ผลการค้นหาตามปี "2492" (1442 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 629/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยื่นคำร้องขอประเมินภาษีใหม่เกินกำหนด 15 วัน ผู้ฟ้องต้องแสดงเหตุ หากไม่สืบพยาน ย่อมเสียเปรียบ
โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าภาษี ในคำฟ้องและเอกสารฟังว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ประเมินใหม่ เกินกำหนด 15 วัน เมื่อโจทก์อ้างว่า เพิ่งได้รับใบแจ้งการประเมินยังไม่เกิน 15 วัน จึงเป็นหน้าที่โจทก์ต้องนำสืบแสดงเหตุเมื่อโจทก์ไม่สืบพยาน โจทก์ก็ต้องแพ้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 629/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หน้าที่การพิสูจน์การได้รับแจ้งประเมินภาษี เกินกำหนด 15 วัน โจทก์ต้องแสดงเหตุ
โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าภาษี ในคำฟ้องและเอกสารฟังว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ประเมินใหม่ เกินกำหนด 15 วัน เมื่อโจทก์อ้างว่า เพิ่งได้รับใบแจ้งการประเมินยังไม่เกิน 15 วัน จึงเป็นหน้าที่โจทก์ต้องนำสืบแสดงเหตุ เมื่อโจทก์ไม่สืบพะยาน โจทก์ก็ต้องแพ้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 627/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหั่นใบยาเวอร์ยิเนียร์เป็นยาเส้นไม่เป็นความผิดตามลักษณะอาญา เครื่องมือจึงไม่ถูกริบ
ในคดีหาว่าทำการหั่นใบยาพันธ์เวอร์ยิเนียร์เป็นยาเส้นโดยไม่ได้รับอนุญาต การหั่นใบยาไม่ใช่เป็นเรื่องห้ามขาดเป็นแต่เพียงต้องขออนุญาตทำนองเดียวกับปรุงยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ฉะนั้นเครื่องอุปกรณ์ในการหั่นใบยาไม่ใช่เป็นสิ่งที่ใช้ในการกระทำผิดตามมาตรา 27กฎหมายลักษณะอาญาจึงไม่ใช่ของต้องริบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 627/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหั่นใบยาเพื่อทำยาเส้น: ไม่ใช่ความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 27 และไม่ริบเครื่องมือ
ในคดีหาว่าทำการหั่นใบยาพันธ์เวอรยิเนียรเป็นยาเส้นโดยไม่ได้รับอนุญาต การหั่นใบยาไม่ใช่เป็นเรื่องห้ามขาดเป็นแต่เพียงต้องขออนุญาต ทำนองเดียวกับปรุงยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ฉะนั้นเครื่องอุปกรณ์ในการหั่นใบยา ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ใช้ในการกระทำผิดตามมาตรา 27 ก.ม.ลักษณะอาญา จึงไม่ใช่ของต้องริบ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 626/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลลดโทษจำเลยที่ไม่ได้อุทธรณ์ในคดีร่วมกันกระทำผิด
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันขนย้ายข้าวโดยมิได้รับอนุญาตรายเดียวกัน และเป็นการกระทำผิดร่วมกันในกรณีอันหนึ่งอันเดียวกัน มิใช่เป็นเหตุส่วนตัวของแต่ละคน ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษาลดโทษปรับตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้อุทธรณ์ด้วย เพราะเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีตามความหมายใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 626/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตอำนาจศาลในการลดโทษจำเลยที่ไม่ได้อุทธรณ์ในคดีกระทำผิดร่วมกัน
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันขนย้ายข้าวโดยมิได้รับอนุญาตรายเดียวกัน และเป็นการกระทำผิดร่วมกันในกรณีอันหนึ่งอันเดียวกัน มิใช่เป็นเหตุส่วนตัวของแต่ละคน ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษาลดโทษปรับตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้อุทธรณ์ด้วย เพราะเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีตามความหมายใน ป.ม.วิ.อาญา มาตรา 213.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 624/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเทียบวันเกิดเหตุในฟ้องคดีอาญา หากวันสุริยคติถูกต้อง แม้เทียบวันจันทรคติผิด ก็ไม่ถือเป็นเหตุให้ยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องหาจำเลยอ้างวันทางสุริยคติถูกต้อง เป็นแต่เทียบวันทางจันทรคติผิดไป และจำเลยให้การเรื่องวันจันทรคติถูกต้องตรงกับความจริงแล้ว จะถือเป็นเหตุยกฟ้องหาได้ไม่
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำผิดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2489 ตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนอ้าย ทางพิจารณาพะยานให้การว่าวันเกิดเหตุที่โจทก์กล่าวในฟ้องตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนยี่ และจำเลยก็ให้การเรื่องวันทางจันทรคติตรงกับความจริง ดังนี้ไม่ถือว่าฟ้องผิดวัน.
