Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2495 — หน้า 31

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2495" (625 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 302/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิอุทธรณ์คดีอาญา แม้มีการยื่นคำร้องไม่ขออุทธรณ์ และอุทธรณ์เกินกำหนดเวลา
แม้จำเลยในคดีอาญาได้ยื่นคำร้องให้ถ้อยคำไม่ขออุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น แล้วกลับยื่นอุทธรณ์ในภายหลังก็ดี ก็หามีกฎหมายใดที่ตัดสิทธิห้ามอุทธรณ์ ศาลจึงรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้ตามกฎหมาย
จำเลยในคดีอาญา ยื่นอุทธรณ์เกินกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ เมื่อศาลชั้นต้นได้พิจารณาเห็นมีเหตุผลสมควรที่จะยืดอายุความอุทธรณ์ให้และสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้ ก็ย่อมเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลดโทษอาญาฐานฆ่าผู้อื่นเนื่องจากถูกยั่วยุด้วยคำด่า และความเชื่อมั่นในสิทธิของตนเอง
พี่สะใภ้ขอแรงเพื่อนบ้านให้มาช่วยถากถางที่พิพาท ซึ่งจำเลยมั้นใจว่าเป็นที่ของจำเลย จำเลยจึงเอาปืนติดตัวไปพูดห้ามแต่พี่สะใภ้กลับโต้เถียงว่าเป็นที่ของพี่สะใภ้ และยังด่าจำเลยเป็นคำหยาบและด่าถึงพ่อแม่จำเลย ๆ บันดาลโ?ษะขึ้นมาจึงเอาปืนที่ติดตัวไปนั้นยิงพี่สะใภ้ตาม ดังนี้ ถือว่าเป็นการกระทำโดยถูกยั่ว ได้ลดโทษตามก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 55,

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำโดยถูกยั่ว การลดโทษทางอาญาจากเหตุยั่วยุ
พี่สะใภ้ขอแรงเพื่อนบ้านให้มาช่วยถากถางที่พิพาทซึ่งจำเลยมั่นใจว่าเป็นที่ของจำเลยจำเลยจึงเอาปืนติดตัวไปพูดห้าม แต่พี่สะใภ้กลับโต้เถียงว่าเป็นที่ของพี่สะใภ้ และยังด่าจำเลยเป็นคำหยาบและด่าถึงพ่อแม่จำเลย จำเลยบันดาลโทสะขึ้นมาจึงเอาปืนที่ติดตัวไปนั้นยิงพี่สะใภ้ตาย ดังนี้ ถือว่าเป็นการกระทำโดยถูกยั่ว ได้ลดโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 55

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 289/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจ้าของรวม vs. สัญญาซื้อขาย: การแบ่งแยกกรรมสิทธิ์และเงื่อนไขสัญญา
เจ้าของรวมตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1357 นั้นต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินอันรวมกันอยู่ไม่ทราบว่าส่วนของใครเท่าไร ตรงไหนในทรัพย์นั้นๆ กฎหมายจึงให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้เป็นเจ้าของรวมมีส่วนเท่ากัน
โฉนดที่ดินมีชื่อบุคคล 2 คนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ แต่ได้จดทะเบียนบรรยายส่วนของใครไว้ในโฉนดแล้วว่าของใครอยู่ตอนไหน เป็นจำนวนเนื้อที่เท่าไรชัดแจ้งแล้วเช่นนี้หาใช่เป็นเจ้าของรวมไม่
เงื่อนไขแห่งนิติกรรมนั้นหมายถึงเหตุการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคตและ ไม่แน่นอน
สัญญาจะซื้อขายมีข้อตกลงกันว่าผู้ซื้อผู้ขายจะมาทำการโอนซื้อขายกันในวันมาทำการจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินนั้น หาใช่เป็นเงื่อนไขไม่
แม้สัญญาจะซื้อขายที่ดินได้ กำหนดเบี้ยปรับกันไว้ในเมื่อผู้ขายผิดสัญญาก็ดี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380 บัญญัติให้สิทธิแก่เจ้าหนี้เลือกเรียกเอาเบี้ยปรับหรือเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้แต่อย่างหนึ่งอย่างใดได้ ฉะนั้นถ้าผู้ขายทำผิดสัญญาโดยไม่ยอมขายที่ดินให้แก่ผู้ซื้อผู้ซื้อก็ย่อมมีสิทธิฟ้องร้องผู้ขายขอให้ศาลบังคับให้โอนขายตามสัญญาได้(อ้างฎีกาที่ 131/2489)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 289/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจ้าของร่วม vs. เจ้าของทรัพย์สินที่มีส่วนแบ่งชัดเจน, สิทธิในการบังคับขายตามสัญญา, และเบี้ยปรับ
เจ้าของรวมตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1357 นั้น ต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สสินอันรวมกันไม่ทราบว่าส่วนของใครเท่าไร ตรงไหนในทรัพย์นั้น ๆ กฎหมายจึงสันนิษฐษนไว้ก่อนว่าผู้เป็นเจ้าของรวมมีส่วนเท่ากัน
โฉนดที่ดินมีชื่อบุคคล 2 คนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ แต่ได้จดทะเบียนบรรยายส่วนของใครไว้ในโฉนดแล้วว่า ของใครไว้ในโฉนดแล้วว่า ของใครอยู่ตอนไหน เป็นจำนวนเนื้อที่เท่าไร ชัดแจ้งแล้ว เช่นนี้ หาใช่ เป็นเจ้าของรวมไม่
เงื่อนไขแห่งนิติกรรมานั้นหมายถึงเหตุการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคตและไม่แน่นอน
สัญญาจะซื้อขายมีข้อตกลงกันว่าผู้ซื้อขายกันในวันมาทำการจะทะเบียนแบ่งแยกที่ดินนั้น หาใช่เป็นเงื่อนไขไม่
แม้สัญญาจะซื้อขายที่ดินได้กำหนดเบี้ยปรับกันไว้ ในเมื่อผู้ขายผิดสัญญาก็ดี ตามป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 380 บัญญัติให้สิทธิแก่เจ้าหนี้เลือกเรียกเอาเบี้ยแรับชำระหนี้แต่อย่างหนึ่งอย่างใดได้ ฉะนั้นถ้าผู้ขายทำผิดสัญญาโดยไม่ยอมขายที่ดินให้แก่ผู้ซื้อ ผู้ซื้อก็ย่อมมีสิทธิฟ้องร้องผู้ขายขอให้ศาลบังคับให้โอนขายตามสัญญาได้
(อ้างฎีกาที่ 131 / 1449)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 283/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองไม้หวงห้ามที่ยังไม่ได้แปรรูป จำเลยต้องพิสูจน์ที่มาโดยชอบด้วยกฎหมาย
จำเลยมีไม้เต็งรัง ไม้เหียง ไม้พลวง ไม้มะค่าแต้ และไม้แดง อันเป็นไม้แระเภทหวงห้าม ไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงประทับ รวม 97896 ท่อน เป็นไม้ติดเปลือกยาว 120 เซ็นติเมตรถึง 300 เซ็นติเมตร โต-วัดโดยรอบประมาณ 20 - 30 เซ็นติเมตร ดังนี้ เป็นแต่ไม้ที่ตัดออกเป็นท่อนยังไม่ถึงขนาดเป็นไม้แปรรูป จึงเป็นหน้าที่จำเลยที่แสดงให้เห็นว่า ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายตามความหมายใน พ.ร.บ.ป่าไม้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 283/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ไม้หวงห้ามไม่มีตราค่าภาคหลวง จำเลยต้องพิสูจน์ที่มาชอบด้วยกฎหมาย
จำเลยมีไม้เต็งรังไม้เหียงไม้พลวงไม้มะค่าแต้ และไม้แดงอันเป็นไม้ประเภทหวงห้ามไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงประทับรวม 97896 ท่อน เป็นไม้ติดเปลือกยาว 120 เซ็นติเมตรถึง300เซ็นติเมตร โตวัดโดยรอบประมาณ 20-30 เซ็นติเมตรดังนี้เป็นแต่ไม้ที่ตัดออกเป็นท่อนยังไม่ถึงขนาดเป็นไม้แปรรูปจึงเป็นหน้าที่จำเลยที่จะแสดงให้เห็นว่า ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายตามความหมายใน พระราชบัญญัติป่าไม้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 281/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง ม.248 กรณีคดีทุนทรัพย์น้อยกว่า 2,000 บาท และโจทก์แพ้คดีในข้อเท็จจริง
คดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 2000 บาท โจทก์แพ้คดีจำเลยมนข้อเท็จจริงมาแล้ว 2 ศาล จึงเป็นคดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้เท็จจริงตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 248 โจทก์จะมายื่นคำร้องเพิ่มราคาทรัพย์สินที่พิพาทในชั้นฎีกา เพื่อจะให้ฎีกาได้นั้น ไม่ต้องด้วยความประสงค์ศาลฎีกาย่อมให้ยกฎีกาโจทก์เสีย
(อ้างฎีกาที่ 1274/2493)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 281/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อจำกัดการฎีกาในคดีทุนทรัพย์น้อยและการเพิ่มราคาทรัพย์สินในชั้นฎีกา
คดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 2000บาท โจทก์แพ้คดีจำเลยในข้อเท็จจริงมาแล้ว 2 ศาล จึงเป็นคดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 โจทก์จะมายื่นคำร้องขอเพิ่มราคาทรัพย์สินที่พิพาทในชั้นฎีกาเพื่อจะให้ฎีกาได้นั้น ไม่ต้องด้วยความประสงค์ศาลฎีกาย่อมให้ยกฎีกาโจทก์เสีย (อ้างฎีกาที่ 1274/2493)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 276-277/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทางสาธารณะและการครอบครองที่ดิน: การพิสูจน์สภาพคลองเพื่อใช้เป็นทางสัญจร
แม่น้ำลำคลองนั้น โดยสภาพย่อมถือว่าเป็นทางซึ่งสาธารณะชนใช้สัญจรไปมา อันถือได้ว่าเป็นทางสาธารณะหรือทางหลวงตามกฎหมายเว้นแต่จะได้ความว่า แม่น้ำลำคลองนั้นตื้นเขินจนสาธารณะชนไม่อาจอยู่เป็นทางสัญจรไปมาต่อไปได้
ที่ดินของจำเลยตกอยู่ในที่ล้อมแต่ด้านหนึ่งติดคลอง ปรากฎว่าคลองนี้เวลาน้ำขึ้นเรือเดินไปมาได้ เวลาน้ไแห้งเรือเดินไม่ได้ และมีน้ำขึ้นลง และมีน้ำขึ้นลงทุกวัน ดังนี้ เมื่อจำเลยผู้มีหน้าที่นำสืบก่อน ไม่ได้สืบให้ได้ความชัดเจนว่า คลองดังกล่าวเป็นคลองตื้นเขินจนสาธารณะชนไม่อาจจะใช้เป็นทางสัญจรไปมาได้ ดังนี้ จะฟังว่า คลองนั้นไม่ใช่ทางสาธารณะไม่ได้ ฉะนั้น จึงถือไม่ได้ว่า ที่ดินจำเลยตกอยู่ในที่ล้อมตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1349
of 63 ⏮ ◀ ▶ ⏭