ชอบ
คำบรรยายฟ้องหาว่าทำผิดฐานบุกรุกตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.327 นั้น โจทก์ต้องกล่าวด้วยว่าจำเลยเจตนาจะมิให้ผู้อื่นได้ปกครองทรัพย์หรือเพื่อจะเข้าครอบครองทรัพย์ มิฉะนั้นเป็นฟ้องที่ขาดรายละเอียด ทำให้จำเลยไม่เข้าใจข้อหาได้ดีพอ.
เทียบเคียง ฎีกาที่ 912/2492,(1549/2493).
เทียบเคียง ฎีกาที่ 912/2492,(1549/2493).
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 945/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขัดทรัพย์ซ้ำ: ศาลยกคำร้องขัดทรัพย์ซ้ำได้ แม้โจทก์ไม่ได้ยกประเด็นนี้ขึ้นมาเถียง
ศาลสั่งยกคำร้องขัดทรัพย์รายหนึ่งเสร็จไปแล้วผู้ร้องร้องขัดทรัพย์รายนั้นซ้ำอีกไม่ได้ แม้โจทก์ไม่ยกความข้อนี้ขึ้นเถียงศาลอุทธรณ์ก็ยกขึ้นพิพากษาเองได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 944/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำซัดทอดจำเลยด้วยกันฟังเป็นหลักฐานยันจำเลยอื่นไม่ได้ และการพิจารณาหลักฐานพยานต้องน่าเชื่อถือ
คำซัดทอดของจำเลยด้วยกันฟังเป็นพยานหลักฐานยันจำเลยอื่นไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 938/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสั่งงดการลงคะแนนและผลกระทบต่อการเลือกตั้งใหม่ กรณีคะแนนนิยมทิ้งห่าง
การที่กรรมการเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยเลือกตั้งสั่งงดการลงคะแนนเสียเฉพาะหน่วยนั้นเพราะบัตรเลขหมายประจำตัวผู้สมัครบางคนหายไป จะให้ฟังว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยชอบหาได้ไม่เพราะเป็นหน้าที่ของกรรมการที่เกี่ยวข้องจะต้องใช้ความระมัดระวังมิให้เกิดการบกพร่องขึ้นดังกล่าว
แต่สำหรับหน่วยเลือกตั้งที่มิได้มีการลงคะแนนนี้ ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั้งหมดมีจำนวนเพียง 1,550 คนเท่านั้นฉะนั้นถึงแม้ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดจะมาใช้สิทธิของตนก็ดี ก็จะไม่มีผลเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลที่ได้รับเลือกตั้งดังที่ได้ประกาศผลไปแล้วเพราะในจำนวนผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือก 5 คนนั้น คนที่อยู่ในอันดับ 5 ได้คะแนนถึง 41,080 คะแนน สูงกว่าผู้ที่อยู่ในอันดับ 6 ถึง 11,568 คะแนน ยังไม่มีเหตุสมควรที่จะมีให้การเลือกตั้งใหม่
แต่สำหรับหน่วยเลือกตั้งที่มิได้มีการลงคะแนนนี้ ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั้งหมดมีจำนวนเพียง 1,550 คนเท่านั้นฉะนั้นถึงแม้ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดจะมาใช้สิทธิของตนก็ดี ก็จะไม่มีผลเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลที่ได้รับเลือกตั้งดังที่ได้ประกาศผลไปแล้วเพราะในจำนวนผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือก 5 คนนั้น คนที่อยู่ในอันดับ 5 ได้คะแนนถึง 41,080 คะแนน สูงกว่าผู้ที่อยู่ในอันดับ 6 ถึง 11,568 คะแนน ยังไม่มีเหตุสมควรที่จะมีให้การเลือกตั้งใหม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 938/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเลือกตั้งเป็นไปโดยชอบหรือไม่ แม้มีการสั่งงดคะแนนเสียงในบางหน่วย เหตุผลคือ บัตรผู้สมัครหาย และไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงตัวผู้ได้รับเลือก
การที่กรรมการเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยเลือกตั้งสั่งงดการส่งคะแนนเสียเฉพาะหน่วยนั้น เพราะบัตรเลขหมายประจำตัวผู้สมัครบางคนหายไป จะให้ฟังว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยชอบหาได้ไม่ เพราะเป็นหน้าที่ของกรรมการที่เกี่ยวข้อง จะต้องใช้ความระมัดระวังมิให้เกิดการบกพร่องดังกล่าว
แต่สำหรับหน่วยเลือกตั้งที่มิได้มีการลงคะแนนนี้ ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั้งหมดมีจำนวนเพียง 1,550 คน เท่านั้น ฉะนั้นถึงแม้ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดจะมาใช้สิทธิของตนก็ดี ก็จะไม่มีผลเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลที่ได้รับเลือกตั้งดังที่ได้ประกาศผลไปแล้วเพราะในจำนวนผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือก 5 คนนั้น คนที่อยู่ในอันดับ 5 ได้คะแนนถึง 41,080 คะแนน สูงกว่าผู้ที่อยู่ในอันดับ 6 ถึง 11,568 คะแนน ยังไม่มีเหตุสมควรที่จะให้มีการเลือกตั้งใหม่.
