ผลการค้นหาตามปี "2496" (727 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 45/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจของคณะรัฐประหารในการออกกฎหมายและการลงโทษข้าราชการหลังการปฏิวัติ
การที่คณะรัฐประหารยึดอำนาจการปกครองประเทศได้สำเร็จนั้น คณะรัฐประหารย่อมมีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขยกเลิกและออกกฎหมายตามระบบแห่งการปฏิวัติเพื่อบริหารประเทศชาติต่อไปได้มิฉะนั้นประเทศชาติจะตั้งอยู่ด้วยความสงบไม่ได้ ดังนั้นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร (ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2490 จึงเป็นกฎหมายอันสมบูรณ์ การแต่งตั้งให้ผู้ใดเป็นรัฐมนตรีในตอนนั้น ก็ย่อมเป็นการชอบด้วย
คำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่สั่งให้ปลดปลัดกระทรวงฐานประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง อันเป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2485 มาตรา 61 และอาศัยอำนาจตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.กำหนดวิธีการพิจารณาลงโทษข้าราชการผู้กระทำผิดหน้าที่หรือหย่อนความสามารถ พ.ศ.2490 นั้น เป็นคำสั่งที่ออกมาในทางราชการโดยอำนาจและหน้าที่ในตำแหน่งราชการด้วย การใช้ดุลยพินิจวินิจฉัยตามบทกฎหมายที่ให้อำนาจ เมื่อฟังได้ว่า เป็นการกระทำโดยสุจริตในอำนาจและหน้าที่ ทั้งมิได้มุ่งที่จะให้เกิดเสียหายแก่ผู้ใด ดังนี้ แม้จะวินิจฉัยผิดพลาด ก็หาเป็นละเมิดไม่
คำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่สั่งให้ปลดปลัดกระทรวงฐานประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง อันเป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2485 มาตรา 61 และอาศัยอำนาจตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.กำหนดวิธีการพิจารณาลงโทษข้าราชการผู้กระทำผิดหน้าที่หรือหย่อนความสามารถ พ.ศ.2490 นั้น เป็นคำสั่งที่ออกมาในทางราชการโดยอำนาจและหน้าที่ในตำแหน่งราชการด้วย การใช้ดุลยพินิจวินิจฉัยตามบทกฎหมายที่ให้อำนาจ เมื่อฟังได้ว่า เป็นการกระทำโดยสุจริตในอำนาจและหน้าที่ ทั้งมิได้มุ่งที่จะให้เกิดเสียหายแก่ผู้ใด ดังนี้ แม้จะวินิจฉัยผิดพลาด ก็หาเป็นละเมิดไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 451/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้ประโยชน์จากที่ชายตลิ่งสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน และความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน
ที่ชายตลิ่ง ซึ่งฤดูน้ำ น้ำท่วมถึงทุกปีนั้น เป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1304 (2) เป็นหน้า
ที่ของกรมการอำเภอจะต้องคอยตรวจตรารักษาอย่าให้ผู้ใดกีดกันเอาไปเป็นประโยชน์แต่เฉพาะตัว ตาม พ.ร.บ.
ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มาตรา 122.
ฉะนั้นเมื่อกรมการอำเภอมีคำสั่งห้ามไม่ให้ผู้ใดปลูกผักบนที่ชายตลิ่งตรงหน้าที่ดินของผู้อื่น จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วย
กฎหมาย ผู้ใดยังฝ่าฝืนคำสั่ง ก็ย่อมมีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะมาตรา 334(2) .
ที่ของกรมการอำเภอจะต้องคอยตรวจตรารักษาอย่าให้ผู้ใดกีดกันเอาไปเป็นประโยชน์แต่เฉพาะตัว ตาม พ.ร.บ.
ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มาตรา 122.
ฉะนั้นเมื่อกรมการอำเภอมีคำสั่งห้ามไม่ให้ผู้ใดปลูกผักบนที่ชายตลิ่งตรงหน้าที่ดินของผู้อื่น จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วย
กฎหมาย ผู้ใดยังฝ่าฝืนคำสั่ง ก็ย่อมมีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะมาตรา 334(2) .
