Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2503 — หน้า 30

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2503" (779 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 376/2503

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลแขวงคดีเกินอำนาจ: อุทธรณ์ข้อเท็จจริงได้
คดีอาญาเกินอำนาจศาลแขวงพิจารณาพิพากษาเมื่อศาลแขวงไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์ย่อมอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2503)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 368/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หน้าที่นำสืบจำเลยไม่ต้องทำหากโจทก์ยอมรับข้อเท็จจริงแล้ว กรณีภาษีโรงเรือน
หน้าที่นำสืบบางกรณี แม้จะตกแก่จำเลยต้องนำสืบก็จริง แต่ถ้าโจทก์ได้ยอมรับข้อเท็จจริงเช่นว่านั้น และคำรับของโจทก์เกี่ยวกับประเด็นโดยตรงแล้ว จำเลยก็ไม่จำต้องสืบพยานตามหน้าที่นำสืบนั้นอีก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 368/2503

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หน้าที่นำสืบจำเลยไม่ต้องทำหากโจทก์ยอมรับข้อเท็จจริงแล้ว แม้เป็นประเด็นที่จำเลยมีหน้าที่นำสืบ
หน้าที่นำสืบบางกรณี แม้จะตกแก่จำเลยต้องนำสืบก็จริงแต่ถ้าโจทก์ได้ยอมรับข้อเท็จจริงเช่นว่านั้นและคำรับของโจทก์เกี่ยวกับประเด็นโดยตรงแล้วจำเลยก็ไม่จำต้องสืบพยานตามหน้าที่นำสืบนั้นอีก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 367/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสั่งคำร้องเพิ่มเติมคำให้การ และการไม่ยื่นคำแก้อุทธรณ์ทำให้ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
คดีที่ศาลชั้นต้นยังไม่ได้สั่งคำร้องขอเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยว่าจะรับเป็นคำให้การเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ศาลชั้นต้นชอบที่จะสั่งคำร้องเพิ่มเติมคำให้การนี้เสียก่อน แล้วจึงให้ดำเนินการพิจารณาต่อไปได้
การที่โจทก์โต้แย้งในชั้นฎีกา โดยโจทก์มิได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์ถือว่า ไม่ปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
หากศาลชั้นต้นได้สั่งให้รับคำให้การเพิ่มเติม ย่อมเป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นที่จะสั่งว่า จะให้สืบให้ข้อต่อสู้นั้นหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 367/2503

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสั่งคำร้องเพิ่มเติมคำให้การ และประเด็นการฎีกาที่ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนตามกฎหมาย
คดีที่ศาลชั้นต้นยังไม่ได้สั่งคำร้องขอเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยว่าจะรับเป็นคำให้การเพิ่มเติมหรือไม่นั้นศาลชั้นต้นชอบที่จะสั่งคำร้องเพิ่มเติมคำให้การนี้เสียก่อนแล้วจึงให้ดำเนินการพิจารณาต่อไปได้
การที่โจทก์โต้แย้งในชั้นฎีกา โดยโจทก์มิได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์ถือว่าไม่ปฏิบัติตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
หากศาลชั้นต้นได้สั่งให้รับคำให้การเพิ่มเติมแล้วย่อมเป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นที่จะสั่งว่า จะให้สืบในข้อต่อสู้นั้นหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 365/2503

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์สถานะเจ้าพนักงานในการชันสูตรบาดแผล: โจทก์ต้องพิสูจน์เองหากไม่มีกฎหมายกำหนด
รายงานชันสูตรบาดแผลนั้นไม่มีกฎหมายบังคับว่า ต้องให้เจ้าพนักงานเป็นผู้ทำ โจทก์จึงต้องนำสืบให้ศาลเห็นว่าผู้ทำเป็นเจ้าพนักงานต่างกับการชันสูตรพลิกศพ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ได้บัญญัติไว้ ซึ่งเมื่อนายแพทย์ได้ทำการชันสูตรพลิกศพด้วยศาลย่อมรับรู้ว่านายแพทย์เป็นเจ้าพนักงาน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 365/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์สถานะเจ้าพนักงานทางการแพทย์ในการชันสูตรบาดแผลและการหมิ่นประมาท
รายงานชันสูตรบาดแผลนั้นไม่มีกฎหมายบังคับว่า ต้องให้เจ้าพนักงานเป็นผู้ทำ โจทก์จึงต้องนำสืบให้ศาลเห็นว่าผู้ทำเป็นเจ้าพนักงาน ต่างกับการชันสูตรพลิกศพ ป.วิ.อ. มาตรา 150 ได้บัญญัติไว้ ซึ่งเมื่อนายแพทย์ได้ทำการชันสูตรพลิกศพด้วย ศาลย่อมรับรู้ว่านายแพทย์เป็นเจ้าพนักงาน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 363/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนับโทษต่อ: จำเลยต้องยอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับในคดีก่อน ศาลต้องสอบถามและจดบันทึกไว้
การสั่งให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีก่อนนั้น จะกระทำได้ต่อเมื่อความปรากฏว่าเป็นคน ๆ เดียวกันกับจำเลยในคดีก่อน ซึ่งศาลลงโทษไปแล้ว การที่จำเลยได้ให้การปฏิเสธความผิด ไม่ได้พูดถึงเรื่องโจทก์ขอให้นับโทษต่อกัน แต่ก็มิได้มีการสอบถามจดบันทึกในเรื่องที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อไว้แต่ประการใด เช่นนี้ ยังไม่มีทางนับโทษต่อให้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 363/2503

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนับโทษต่อ จำเป็นต้องมีการสอบถามจำเลยและรับรองว่าเป็นคนเดียวกัน
การสั่งให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีก่อนนั้น จะกระทำได้ต่อเมื่อความปรากฏว่าจำเลยเป็นคนๆ เดียวกันกับจำเลยในคดีก่อนซึ่งศาลลงโทษไปแล้วการที่จำเลยได้ให้การปฏิเสธความผิด ไม่ได้พูดถึงเรื่องโจทก์ขอให้นับโทษต่อกันแต่ก็มิได้มีการสอบถามจดบันทึกในเรื่องที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อไว้แต่ประการใดเช่นนี้ ยังไม่มีทางนับโทษต่อให้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 36/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย: การพิจารณาเจตนาและความร้ายแรงของอาวุธ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันใช้ไม้แก่นเป็นอาวุธตีนายซุน ๑ ที ถูกที่ศีรษะแตกและตายโดยเจตนาฆ่า ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓
จำเลยทั้งสองปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันฆ่านายซุนตายโดยเจตนา พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำคุกคนละ ๑๕ ปี จำเลยที่ ๒ อายุ ๑๗ ปี ลดโทษกึ่งตามมาตรา ๗๕ คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์ในการพิจารณาคดี ลดโทษคนละ ๑ ใน ๓ ตาม มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๑๐ ปี จำเลยที่ ๒ ไว้ ๕ ปี ริบไม้ของกลาง
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า นายซุนใช้มีดแทงจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ส่งไม้ให้จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ตีนายซุนไป ๑ ที เป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันทำร้ายนายซุนถึงแก่ความตาย ข้อต่อสู้ของจำเลยในเรื่องป้องกันตัว ฟังไม่ได้ ส่วนการกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา หรือโดยไม่เจตนา นั้น ได้ความว่า ไม้ที่จำเลยตีนายซุน ยาว ๕ ฟุต โดoโต ๑๐ นิ้ว ตอนกลางและปลายโต ๘ นิ้วครึ่ง อันเป็นอาวุธอาจใช้ทำร้ายถึงตายได้ แม้จำเลยจะตีเพียงทีเดียวก็ตีอย่างแรงจนกระโหลกศีรษะแตก นายซุนล้มไม่ได้สติ พูดไม่ได้ ลุกไม่ขึ้น จึงไม่จำต้องตีซ้ำอีก ตามข้อเท็จจริงดังนี้ ต้องถือว่า จำเลยฆ่านายซุนตายโดยเจตนา
พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาลชั้นต้น
of 78 ⏮ ◀ ▶ ⏭