แต่สำหรับหน่วยเลือกตั้งที่มิได้มีการลงคะแนนนี้ ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั้งหมดมีจำนวนเพียง 1,550 คน เท่านั้น ฉะนั้นถึงแม้ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดจะมาใช้สิทธิของตนก็ดี ก็จะไม่มีผลเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลที่ได้รับเลือกตั้งดังที่ได้ประกาศผลไปแล้วเพราะในจำนวนผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือก 5 คนนั้น คนที่อยู่ในอันดับ 5 ได้คะแนนถึง 41,080 คะแนน สูงกว่าผู้ที่อยู่ในอันดับ 6 ถึง 11,568 คะแนน ยังไม่มีเหตุสมควรที่จะให้มีการเลือกตั้งใหม่.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 936/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความบกพร่องของศาล & หน้าที่โจทก์ติดตามคดี: ศาลฎีกายืนตามคำพิพากษาเดิมเนื่องจากโจทก์มิได้ติดตามเรื่องนับโทษ
โจทก์ยื่นคำร้องขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอีกเรื่องหนึ่งศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งสำเนา และสอบถามจำเลยในวันสืบพยานแต่ก็ไม่ได้สอบจนพิพากษาไปแล้วแม้จะถือว่าเป็นความบกพร่องของศาลที่ไม่สอบถามจำเลยโจทก์ก็มีส่วนบกพร่องไม่ติดตามแถลงต่อศาลก่อนพิพากษา ศาลฎีกาไม่เห็นสมควรแก้ไข
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 933-934/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เปลี่ยนแปลงโทษฉ้อโกง: กฎหมายใหม่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิด, ศาลพิจารณาโทษจำเลยตามกฎหมายที่ใช้บังคับ
จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดฐานเป็นตัวการฉ้อโกงเรื่องแกล้งแสดงตนว่าเป็นคนใช้วิทยาคมได้ ตามก.ม.ลักษณะอาญา ม.304,306(2) และจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานเป็นผู้ช่วยเหลืออุปการะในการกระทำผิดดังกล่าวผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.304,306,65 อันเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะกระทำความผิด บัดนี้ประมวลกฎหมายอาญาได้เปลี่ยนแปลงความผิดฐานฉ้อโกงไปในทางที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดโดยการใช้อุบายพิเศษเรื่องแกล้งแสดงตนว่าเป็นคนใช้วิทยาคมได้นั้น เป็นอันยกเลิกไปเสียแล้ว และที่โจทก์กล่าวฟ้องในเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เป็นกรณีพิเศษตามประมวลกฎหมายอาญา ม.342 ฉะนั้นการกระทำผิดของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงธรรมดาตามประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ตรงกับ ก.ม.ลักษณะอาญา ม.304 เท่านั้น อันมีอัตราโทษจำคุกเพียงไม่เกิน 3 ปี เบากว่าอัตราโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.306(2) มาก แม้เรื่องนี้เฉพาะโจทก์ร่วมฝ่ายเดียวฎีกา ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ให้หนักขึ้น แต่ความผิดฐานฉ้อโกงเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เป็นคุณแก่ผู้ทำผิดดังกล่าวแล้ว ซึ่งประมวลกฎหมายอาญาม.3 บัญญัติให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้ทำผิด และเป็นเหตุในลักษณะคดีตามประมวลกฏหมายอาญาม.89 จึงมีผลเกี่ยวพันไปถึงตัวจำเลยที่ 1 และที่ 3 ที่มิได้ฎีกาขึ้นมานั้นด้วย จำเลยที่ 1 และที่ 3 ซึ่งเป็นตัวการจึงผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.341,83 ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดรายนี้ ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ประกอบด้วย ม.82.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 933-934/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เปลี่ยนแปลงโทษฉ้อโกงจากกฎหมายลักษณะอาญาเป็นประมวลกฎหมายอาญาและผลกระทบต่อตัวการ-ผู้สนับสนุน
จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดฐานเป็นตัวการฉ้อโกงเรื่องแกล้งแสดงตนว่าเป็นคนใช้วิทยาคมได้ ตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.304,306(2) และจำเลยที่ 2 มี ความผิดฐานเป็นผู้ช่วยเหลืออุปการะในการกระทำผิดดังกล่าวผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา ม.304,306,65 อันเป็นบทกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะกระทำความผิดบัดนี้ประมวลกฎหมายอาญาได้เปลี่ยนแปลงความผิดฐานฉ้อโกงไปในทางที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดโดยการใช้อุบายพิเศษเรื่องแกล้งแสดงตนว่าเป็นคนใช้วิทยาคมได้นั้นเป็นอันยกเลิกไปเสียแล้วและที่โจทก์กล่าวฟ้องในเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เป็นกรณีพิเศษตามประมวลกฎหมายอาญา ม.342 ฉะนั้นการกระทำผิดของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงธรรมดาตามประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ตรงกับกฎหมายลักษณะอาญา ม.304 เท่านั้นอันมีอัตราโทษจำคุกเพียงไม่เกิน 3 ปี เบากว่าอัตราโทษตาม กฎหมายลักษณะอาญา ม.306(2) มาก แม้เรื่องนี้เฉพาะโจทก์ร่วมฝ่ายเดียวฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ให้หนักขึ้น แต่ความผิดฐานฉ้อโกงเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เป็นคุณแก่ผู้ทำผิดดังกล่าวแล้วซึ่งประมวลกฎหมายอาญา ม.3 บัญญัติให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้ทำผิดและเป็นเหตุในลักษณะคดีตามประมวลกฎหมายอาญา ม.89 จึงมีผลเกี่ยวพันไปถึงตัวจำเลยที่ 1 และที่ 3 ที่มิได้ฎีกาขึ้นมานั้นด้วยจำเลยที่ 1 และที่ 3 ซึ่งเป็นตัวการจึงผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.341,83 ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดรายนี้ ผิดตามประมวลกฎหมายอาญาม.341 ประกอบด้วย ม.86