Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2493 — หน้า 35

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2493" (1292 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 574/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การตีความสถานที่เกิดเหตุลักทรัพย์: สถานีรถไฟคือที่จอดรถไฟหรือไม่
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ตามกฎหมายลักษระอาญามาตรา 294 และกล่าวว่าเหตุเกิดที่สถานีบุรีรัมย์ อันเป็นที่จอดรถไฟดังนี้ ย่อมเป็นที่เข้าใจได้แล้วว่า เป็นการฟ้องหาว่าลักทรัพย์ในที่จอดรพไฟ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 574/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การตีความสถานที่เกิดเหตุลักทรัพย์: สถานีรถไฟ vs. ที่จอดรถไฟ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 294 และกล่าวว่าเหตุเกิดที่สถานีบุรีรัมย์ อันเป็นที่จอดรถไฟดังนี้ ย่อมเป็นที่เข้าใจได้แล้วว่า เป็นการฟ้องหาว่าลักทรัพย์ในที่จอดรถไฟ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้สิทธิในทรัพย์สินโดยมีค่าตอบแทน แม้จะลงทะเบียนสำมะโนครัวเป็นผู้อาศัย ก็ถือเป็นการเช่า
แบ่งเคหะให้บุคคลอื่นเช่าอยู่ในตอนหลัง ทำการค้าขายโดยเสียเงินให้เป็นรายเดือน ดังนี้ แม้จะลงทะเบียนสำมะโนครัวไว้ว่าเป็นการอาศัย ก็ต้องถือว่าเป็นการเช่า

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าโดยผลของการตกลงและค่าตอบแทน แม้จะลงทะเบียนสำมะโนครัวเป็นผู้อาศัย ก็ไม่เปลี่ยนแปลงลักษณะการเช่า
แบ่งเคหะให้บุคคลอื่นเช่าอยู่ในตอนหลัง ทำการค้าขายโดยเสียเงินให้เป็นรายเดือน ดังนี้ แม้จะลงทะเบียนสำมะโนครัวไว้ว่าเป็นการอาศัย ก็ต้องถือว่าเป็นการเช่า

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 564/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีทำร้ายร่างกาย: ศาลต้องพิจารณาความรุนแรงบาดเจ็บก่อนลงโทษ แม้ฟ้องก่อนครบ 20 วัน
การที่โจทก์ฟ้องจำเลยหาว่า ทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสไม่สามารถทำมาหาเลี้ยงชีพได้ตามปกติเกินกว่า 20 วันโดยโจทก์ยื่นฟ้องเสียก่อนครบ 20 วัน นับจากวันเกิดเหตุ ดังนี้ ต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบก่อนว่าจะถึงสาหัสจริงตามฟ้องหรือไม่ ศาลจะงดสืบพยานโจกท์และลงโทษจำเลยเพียงฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 564/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีทำร้ายร่างกายสาหัส: ศาลต้องพิจารณาความจริงก่อน หากโจทก์ฟ้องก่อนครบ 20 วัน
การที่โจทก์ฟ้องจำเลยหาว่า ทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสไม่สามารถทำมาหาเลี้ยงชีพได้ตามปกติเกินกว่า 20 วัน.โดยโจทก์ยื่นฟ้องเสียก่อนครบ20 วันนับจากวันเกิดเหตุ ดังนี้ ต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบก่อนว่าจะถึงสาหัสจริงตามฟ้องหรือไม่ ศาลจะงดสืบพยานโจทก์และลงโทษจำเลยเพียงฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 560/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขายสินบริคณห์โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือ และหน้าที่การนำสืบข้อเท็จจริงของผู้โต้แย้ง
ภริยาเอาที่ดินอันเป็นสินบริคณห์ไปทำนิติกรรมโอนขายโดยสามีมิได้ยินยอมเป็นหนังสือดังนี้ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1476
การที่จำเลยยกอายุความบอกล้างโมฆียะกรรมขึ้นต่อสู้ตามมาตรา 143 ก็ดีและต่อสู้ว่า โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริตซึ่งเป็นเรื่องยกข้อเท็จจริงขึ้นต่อสู้เพื่อหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมาย ตามมาตรา 6 ทั้ง 2 ประการนี้เป็นหน้าที่จำเลยต้องนำสืบก่อน หากจำเลยไม่สืบต้องแพ้คดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 560/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อขายสินบริคณห์โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือ โมฆียะ และหน้าที่นำสืบของผู้โต้แย้ง
ภริยาเอาที่ดินอันเป็นสินบริคณห์ไปทำนิติกรรมโอนขายโดยสามีมิได้ยินยอมเป็นหนังสือ ดังนี้ขัดต่อ ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1476
การที่จำเลยยกอายุความบอกล้างโมฆียะกรรมขึ้นต่อสู้ตามมาตรา 143 ก็ดีและต่อสู้ว่า โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริต ซึ่งเป็นเรื่องยกข้อเท็จจริงขึ้นต่อสู้เพื่อหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมาย ตามมาตรา 6 ทั้ง 2 ประการนี้เป็นหน้าที่จำเลยต้องนำสืบแพ้คดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 557/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อขายที่ดินโดยไม่สุจริต ศาลต้องรับฟังพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์การครอบครองของจำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินและเรือนจาก ป. กับได้โอนโฉนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยเข้าครอบครองโดยไม่มีสิทธิ ขอให้ขับไล่จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ซื้อไปโดยไม่สุจริตโดยโจทก์รู้อยู่แล้วว่าจำเลยเป็นเจ้าของครอบครองขณะโจทก์รับโอน ดังนี้ ศาลชั้นต้นจะสั่งงดสืบพยานโดยเห็นว่า โฉนดมีชื่อ ป. เป็นเจ้าของโจทก์ไม่มีหน้าที่จะต้องไปรู้ถึงการครอบครองของจำเลย แล้วพิพากษาขับไล่จำเลย หาชอบไม่ ศาลต้องดำเนินการการพิจารณาต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 557/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อขายที่ดินโดยไม่สุจริตและการครอบครองปรปักษ์ ศาลต้องฟังพยานทั้งสองฝ่าย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินและเรือนจาก ป.กับได้โอนโฉนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยเข้าครอบครองโดยไม่มีสิทธิ ขอให้ขับไล่จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ซื้อไปโดยไม่สุจริตโดยโจกท์รู้อยู่แล้วว่าจำเลยเป็นเจ้าของครอบครองขณะโจทก์รับโอนดังนี้ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโดยเห็นว่า โฉนดมีชื่อ ป.เป็นเจ้าของโจทก์ไม่มีหน้าที่จะต้องไปรู้ถึงการครอบครองของจำลเย แล้วพิพากษาขับไล่จำเลย หาชอบไม่ ศาลต้องดำเนินการ การพิจารณาต่อไป
of 130 ⏮ ◀ ▶ ⏭