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำผิดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2489 ตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนอ้าย ทางพิจารณาพะยานให้การว่าวันเกิดเหตุที่โจทก์กล่าวในฟ้องตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนยี่ และจำเลยก็ให้การเรื่องวันทางจันทรคติตรงกับความจริง ดังนี้ไม่ถือว่าฟ้องผิดวัน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 624/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องผิดวันทางจันทรคติไม่ทำให้ฟ้องตก หากวันสุริยคติถูกต้องและจำเลยให้การยืนยันวันจันทรคติที่ถูกต้อง
โจทก์ฟ้องหาจำเลยอ้างวันทางสุริยคติถูกต้อง เป็นแต่เทียบวันทางจันทรคติผิดไป และจำเลยให้การเรื่องวันจันทรคติถูกต้องตรงกับความจริงแล้ว จะถือเป็นเหตุยกฟ้องหาได้ไม่
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำผิด เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2489 ตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนอ้าย ทางพิจารณาพยานให้การว่าวันเกิดเหตุที่โจทก์กล่าวในฟ้องตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนยี่ และจำเลยก็ให้การเรื่องวันทางจันทรคติตรงกับความจริง ดังนี้ ไม่ถือว่าฟ้องผิดวัน
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำผิด เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2489 ตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนอ้าย ทางพิจารณาพยานให้การว่าวันเกิดเหตุที่โจทก์กล่าวในฟ้องตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนยี่ และจำเลยก็ให้การเรื่องวันทางจันทรคติตรงกับความจริง ดังนี้ ไม่ถือว่าฟ้องผิดวัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 621/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
แบบพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองไม่สมบูรณ์เมื่อพะยานไม่ครบตามกฎหมาย ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเกินประเด็น
คู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยเพียงข้อเดียวว่า พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองที่จำเลยอ้าง จะเป็นการชอบด้วยประมวลแพ่ง ฯ มาตรา 1658 หรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พินัยกรรมฉะบับนี้ตกเป็นโมฆะในฐานะเป็นพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง แต่สมบูรณ์ในฐานะเป็นพินัยกรรมธรรมดาตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 136 ดังนี้ เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นที่คู่ความโต้เถียงกัน เพราะคู่ความมิได้แถลงว่า ถ้าพินัยกรรมฉะบับนี้ไม่เป็นพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง ก็ขอให้ศาลวินิจฉัยว่า จะเข้าแบบสมบูรณ์ เป็นพินัยกรรมอย่างอื่นหรือไม่
พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองมีปลัดอำเภอลงลายมือชื่อในฐานะเป็นพะยานรับรองพินัยกรรมอีกฐานะหนึ่งกับมีนายสุดเซ็นเป็นพะยานอีกคนหนึ่ง เมื่อตัดชื่อนายสุวัธน์ออกจากฐานะเป็นพะยาน โดยเหตุที่เป็นกรมการอำเภอผู้กระทำกิจการตามหน้าที่ราชการแล้ว ก็คงเหลือแต่นายสุดผู้เดียวลงลายมือชื่อเป็นพะยาน แต่เป็นผู้ที่ได้รับรู้การแจ้งความประสงค์ของผู้ทำพินัยกรรมต่อกรมการอำเภอ พะยานขาดจำนวนไปคนหนึ่ง จึงไม่ครบจำนวนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ พินัยกรรมจึงตกเป็นโมฆะในฐานะพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง
พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองมีปลัดอำเภอลงลายมือชื่อในฐานะเป็นพะยานรับรองพินัยกรรมอีกฐานะหนึ่งกับมีนายสุดเซ็นเป็นพะยานอีกคนหนึ่ง เมื่อตัดชื่อนายสุวัธน์ออกจากฐานะเป็นพะยาน โดยเหตุที่เป็นกรมการอำเภอผู้กระทำกิจการตามหน้าที่ราชการแล้ว ก็คงเหลือแต่นายสุดผู้เดียวลงลายมือชื่อเป็นพะยาน แต่เป็นผู้ที่ได้รับรู้การแจ้งความประสงค์ของผู้ทำพินัยกรรมต่อกรมการอำเภอ พะยานขาดจำนวนไปคนหนึ่ง จึงไม่ครบจำนวนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ พินัยกรรมจึงตกเป็นโมฆะในฐานะพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 621/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
แบบพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองไม่สมบูรณ์ ศาลฎีกาตัดสินเกินประเด็น
คู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยเพียงข้อเดียวว่าพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองที่จำเลยอ้าง จะเป็นการชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1658หรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พินัยกรรมฉบับนี้ตกเป็นโมฆะในฐานะเป็นพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง แต่สมบูรณ์ในฐานะเป็นพินัยกรรมธรรมดาตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 136 ดังนี้เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นที่คู่ความโต้เถียงกัน เพราะคู่ความมิได้แถลงว่าถ้าพินัยกรรมฉบับนี้ไม่เป็นพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง ก็ขอให้ศาลวินิจฉัยว่าจะเข้าแบบสมบูรณ์ เป็นพินัยกรรมอย่างอื่นหรือไม่
พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองมีปลัดอำเภอลงลายมือชื่อในฐานะเป็นพยานรับรองพินัยกรรมอีกฐานะหนึ่งกับมีนายสุดเซ็นเป็นพยานอีกคนหนึ่ง เมื่อตัดชื่อนายสุวัธน์ออกจากฐานะเป็นพยาน โดยเหตุที่เป็นกรมการอำเภอผู้กระทำกิจการตามหน้าที่ราชการแล้ว ก็คงเหลือแต่นายสุดผู้เดียวลงลายมือชื่อเป็นพยานแต่เป็นผู้ที่ได้รับรู้การแจ้งความประสงค์ของผู้ทำพินัยกรรมต่อกรมการอำเภอพยานขาดจำนวนไปคนหนึ่งจึงไม่ครบจำนวนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ พินัยกรรมจึงตกเป็นโมฆะในฐานะพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง
พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองมีปลัดอำเภอลงลายมือชื่อในฐานะเป็นพยานรับรองพินัยกรรมอีกฐานะหนึ่งกับมีนายสุดเซ็นเป็นพยานอีกคนหนึ่ง เมื่อตัดชื่อนายสุวัธน์ออกจากฐานะเป็นพยาน โดยเหตุที่เป็นกรมการอำเภอผู้กระทำกิจการตามหน้าที่ราชการแล้ว ก็คงเหลือแต่นายสุดผู้เดียวลงลายมือชื่อเป็นพยานแต่เป็นผู้ที่ได้รับรู้การแจ้งความประสงค์ของผู้ทำพินัยกรรมต่อกรมการอำเภอพยานขาดจำนวนไปคนหนึ่งจึงไม่ครบจำนวนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ พินัยกรรมจึงตกเป็นโมฆะในฐานะพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง