Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2491 — หน้า 34

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2491" (935 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 595/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจถอนมอบหมายตัวแทนรับเงินเดิมพัน & สิทธิเรียกคืนเงิน
การเป็นตัวแทนของทั้งสองฝ่ายย่อมเป็นได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 805
นายบ่อนชนโครับเงินเดิมพันจากคู่พนันทั้งสองฝ่ายไว้ เพื่อมอบเงินทั้งหมดให้แก่ฝ่ายชนะพนันนั้น ย่อมได้ชื่อว่าเป็นตัวแทนของเจ้าของเงินทั้งสองฝ่าย ตราบใดที่ยังมิได้จ่ายเงินไปตามที่ได้รับมอบหมายไว้ผู้วางเงินเดิมพันมีสิทธิที่จะถอนอำนาจที่ได้มอบหมายนั้น คือสั่งให้งดการจ่ายเงินของตนและขอคืนไปได้ และในกรณีเช่นนี้ถือว่านายบ่อนมิใช่คู่พนันขันต่อกับผู้วางเงินเดิมพัน แต่หากเป็นคนกลางหรือเป็นตัวแทนของคู่พนันเท่านั้นจึงไม่เข้าลักษณะ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 853 ผู้วางเดิมพันจึงมีอำนาจฟ้องเรียกเงินเดิมพันที่ตนมอบหมายไว้ คืนจากนายบ่อนได้ในเมื่อได้บอกกล่าวขอคืนก่อนนายบ่อนจ่ายเงินนั้นให้คู่พนันอีกฝ่ายหนึ่งไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 595/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจถอนมอบหมายตัวแทนรับเงินเดิมพัน และสิทธิเรียกคืนเงินจากตัวแทน
การเป็นตัวแทนของทั้สองฝ่ายย่อมเป็นได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 805
นายบ่อนชนโครับเงินเดิมพันจากคู่พะนันทั้งสองฝ่ายไว้ เพื่อมอบเงินทั้งหมดให้แก่ฝ่ายชะนะพนันนั้น ย่อมได้ชื่อว่าเป็นตัวแทนของเจ้าของเงินทั้งสองฝ่าย ตราบใดที่ยังมิได้จ่ายเงินไปตามที่ได้รับมอบหมายไว้ ผู้วางเงินเดิมพันมีสิทธิที่จะถอนอำนาจที่ได้มอบหมายนั้น คือสั่งให้งดการจ่ายเงินของตนและขอคืนไปได้ และในกรณีเช่นนี้ถือว่า นายบ่อนมิใช่คู่พะนันขันต่อกับผู้วางเงินเดิมพัน แต่หากเป็นคนกลางหรือเป็นตัวแทนของคู่พะนันเท่านั้น จึงไม่เข้าลักษณะ ป.พ.พ.มาตรา 853 ผู้วางเดิมพันจึงมีอำนาจฟ้องเรียกเงินเดิมพันที่ตนมอบหมายไว้ คืนจากนายบ่อนได้ ในเมื่อได้บอกกล่าวขอคืนก่อนนายบ่อนจ่ายเงินนั้น ให้คู่พะนันอีกฝ่ายหนึ่งไป.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนับเวลาแจ้งปริมาณสินค้า: เวลากลางคืนตามกฎหมายและการเริ่มต้นระยะเวลาตามประมวลกฎหมาย
เวลากลางคืนตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายลักษณะอาญานั้นกฎหมายมิได้บัญญัติไว้ว่าเป็นคืนของวันไหน จึงต้องถือตามประกาศนับเวลาในราชการ ซึ่งให้นับวันเป็น 24 ชั่วนาฬิกา เริ่มต้นแต่ศูนย์นาฬิกาเป็นต้นไป
มีของต้องแจ้งปริมาณไว้ตั้งแต่เวลา 3.00 น. ของวันที่ 3 ไปแจ้งปริมาณในวันที่ 5 เดือนนั้น ถือว่ายังไม่เกินกำหนด 2 วัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนับเวลาแจ้งปริมาณสินค้า: เวลากลางคืนตามกฎหมาย และการเริ่มนับระยะเวลา
เวลากลางคืนตามที่บัญญัติไว้ใน ก.ม.อาญานั้น ก.ม.มิได้บัญญัติไว้ว่าเป็นคืนของวันไหน จึงต้องถือตามประกาศนับเวลาในราชการ ซึ่งให้นับวันเป็น 24 ชั่วนาฬิกา เริ่มต้นแต่ศูนย์นาฬิกาเป็นต้นไป
มีของต้องแจ้งปริมาณไว้ตั้งแต่ 3.00 น. ของวันที่ 3 ไปแจ้งปริมาณในวันที่ 5 เดือนนั้น ถือว่ายังไม่เกินกำหนด 2 วัน.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 591/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ นิยาม 'เคหะ' ใน พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า: สิ่งปลูกสร้างใช้ประกอบธุรกิจ ไม่ถือเป็นเคหะ แม้มีส่วนที่อยู่อาศัย
'เคหะ' ตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489มาตรา 5 นั้น มีความหมายในเบื้องต้นว่า ต้องเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย
สิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ถึงประกอบธุรกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมด้วย ก็ยังนับว่าเป็น'เคหะ' แต่ถ้าสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประกอบธุรกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมซึ่งไม่อยู่ในความหมายของคำว่า 'เคหะ' แล้ว แม้จะใช้เป็นที่อยู่อาศัยด้วย ก็ไม่กลับกลายเป็นเคหะขึ้นมาได้
โจทก์เช่าโรงเลื่อยเพื่อเลื่อยไม้จำหน่าย นับว่าเช่าสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่ประกอบธุรกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมโดยตรง ไม่ต้องด้วยลักษณะของคำว่า'เคหะ' ตามความในพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าปี 2489

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 591/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำว่า 'เคหะ' ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า: สิ่งปลูกสร้างใช้ประกอบธุรกิจค้า/อุตสาหกรรม แม้มีที่อยู่อาศัยด้วย ก็ไม่ถือเป็นเคหะ
"เคหะ" ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ. 2489 มาตรา 5 นั้น มีความหมายในเบื้องต้นว่า ต้องเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย
สิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ถึงประกอบธุระกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมด้วย ก็ยังนับว่าเป็น "เคหะ" แต่ถ้าสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประกอบธุระกิจการค้าหรืออุตสาหกรรม ซึ่งไม่อยู่ในความหมายของคำว่า "เคหะ" แล้ว แม้จะใช้เป็นที่อยู่อาศัยด้วย ก็ไม่กลับกลายเป็นเคหะขึ้นมาได้
โจทก์เช่าโรงเลื่อยเพื่อเลื่อยไม้จำหน่าย นับว่าเช่าสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่ประกอบธุระกิจการค้า หรืออุตสาหกรรมโดยตรง ไม่ต้องด้วยลักษณะของคำว่า "เคหะ" ตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าปี 2489.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 586-587/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การวิวาททำร้ายร่างกายและการป้องกันตนเอง ทำให้ไม่สามารถลงโทษจำเลยได้
โจทก์ฟ้องจำเลย 4 คน หาว่าวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน จำเลยต่างให้การปฏิเสธ โจทก์มีพะยานปาก 1 เบิกความสมข้อต่อสู้ของจำเลย ฝ่ายหนึ่งแสดงว่าเป็นการป้องกัน และมีพะยานโจทก์อีกปากหนึ่งเบิกความสมข้อต่อสู้ของจำเลย อีกฝ่ายหนึ่งว่า ทำโดยป้องกันดังนี้ คดีลงโทษจำเลยไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 586-587/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวในคดีวิวาททำร้ายร่างกาย: หลักฐานพยานไม่เพียงพอต่อการลงโทษ
โจทก์ฟ้องจำเลย 4 คน หาว่าวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันจำเลยต่างให้การปฏิเสธ โจทก์มีพยานปาก 1 เบิกความสมข้อต่อสู้ของจำเลยฝ่ายหนึ่งแสดงว่าเป็นการป้องกัน และมีพยานโจทก์อีกปากหนึ่งเบิกความสมข้อต่อสู้ของจำเลย อีกฝ่ายหนึ่งว่าทำโดยป้องกัน ดังนี้คดีลงโทษจำเลยไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำรับสารภาพประกอบพยานหลักฐานอื่น ศาลลงโทษได้ แม้ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง
จำเลยรับสารภาพต่อศาลว่าฆ่าผู้ตายจริงและโจทก์มีพยาน 1 ปากว่าจำเลยกลับมาถึงบ้านก็บอกพยานว่าแทงผู้ตายตาย มีปลัดอำเภอผู้สอบสวนว่าจำเลยรับว่าแทงผู้ตายตายและมีแพทย์ผู้ชันสูตรศพว่าผู้ตายตายเพราะแผลถูกแทง ดังนี้ เป็นพยานประกอบคำรับ พอลงโทษตามมาตรา 249 ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำรับสารภาพประกอบพยานหลักฐานคดีอาญา: การพิพากษาคดีฆ่าผู้อื่นโดยอาศัยคำรับสารภาพและพยานยืนยัน
จำเลยรับสารภาพต่อศาลว่าฆ่าผู้ตายจริง และโจทก์มีพยาน 1 ปากว่า จำเลยกลับถึงบ้านก็บอกพะยานว่าแทงผู้ตาย ตาย มีปลัดอำเภอผู้สอบสวนว่าจำเลยรับว่าแทงผู้ตาย ตาย และมีแพทย์ผู้ชัณสูตรศพว่าผู้ตาย ตายเพราะแผลถูกแทง ดังนี้ เป็นพะยานประกอบ+ พอลงโทษตามมาตรา 249
of 94 ⏮ ◀ ▶ ⏭