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 451/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้ประโยชน์ที่ชายตลิ่งสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน การขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน
ที่ชายตลิ่ง ซึ่งฤดูน้ำ น้ำท่วมถึงทุกปีนั้น เป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1304(2) เป็นหน้าที่ของกรมการอำเภอจะต้องคอยตรวจตรารักษาอย่าให้ผู้ใดกีดกันเอาไปเป็นประโยชน์แต่เฉพาะตัวตาม พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 122
ฉะนั้นเมื่อกรมการอำเภอมีคำสั่งห้ามไม่ให้ผู้ใดปลูกผักบนที่ชายตลิ่งตรงหน้าที่ดินของผู้อื่น จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายผู้ใดยังฝ่าฝืนคำสั่ง ก็ย่อมมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 334(2)
ฉะนั้นเมื่อกรมการอำเภอมีคำสั่งห้ามไม่ให้ผู้ใดปลูกผักบนที่ชายตลิ่งตรงหน้าที่ดินของผู้อื่น จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายผู้ใดยังฝ่าฝืนคำสั่ง ก็ย่อมมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 334(2)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 449/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขนย้ายข้าวโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว การริบของกลาง
ข้าวที่จำเลยขนย้ายออกนอกเขต ได้รับอนุญาตเพียงลำเดียวส่วนอีก 3 ลำขนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นข้าวและเรือที่ขนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาตต้องถูกริบตามพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 449/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขนย้ายข้าวโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว
ข้าที่จำเลยขนย้ายออกนอกเขต ได้รับอนุญาตเพียงลำเดียวส่วนอีก 3 ลำขนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ข้าวและเรือที่ขนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องถูกริบตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 44/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีซ้ำหลังศาลยกฟ้องเนื่องจากโจทก์ขาดนัด
ในคดีอาญาที่ศาลยกฟ้องเพราะโจทก์ขาดนัดไม่มาศาลตามนัดนั้น โจทก์จะฟ้องจำเลยในเรื่องเดียวกันนั้น อีกไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 44/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีซ้ำหลังศาลยกฟ้องเนื่องจากโจทก์ขาดนัด
ในคดีอาญาที่ศาลยกฟ้องเพราะโจทก์ขาดนัดไม่มาศาลตามนัดนั้น โจทก์จะฟ้องจำเลยในเรื่องเดียวกันนั้น อีกไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 442/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การผูกพันตามสัญญาเช่าที่ตัวแทนทำไป แม้มิได้รับมอบหมายโดยตรง สิทธิและหน้าที่ย่อมตกแก่ผู้รับโอน
เจ้าของที่ดิน เชิดให้มารดาภริยา แสดงเป็นตัวแทน หรือรู้แล้วยอมให้มารดา ภริยา แสดงเป็นตัวแทน ทำสัญญา
ให้ผู้อื่นเช่าที่ดินปลูกเรือนอยู่อาศัย นั้น เจ้าของที่ดินย่อมต้องผูกพันตามสัญญาเช่าที่มารดาภริยาทำไว้กับผู้เช่า
ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ผู้สุจริตเสมือนหนึ่งมารดาภริยาเป็นตัวแทนของเจ้าของที่ดิน ฉะนั้นผู้ซื้อที่ดินนั้นไปจากเจ้า
ของ จึงต้องรับโอนสิทธิและหน้าที่ในสัญญาเช่าติดตามไปด้วย.
ให้ผู้อื่นเช่าที่ดินปลูกเรือนอยู่อาศัย นั้น เจ้าของที่ดินย่อมต้องผูกพันตามสัญญาเช่าที่มารดาภริยาทำไว้กับผู้เช่า
ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ผู้สุจริตเสมือนหนึ่งมารดาภริยาเป็นตัวแทนของเจ้าของที่ดิน ฉะนั้นผู้ซื้อที่ดินนั้นไปจากเจ้า
ของ จึงต้องรับโอนสิทธิและหน้าที่ในสัญญาเช่าติดตามไปด้วย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 442/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การผูกพันตามสัญญาเช่าเมื่อเจ้าของที่ดินยินยอมให้ผู้อื่นทำสัญญาแทน
เจ้าของที่ดิน เชิดให้มารดาภริยา แสดงเป็นตัวแทน หรือรู้แล้วยอมให้มารดาภริยา แสดงเป็นตัวแทน ทำสัญญาให้ผู้อื่นเช่าที่ดินปลูกเรือนอยู่อาศัย นั้นเจ้าของที่ดินย่อมต้องผูกพันตามสัญญาเช่าที่มารดาภริยาทำไว้กับผู้เช่า ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ผู้สุจริตเสมือนหนึ่งมารดาภริยาเป็นตัวแทนของเจ้าของที่ดินฉะนั้นผู้ซื้อที่ดินนั้นไปจากเจ้าของ จึงต้องรับโอนสิทธิและหน้าที่ในสัญญาเช่าติดตามไปด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 438/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน - การฟ้องคดีเฉพาะจำเลยผู้ทำสัญญา โดยไม่ฟ้องผู้รับโอน
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่า โจทก์เป็นทายาทโดยธรรม เป็นผู้รับมรดกที่ดินของบิดาโจทก์ ซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้วและว่า ถ้าจำเลยได้ทำสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับผู้อื่นแล้ว ขอให้ทำลายเอกสารเสียด้วย แต่โจทก์มิได้ฟ้องผู้รับโอนที่ดินรายนั้นจากจำเลย เป็นจำเลยด้วยไม่ ดังนี้ แม้จะฟังข้อเท็จจริงว่าที่ดินนั้น เป็นของบิดา โจทก์ตกได้แก่โจทก์ ศาลก็ไม่ชอบที่จะพิพากษาให้เพิกถอนสัญญาโอน กรรมสิทธิ์อันเป็นผลเลยไปถึงบุคคลภายนอก ซึ่งมิได้เป็นคู่ความด้วย