Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2510 — หน้า 3

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2510" (947 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 963-965/2510

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอายัดเงินก่อนคำพิพากษา: สิทธิในการขอเฉลี่ยทรัพย์ ผู้ร้องขอได้เมื่อใด
เจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดเงินที่บุคคลภายนอกจะต้องชำระให้แก่จำเลยไว้ก่อนศาลพิพากษาคำสั่งศาลอายัดเงินย่อมมีผลต่อไปจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามมาตรา 260(2)
ตามมาตรา 290 วรรคสี่ต้องยื่นคำขอเฉลี่ยเสียก่อนที่มีการชำระเงินหรือส่งทรัพย์สินตามที่อายัดไว้ กำหนดเวลาชำระเงินต้องมีในคำสั่งอายัดตามมาตรา 311 จึงเห็นได้ว่ามีกำหนดเวลาให้ยื่นคำขอเฉลี่ยได้ก่อนที่มีการชำระเงินหรือส่งทรัพย์สินตามที่อายัดไว้ในหมายอายัดชั่วคราวของศาลไม่ได้กำหนดวันเวลาที่จำเลยจะต้องชำระเงินไว้ จึงไม่มีกำหนดเวลาที่ผู้ร้องจะขอเฉลี่ยได้ก่อนที่มีการชำระเงิน ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอเฉลี่ยเมื่อทรัพย์ที่อายัดได้ส่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแล้วได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 963-965/2510 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอายัดเงินก่อนคำพิพากษา: สิทธิในการขอเฉลี่ยทรัพย์สินของผู้ถูกบังคับคดี
เจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดเงินที่บุคคลภายนอกจะต้องชำระให้แก่จำเลยไว้ก่อนศาลพิพากษา คำสั่งอายัดเงินย่อมมีผลต่อไปจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามมาตรา 260(2)
ตามมาตรา 290 วรรค 4 ต้องยื่นคำขอเฉลี่ยเสียก่อนที่มีการชำระเงินหรือส่งทรัพย์สินตามที่อายัดไว้ กำหนดเวลาชำระเงินต้องมีในคำสั่งอายัดตามมาตรา 311 จึงเห็นได้ว่ามีกำหนดเวลาให้ยื่นคำขอเฉลี่ยได้ก่อนที่มีการชำระเงินหรือส่งทรัพย์สินตามที่อายัดไว้ในหมายอายัดชั่วคราวของศาลไม่ได้กำหนดวันเวลาที่จำเลยจะต้องชำระเงินไว้ จึงไม่มีกำหนดเวลาที่ผู้ร้องจะขอเฉลี่ยได้ก่อนที่มีการชำระเงิน ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอเฉลี่ยเมื่อทรัพย์ที่อายัดได้ส่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแล้วได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 96-97/2510

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อขายไม้ประดู่และการฟ้องยักยอกทรัพย์: สัญญาซื้อขาย vs. ความผิดอาญา
เมื่อคดีฟังได้ว่าโจทก์จำเลยเป็นพ่อค้าไม้ และเคยติดต่อซื้อขายไม้มาด้วยกันหลายครั้ง ครั้งที่เกิดเหตุโจทก์อ้างว่าได้รับโทรเลขจากจำเลยว่า อยากได้ไม้ประดู่ให้ส่งเงินไปให้จำเลย โจทก์จึงส่งเงินไปแสดงว่าโจทก์ส่งเงินให้จำเลยเพราะโจทก์อยากได้ไม้ประดู่ตามข้อเสนอของจำเลย โจทก์จึงส่งเงินไปให้จำเลยในฐานะโจทก์เป็นผู้ซื้อจำเลยเป็นผู้ขายหาใช่จำเลยเป็นผู้รับเงินในฐานะเป็นตัวแทนโจทก์ หรือโจทก์ได้มอบเงินให้จำเลยไว้ซื้อไม้แทนโจทก์ไม่กรณีดังกล่าวยังถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็น ผู้ครอบครองทรัพย์ของโจทก์ การที่จำเลยไม่ส่งไม้หรือไม่คืนเงิน ให้โจทก์ เป็นการไม่ปฏิบัติตามสัญญาทางแพ่งดังนี้ จึงไม่เป็น ความผิดฐานยักยอกทางอาญา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 962/2510

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวที่พอสมควรแก่เหตุ: การยิงเพื่อป้องกันการถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีด
พฤติการณ์ที่ถือว่าเป็นการป้องกันชีวิตที่พอสมควรแก่เหตุตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 962/2510 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวที่พอสมควรแก่เหตุ: การยิงเพื่อป้องกันการถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีด
พฤติการณ์ที่ถือว่าเป็นการป้องกันชีวิตที่พอสมควรแก่เหตุตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 960/2510 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การงดการพิจารณาคดีแพ่งรอผลคดีอาญาเมื่อประเด็นข้อเท็จจริงเป็นเดียวกัน
เมื่อประเด็นที่ต้องวินิจฉัยในคดีส่วนแพ่งเป็นอย่างเดียวกับปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในคดีส่วนอาญา ศาลที่จะพิพากษาคดีส่วนแพ่งชอบที่จะงดการพิจารณาคดีแพ่งไว้รอฟังข้อเท็จจริงที่จะปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาก่อน
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 46 มุ่งหมายให้ศาลที่จะพิพากษาคดีส่วนแพ่งรอฟังผลของคดีส่วนอาญาก่อน แล้วจึงพิพากษาคดีส่วนแพ่งไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญานั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 960/2510

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การงดการพิจารณาคดีแพ่งรอผลคดีอาญา กรณีประเด็นข้อเท็จจริงในคดีทั้งสองสอดคล้องกัน
เมื่อประเด็นที่ต้องวินิจฉัยในคดีส่วนแพ่งเป็นอย่างเดียวกับปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในคดีส่วนอาญา ศาลที่จะพิพากษาคดีส่วนแพ่งชอบที่จะงดการพิจารณาคดีแพ่งไว้รอฟังข้อเท็จจริงที่จะปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาก่อน
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 46 มุ่งหมายให้ศาลที่จะพิพากษาคดีส่วนแพ่งรอฟังผลของคดีส่วนอาญาก่อน แล้วจึงพิพากษาคดีส่วนแพ่งไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญานั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 957/2510

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความฟ้องคดีมรดกตามพินัยกรรม: ประเด็นการครอบครองและการวินิจฉัยนอกประเด็น
โจทก์ฟ้องเรียกมรดกตามพินัยกรรม จำเลยสู้ว่าจำเลยครอบครองมรดกนั้นอยู่โจทก์ฟ้องคดีเกินกว่า 10 ปี นับแต่เจ้ามรดกตาย และเจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมฉบับสุดท้ายยกที่พิพาทให้แก่จำเลยแล้ว เป็นคดีฟ้องเรียกทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมโดยตรง การที่ศาลอุทธรณ์ไปวินิจฉัยเรื่องสิทธิฟ้องร้องของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1374 จึงเป็นเรื่องนอกประเด็น
ที่พิพาทเป็นที่ยังไม่มีโฉนด โจทก์อ้างว่าที่พิพาทรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์แล้ว แต่โจทก์จะได้ครอบครองที่พิพาทมาเพียงใดหรือไม่ ยังไม่ปรากฏฝ่ายจำเลยก็โต้เถียงว่าจำเลยเป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทมาเป็นเวลากว่า 40ปี แล้ว จึงมีประเด็นว่าที่พิพาทรายนี้ฝ่ายโจทก์หรือฝ่ายจำเลยเป็นผู้ครอบครองหลังจากเจ้ามรดกตายแล้ว จึงมีข้อเท็จจริงที่จะต้องฟังจากพยานหลักฐานต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 957/2510 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความฟ้องคดีมรดกตามพินัยกรรม: ประเด็นการครอบครองและการวินิจฉัยนอกประเด็น
โจทก์ฟ้องเรียกมรดกตามพินัยกรรม จำเลยสู้ว่าจำเลยครอบครองมรดกนั้นอยู่โจทก์ฟ้องคดีเกินกว่า 10 ปี นับแต่เจ้ามรดกตาย และเจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมฉบับสุดท้ายยกที่พิพาทให้แก่จำเลยแล้ว เป็นคดีฟ้องเรียกทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมโดยตรง การที่ศาลอุทธรณ์ไปวินิจฉัยเรื่องสิทธิฟ้องร้องของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1374 จึงเป็นเรื่องนอกประเด็น
ที่พิพาทเป็นที่ยังไม่มีโฉนด โจทก์อ้างว่าที่พิพาทรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์แล้ว แต่โจทก์จะได้ครอบครองที่พิพาทมาเพียงใดหรือไม่ ยังไม่ปรากฏฝ่ายจำเลยก็โต้เถียงว่าจำเลยเป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทมาเป็นเวลากว่า 40 ปี แล้วจึงมีประเด็นว่าที่พิพาทรายนี้ฝ่ายโจทก์หรือฝ่ายจำเลยเป็นผู้ครอบครองหลังจากเจ้ามรดกตายแล้ว จึงมีข้อเท็จจริงที่จะต้องฟังจากพยานหลักฐานต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 956/2510

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องขับไล่: โจทก์ต้องพิสูจน์ความเป็นเจ้าของที่ดิน หรืออาศัยอำนาจตามกฎหมาย หากมิได้อ้างอิงอำนาจตามกฎหมายเฉพาะ ศาลต้องฟังตามที่โจทก์กล่าวอ้าง
ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นโจทก์ฟ้องคดีบรรยายฟ้องว่าจำเลยบุกรุกที่ดินของโจทก์ โจทก์ได้แจ้งการครอบครองที่ดินแปลงนี้ไว้แล้ว โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์และขอให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วย ซึ่งเมื่อพิจารณาตามฟ้องแล้วเห็นได้ว่าโจทก์กล่าวอ้างว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์เอง มิได้อาศัยอำนาจจากอธิบดีกรมที่ดินซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามความในมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2479 และมิได้อ้างอำนาจตามมาตรา 8 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
of 95 ⏮ ◀ ▶ ⏭