Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2495 — หน้า 33

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2495" (625 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 264/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับมรดกโดยไม่สุจริตไม่ทำให้กรรมสิทธิของทายาทร่วมเสียไป สามารถฟ้องให้ศาลใส่ชื่อเป็นเจ้าของร่วมได้
ทายาทลำดับเดียวกันได้รับมรดดกเป็นที่ดินแล้ว ต่างได้ครอบครองเป็นเจ้าของร่วมกันมาเกินกว่า 10 ปีแล้ว โดยยังมิได้โอนโฉนดกัน ครั้งภายหลังทายาทคนหนึ่งไปประกาศขอรับมรดกใส่ชื่อตนเป็นเจ้าของเสียแต่ผู้เดียว ดังนี้ เมื่อได้ความว่า การที่เพราะเชื่อถ้อยคำของทายาทคนแรกว่าจะลงชื่อตนเป็นผู้รับมรดกด้วย ฉะนั้นการรับมรดกของทายาทคนแรกจึงเป็นไปโดยไม่สุจริต หาทำให้ทายาทอีกคนหนึ่งขาดกรรมสิทธิในที่ดินมรดกนั้นไม่ ทายาทผู้นั้นมีสิทธิฟ้องของให้ศาลใส่ชื่อตนเป็นเจ้าของร่วมด้วยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 262/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หน้าที่ผู้ใหญ่บ้านทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะเป็นความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญาหรือไม่ พิจารณาจาก พ.ร.บ.ปกครองท้องที่
ผู้ใหญ่บ้านทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะเท็จ จะเป็นผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 230 หรือไม่ นั้น อยู่ที่ว่าผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะหรือไม่ ถ้ามีหน้าที่ ก็เป็นความผิดตามมาตรา 230
พ.ร.บ.ปกครองท้องที่(ฉะบับที่ 2) พ.ศ. 2486 มาตรา 6 เพิ่มหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านเข้าไว้อีกตามข้อ 18 ว่า ผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของกำนันหรือทางราชการฯลฯ ฉะนั้นเมื่อทางราชการสั่งให้เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านที่จำทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะก็ย่อมต้องถือว่า การทำบัญชีลูกคอกสัตว์เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 262/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หน้าที่ผู้ใหญ่บ้านทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
ผู้ใหญ่บ้านทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะเท็จจะเป็นผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 230 หรือไม่นั้น อยู่ที่ว่าผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะหรือไม่ ถ้ามีหน้าที่ก็เป็นความผิดตามมาตรา 230
พระราชบัญญัติปกครองท้องที่(ฉบับที่ 2)พ.ศ.2486 มาตรา 6 เพิ่มหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านเข้าไว้อีกตามข้อ 18 ว่าผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของกำนันหรือทางราชการฯลฯ ฉะนั้นเมื่อทางราชการสั่งให้เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านที่จะทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะก็ย่อมต้องถือว่า การทำบัญชีลูกคอกสัตว์เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 256/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องผิดสัญญาเช่าช่วง: ประเด็นข้อฟ้องเพียงพอแล้ว แม้ไม่มีรายละเอียดครบถ้วน
โจทก์กล่าวฟ้องว่า จำเลยผิดสัญญาเช่าโดยเอาบ้านของโจทก์แบ่งให้บุคคลอื่นเช่าช่วงหลายครอบครัว ดังนี้ แม้จะไม่ระบุชื่อผู้เช่าช่วงเช่าแต่เมื่อใด เป็นระยะเวลาเท่าไรเป็นเงินเท่าใด เหล่านี้ก็เป็นการเพียงพอให้จำเลยรู้ประเด็นข้อฟ้องได้ดีแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 253/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องผิดสัญญาเช่าช่วง: การระบุรายละเอียดผู้เช่าช่วงไม่จำเป็นต่อการฟ้อง
โจทก์กล่าวฟ้องว่า จำเลยผิดสัญญาเช่าโดยเอาบ้านของโจทก์แบ่งให้บุคคลอื่นเช่าช่วงฟลายครอบครัว ดังนี้ แม้จะไม่ระบุชื่อผู้เช่าช่วงแต่เมื่อใด เป็นระยะเวลาเท่าไร เป็นเงินเท่าใด เหล่านี้ก็เป็นการเพียงพอให้จำเลยรู้ประเด็นข้อฟ้องได้ดีแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือยบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 252/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งสินสมรสก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่ง: สามีได้ 2 ส่วน หญิงได้ 1 ส่วน
