ผลการค้นหาตามปี "2493" (1292 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 584/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิพากษาตามยอมแล้ว ศาลไม่อาจกลับคำพิพากษาให้แพ้คดีเดิมได้
ฎีกาของจำเลยที่โต้เถียงว่าจำเลยได้พิพาทกันและทำยอมแบ่งที่ดินกันระหว่างจำเลยซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมไปแล้ว ศาลจะกลับมาพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีโจทก์ไม่ได้นั้น เป็นฎีกาที่ไม่มีสาระไม่มีกฎหมายใดสนับสนุน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 584/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิพากษาตามยอมแล้ว ศาลไม่สามารถกลับคำพิพากษาได้ แม้มีข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดิน
ฎีกาของจำเลยที่โต้เถียงว่า จำเลยได้พิพาทกนและทำยอมแบ่งที่ดินกันระหว่างจำเลยซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมไปแล้วศาลจะกลับพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีโจทก์ไม่ได้นั้น เป็นฎีกาที่ไม่มีสาระไม่มีกฎหายให้สนับสนุน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เบี้ยปรับในสัญญา: การบังคับใช้และการลดจำนวนค่าปรับโดยศาล
การที่คู่สัญญาตกลงกันไว้ล่วงหน้าว่า ถ้าฝ่ายใดผิดสัญญายอมรับผิดใช้ค่าเสียหายให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นรายวันวันละเท่านั้นบาท ดังนี้ถือว่าเป็นเบี้ยปรับ
เมื่อเป็นเบี้ยปรับแล้วฝ่ายผิดสัญญาต้องรับผิดโดยไม่ต้องพิจาณาว่า อีกฝ่ายเสียหายไปเท่าใด แต่ศาลอาจลดเบี้ยปรับลงได้
การกำหนดเบี้ยงปรับไม่ใช่เรื่องคู่สัญญาตั้งใจจะเสียดอกเบี้ยแก่กัน จึงไม่ใช่เรื่องดอกเบี้ยเกินอัตรา
เมื่อเป็นเบี้ยปรับแล้วฝ่ายผิดสัญญาต้องรับผิดโดยไม่ต้องพิจาณาว่า อีกฝ่ายเสียหายไปเท่าใด แต่ศาลอาจลดเบี้ยปรับลงได้
การกำหนดเบี้ยงปรับไม่ใช่เรื่องคู่สัญญาตั้งใจจะเสียดอกเบี้ยแก่กัน จึงไม่ใช่เรื่องดอกเบี้ยเกินอัตรา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เบี้ยปรับในสัญญา: ศาลยืนตามข้อตกลงเบี้ยปรับรายวัน แม้จะสูงกว่าความเสียหายจริง
การที่คู่สัญญาตกลงกันไว้ล่วงหน้าว่า ถ้าฝ่ายใดผิดสัญญายอมรับผิดใช้ค่าเสียหายให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นรายวันวันละเท่านั้นบาท ดังนี้ถือว่าเป็นเบี้ยปรับ
เมื่อเป็นเบี้ยปรับแล้วฝ่ายผิดสัญญาต้องรับผิดโดยไม่ต้องพิจารณาว่า อีกฝ่ายเสียหายไปเท่าใด แต่ศาลอาจลดเบี้ยปรับลงได้
การกำหนดเบี้ยปรับสำหรับการไม่ชำระเงินไม่ใช่เรื่องคู่สัญญาตั้งใจจะเสียดอกเบี้ยแก่กัน จึงไม่ใช่เรื่องเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา
เมื่อเป็นเบี้ยปรับแล้วฝ่ายผิดสัญญาต้องรับผิดโดยไม่ต้องพิจารณาว่า อีกฝ่ายเสียหายไปเท่าใด แต่ศาลอาจลดเบี้ยปรับลงได้
การกำหนดเบี้ยปรับสำหรับการไม่ชำระเงินไม่ใช่เรื่องคู่สัญญาตั้งใจจะเสียดอกเบี้ยแก่กัน จึงไม่ใช่เรื่องเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 58/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเจ้าหนี้ในการบังคับชำระหนี้จำนองและหนี้สามัญ โดยการยึดทรัพย์และขายทอดตลาด
เจ้าหนี้สามัญที่นำยึดทรัพย์ที่จำนองมาขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลได้ร้องต่อศาลขอให้หักเงินที่ขายได้ใช้หนี้จำนองก่อนและขายทอดตลาดไปโดยปลอดจำนอง ดังนี้ เมื่อหักใช้หนี้จำนองแล้ว ถือว่าหนี้จำนองได้บังคับเอาจากทรัพย์สินที่จำนองเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ซื้อทอดตลาดทรัพย์นั้นไปย่อมได้กรรมสิทธิ์โดยปลอดจำนอง
เจ้าหนี้จำนองแม้จะเป็นคนเดียวกันกับเจ้าหนี้สามัญที่ขอให้ยึดทรัพย์จำนองมาขายทอดตลาด ก็ขอให้บังคับชำระหนี้จำนองโดยอาศัยบุริมสิทธิของตนก่อนได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289
เจ้าหนี้จำนองแม้จะเป็นคนเดียวกันกับเจ้าหนี้สามัญที่ขอให้ยึดทรัพย์จำนองมาขายทอดตลาด ก็ขอให้บังคับชำระหนี้จำนองโดยอาศัยบุริมสิทธิของตนก่อนได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 58/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเจ้าหนี้สามัญและเจ้าหนี้จำนองในการบังคับคดี การบังคับชำระหนี้จำนองโดยอาศัยบุริมสิทธิชอบด้วยกฎหมาย
เจ้าหนี้สามัญที่นำยึดทรัพย์ที่จำนองมาขายทอดตลาด ตามคำสั่งศาลได้ร้องต่อศาลขอให้หักเงินที่ขายได้ใช้หนี้จำนองก่อนและขายทอดตลาดไปโดยปลอดจำนอง ดังนี้ เมื่อหักใช้หนี้จำนองแล้ว ถือว่าหนี้จำนองได้บังคับเอาจากทรัพย์สินที่จำนองเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ซื้อทอดตลาดทรัพย์นั้นไปย่อมได้กรรมสิทธิโดยปลอดจำนอง
เจ้าหนี้จำนองแม้จะเป็นคนเดียวกันกับเจ้าหนี้สามัญที่ขอให้ยึดทรัพย์จำนองมาขายทอดตลาด ก็ขอให้บังคับชำระหนี้จำนองโดยอาศัยบุริมสิทธิของตนก่อนได้ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 289
เจ้าหนี้จำนองแม้จะเป็นคนเดียวกันกับเจ้าหนี้สามัญที่ขอให้ยึดทรัพย์จำนองมาขายทอดตลาด ก็ขอให้บังคับชำระหนี้จำนองโดยอาศัยบุริมสิทธิของตนก่อนได้ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 289
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 582/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้ห้องพักเป็นที่พักคนเดินทาง ไม่ถือเป็นสัญญาเช่าเพื่ออยู่อาศัย จึงไม่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ
การที่จำเลยใช้ห้องของโจทก์เป็นที่พักคนเดินทางมาจากต่างประเทศและจะไปต่างประเทศ โดยจำเลยมิได้เจตนาจะใช้ห้องของโจทก์เป็นที่อยู่อาศัยของตน ดังนี้จำเลยจะอ้างความคุ้มครองจากพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ไม่ได้
(อ้างฎีกา 1097 ถึง 1147/2491)
(อ้างฎีกา 1097 ถึง 1147/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 582/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้ห้องเช่าประกอบการค้าโดยไม่ประสงค์จะอยู่อาศัย ไม่คุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ
การที่จำเลยใช้ห้องของโจทก์เป็นที่พักคนเดินทางมาจากต่างประเทศและจะไปต่างประเทศโดยจำเลยมิได้มีเจตนาจะใช้ห้องของโจทก์เป็นที่อยู่อาศัยของตน ดังนี้จำเลยจะใช้ห้องของโจกท์เป็นที่อยู่อาศัยของตน ดังนี้จำเลยจะอ้างความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมคาเช่าฯ (อ้างฏีกา 1097 ถึง 1147/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 579/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ภารจำยอม: การใช้ทางโดยอาศัยมีผลทำให้ไม่เกิดภารจำยอมหรือไม่ ศาลต้องวินิจฉัยประเด็นการอาศัยเดินก่อน
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดทาง โดยอ้างว่า โจทก์ได้ใช้มาไม่น้อยกว่า10 ปี เกิดภาระจำยอม จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ใช้ทางไม่ถึง 10 ปี และการที่โจทก์ใช้ทางก็โดยอาศัย ดังนี้ ศาลจำต้องวินิจฉัยประเด็นว่า โจทก์ขออาศัยเดินหรือไม่ เพราะโจทก์อาศัยเดินจริง ภาระจำยอมก็ไม่เกิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 579/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ภาระจำยอม: การใช้ทางโดยอาศัยหรือไม่ การเกิดภาระจำยอมต้องพิจารณาการขออาศัยใช้ทางก่อน
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดทางโดยอ้างว่า โจทก์ได้ใช้มาไม่น้อยกว่า 10 ปี เกิดภาระจำยอม จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ใช้ทางก็โดยอาศัย ดังนี้ ศาลจำต้องวินิจฉัยประเด็นว่า โจทก์ขออาศัยเดินหรือไม่ เพราะโจทก์อาศัยเดิน ภาระจำยอมก็ไม่เกิด