เป็นสามีภริยากันก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ระหว่างอยู่กินด้วยกันได้ที่ดินเป็นสินสมรสขึ้น แม้ในโฉนดจะมีชื่อทั้ง 2 คนร่วมกันถือกรรมสิทธิ์ มิได้แสดงว่าเป็นส่วนของใครเท่าใดตาม กฎหมายก็ต้องแบ่งตามส่วนสมรสของกฎหมายลักษณะผัวเมียฉบับเก่า คือชายได้ 2 ส่วนหญิงได้1 ส่วน เพราะความในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า การสมรสซึ่งได้มีอยู่ก่อนวันใช้ประมวลกฎหมายบรรพนี้และทั้งสัมพันธ์ในครอบครัวอันเกิดแต่การสมรสนั้นๆบทบัญญัติแห่งบรรพนี้ไม่กระทบกระเทือนถึง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 252/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งสินสมรสก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งฯ โดยใช้สัดส่วนตามกฎหมายลักษณะผัวเมียเดิม
เป็นสามีภรรยากันก่อนใช้ ป.ม.แพ่งฯ ระหว่างอยู่กินด้วยกันได้ที่ดินเป็นสินสมรสขึ้น แม้ในโฉนดจะมีชื่อทั้ง 2 คนร่วมกันถือกรรมสิทธิ์ มิได้แสดงว่าเป็นส่วนของใครเท่าใดตาม ก.ม.ลักษณะผัวเมียฉะบับเก่า คือ ชายได้ 2 สวน หญิงได้ 1 ส่วน เพราะความในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งป.ม.แพ่งฯบัญญัติว่า การสมรสซึ่งได้มีอยู่ก่อนวันใช้ ป.ม.กฎหมายบรรพนี้ แลัทั้งสัมพันธ์ในครอบครัวเกิดแต่การสสรสานั้น ๆ บทบัญญัติแห่งบรรพนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 249/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการเช่าเป็นสิทธิร่วมกัน แม้ทำสัญญาในนามฝ่ายเดียว ก่อนหย่าขาด เมื่อยังอยู่ร่วมกันและไม่ได้ตกลงเรื่องสิทธิเช่า
ภรรยาเกิดระหองระแหงกับสามี จึงแยกไปทำสัสญญาเช่าตึกในนามของภรรยา และอยู่ในตึกรายนี้ แต่ต่อมาได้คืนดีกัน และสามีได้มาอยู่รวมในตึกรายนี้ด้วย ภายหลังจึงได้ตกลงทำหนังสือหย่าขาดจากกัน แต่สามีก็ยังคงอยู่ในตึกรายนี้ด้วยตลอดมา ดังนี้ แม้สัญญาจะทำในนามของภรรยา แต่ขณะนั้นยังมิได้หย่าขาดจากัน และการทำสัญญาเช่าก็ไม่เกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนตัวของภรรยา ฉะนั้นสิทธิตามสัญาเช่านี้ จึงเป็นสิทธิร่วมกันระหว่างสามีภรรยา เมื่อตกลงทำสัญญาหย่ากัน มิได้ตกลงในเรื่องสิทธิการเช่ารายนี้ประการแล้ว และทั้งสองฝ่ายยังครอบครองอยู่ด้วยตลอดมา จึงยังเป็นสิทธิร่วมกันอยู่ ภรรยาจะมาฟ้องขับไล่สามีให้ออกไปจากตึกเช่า ยังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 249/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิร่วมกันในสัญญาเช่าหลังหย่า: สัญญาทำก่อนหย่า สิทธิยังคงเป็นของทั้งสองฝ่ายหากไม่มีข้อตกลงแยก
ภรรยาเกิดระหองระแหงกับสามี จึงแยกไปทำสัญญาเช่าตึกในนามของภรรยา และอยู่ในตึกรายนี้ แต่ต่อมาได้คืนดีกัน และสามีได้มาอยู่รวมในตึกรายนี้ด้วย ภายหลังจึงได้ตกลงทำหนังสือหย่าขาดจากกัน แต่สามีก็ยังคงอยู่ในตึกรายนี้ด้วยตลอดมา ดังนี้ แม้สัญญาจะทำในนามของภรรยา แต่ขณะนั้นยังมิได้หย่าขาดจากกัน และการทำสัญญาเช่าก็ไม่เกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนตัวของภรรยา ฉะนั้นสิทธิตามสัญญาเช่านี้จึงเป็นสิทธิรวมกันระหว่างสามีภรรยาเมื่อตกลงทำสัญญาหย่ากัน มิได้ตกลงในเรื่องสิทธิการเช่ารายนี้ประการใดแล้ว และทั้งสองฝ่ายยังครอบครองอยู่ด้วยตลอดมา จึงยังเป็นสิทธิร่วมกันอยู่ ภรรยาจะมาฟ้องขับไล่สามีให้ออกไปจากตึกเช่ายังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 248/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขุดคลองค้าขายโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำให้ทางชลประทานเสียหาย เป็นความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ
ขุดคลอง ทำประตูน้ำเก็บเงินแก่เรือที่ผ่านไปมา ย่อมเป็นการขุกคลองเพื่อกิจการค้าขายอันเป็นสาธารณูปโภค เมื่อไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล ก็ย่อมเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุขแห่งสาธารณชน พ.ศ. 2471 มาตรา4,5,8 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 24++ มาตรา 3 และเมื่อการกระทำดังกล่าวนี้เป็นเหตุให้น้ำในทางชลประทานรั่วไหลออก โดยมิได้รับอนุญาต-เป็นหนังสือจากเจ้าพนักงาน ก็ย่อมเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 มาตรา 26 อีกบทหนึ่ง
of 63 ⏮ ◀ ▶ ⏭