ผลการค้นหาตามปี "2494" (1033 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความฟ้องแย่งการครอบครองที่ดินหลังการโอนสิทธิทำกินต่างดอกเบี้ย
การยึดถือที่ดินไว้ทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้อันเป็นทางยึดถือแทนเจ้าของที่ดินนั้น อาจจะเปลี่ยนลักษณะการยึดถือ โดยบอกกล่าวไม่เจตนาจะยึดถือแทนต่อไปก็ได้ หากเป็นเช่นนั้นแล้ว ก็ย่อมถือได้ว่าเป็นการถูกแย่งการครอบครอง เจ้าของที่ดินจะต้องฟ้องเสียภายใน 1 ปี นับแต่ได้รับบอกกล่าวให้ทราบเช่นนั้น
สามีผู้ยึดถือที่ดินของผู้อื่นในฐานะยึดถือทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้ได้เอาที่ดินนั้นโอนทะเบียนยกให้ภรรยาของตนเสีย โดยเจ้าของที่ดินไม่ทราบ จนเมื่อเจ้าของที่ดินมาขอไถ่ที่ดินคืน จึงทราบเช่นนี้ เจ้าของที่ดินยังมีสิทธิฟ้องเอาคืนการครอบครองภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันทราบ
โจทก์ฟ้องเรียกคืนการครอบครองที่ดินจำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ฟ้องคดีขาดอายุความ 1 ปี ตามมาตรา 1375 เช่นนี้ จำเลยเป็นฝ่ายอ้าง จึงมีหน้าที่นำสืบว่าโจทก์ฟ้องเกิน 1 ปี
สามีผู้ยึดถือที่ดินของผู้อื่นในฐานะยึดถือทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้ได้เอาที่ดินนั้นโอนทะเบียนยกให้ภรรยาของตนเสีย โดยเจ้าของที่ดินไม่ทราบ จนเมื่อเจ้าของที่ดินมาขอไถ่ที่ดินคืน จึงทราบเช่นนี้ เจ้าของที่ดินยังมีสิทธิฟ้องเอาคืนการครอบครองภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันทราบ
โจทก์ฟ้องเรียกคืนการครอบครองที่ดินจำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ฟ้องคดีขาดอายุความ 1 ปี ตามมาตรา 1375 เช่นนี้ จำเลยเป็นฝ่ายอ้าง จึงมีหน้าที่นำสืบว่าโจทก์ฟ้องเกิน 1 ปี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์และการฟ้องแย่งการครอบครองที่ดินหลังการโอนสิทธิ
การยึดถือที่ดินไว้ทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้อันเป็นการยึดถือแทนเจ้าของที่ดินนั้น อาจจะเปลี่ยนลักษณะการยึดถือ โดยบอกกล่าวไม่เจตนาจะยึดถือแทนต่อไปก็ได้ หากเป็นเช่นนั้นแล้ว ก็ย่อมถือได้ว่าเป็นการถูกแย่งการครอบครองเจ้าของที่ดินจะต้องฟ้องเสียภายใน 1 ปี นับแต่ได้รับบอกกล่าวให้ทราบเช่นนั้น
สามีผู้ยึดถือที่ดินของผู้อื่นในฐานะยึดถือทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้ได้เอาที่ดินนั้นโอนทะเบียนยกให้ภรรยาของตนเสีย โดยเจ้าของที่ดินไม่ทราบจนเมื่อเจ้าของที่ดินมาขอไถ่ที่ดินคืน จึงทราบเช่นนี้ เจ้าของที่ดินยังมีสิทธิฟ้องเอาคืนการครอบครองภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันทราบ
โจทก์ฟ้องเรียกคืนการครอบครองที่ดินจำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ฟ้องคดีขาดอายุความ 1 ปี ตามมาตรา 1375 เช่นนี้ จำเลยเป็นฝ่ายอ้าง จึงมีหน้าที่นำสืบว่าโจทก์ฟ้องเกิน 1 ปี
สามีผู้ยึดถือที่ดินของผู้อื่นในฐานะยึดถือทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้ได้เอาที่ดินนั้นโอนทะเบียนยกให้ภรรยาของตนเสีย โดยเจ้าของที่ดินไม่ทราบจนเมื่อเจ้าของที่ดินมาขอไถ่ที่ดินคืน จึงทราบเช่นนี้ เจ้าของที่ดินยังมีสิทธิฟ้องเอาคืนการครอบครองภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันทราบ
โจทก์ฟ้องเรียกคืนการครอบครองที่ดินจำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ฟ้องคดีขาดอายุความ 1 ปี ตามมาตรา 1375 เช่นนี้ จำเลยเป็นฝ่ายอ้าง จึงมีหน้าที่นำสืบว่าโจทก์ฟ้องเกิน 1 ปี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 417/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยานสัญญาต้องรู้เห็นการตกลง: หนังสือหย่าที่พยานไม่ทราบข้อความ หรือไม่ยืนยันลายเซ็น ถือเป็นหลักฐานฟังไม่ได้
หนังสือหย่ามีพยาน 2 คนเซ็นชื่อคนหนึ่งเซ็นเมื่อยังไม่มีลายเซ็นของใครเลย ต่อมาใครจะเซ็นชื่ออีกหรือไม่ ก็ไม่ทราบดังนี้ จะว่าพยานคนนั้นเป็นพยานรู้เห็นในการตกลงทำหนังสือหย่านั้นไม่ได้
พยานอีกคนหนึ่งเซ็นชื่อให้ในภายหลังและยืนยันไม่ได้ว่าลายเซ็นของคู่สัญญาและพยานในหนังสือนั้นจะเป็นลายเซ็นที่แท้จริงดังนี้ จะว่าพยานคนหลังนี้รู้เห็นว่าคู่สัญญาได้ตกลงกันตามหนังสือก็ไม่ได้อีก รวมความว่าหนังสือนั้นยังเรียกไม่ได้ว่าได้มีพยานรู้เห็นตามกฎหมาย
พยานอีกคนหนึ่งเซ็นชื่อให้ในภายหลังและยืนยันไม่ได้ว่าลายเซ็นของคู่สัญญาและพยานในหนังสือนั้นจะเป็นลายเซ็นที่แท้จริงดังนี้ จะว่าพยานคนหลังนี้รู้เห็นว่าคู่สัญญาได้ตกลงกันตามหนังสือก็ไม่ได้อีก รวมความว่าหนังสือนั้นยังเรียกไม่ได้ว่าได้มีพยานรู้เห็นตามกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 417/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยานสัญญาหย่าที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้หนังสือหย่าไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
หนังสือหย่ามีพยาน 2 คน เซ็นชื่อ คนหนึ่งเซ็นเมื่อยังไม่มีลายเซ็นของใครเลย ต่อมาใครจะเซ็นชื่ออีกหรือไม่ก็ไม่ทราบ ดังนี้ จะว่าพยานคนนั้นเป็นพยานรู้เห็นในการตกลงทำหนังสือหย่านั้นไม่ได้
พยานอีกคนหนึ่ง เซ็นชื่อให้ในภายหลังและยืนยันไม่ได้ว่าลายเซ็นของคู่สัญญาและ พยานในหนังสือนั้นจะเป็นลายเซ็นที่แท้จริง ดังนี้ จะว่าพยานคนหลังนี้รู้เห็นว่าคู่สัญญาได้ตกลงกันตามหนังสือก็ไม่ได้อีก รวมความว่าหนังสือนั้นยังเรียกไม่ได้ว่าได้มีพยานรู้เห็นตามกฎหมาย
พยานอีกคนหนึ่ง เซ็นชื่อให้ในภายหลังและยืนยันไม่ได้ว่าลายเซ็นของคู่สัญญาและ พยานในหนังสือนั้นจะเป็นลายเซ็นที่แท้จริง ดังนี้ จะว่าพยานคนหลังนี้รู้เห็นว่าคู่สัญญาได้ตกลงกันตามหนังสือก็ไม่ได้อีก รวมความว่าหนังสือนั้นยังเรียกไม่ได้ว่าได้มีพยานรู้เห็นตามกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 415/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับสารภาพเรื่องราคาฝิ่น: ไม่ต้องสืบพยานยืนยัน หากจำเลยไม่โต้แย้ง
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยนำฝิ่นผิดกฎหมายเข้ามาในราชอาณาจักร โดยได้ระบุถึงจำนวนฝิ่นและราคาฝิ่น ทั้งยังบรรยายถึงราคาฝิ่นรัฐบาลในท้องที่ตามวันเวลาเกิดเหตุเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ทุกประการเรื่องราคาฝิ่นตามฟ้องก็มิได้คัดค้านแต่ประการใด ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยได้รับตลอดถึงราคาฝิ่นแล้ว แม้คดีมีอัตราโทษจำคุกถึง 10 ปี โจทก์ต้องสืบพยานให้เป็นที่พอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงก็ตาม เมื่อโจทก์นำพยานมาสืบว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดจริงตามฟ้องแล้วแม้จะไม่ได้สืบเรื่องราคาฝิ่นอีกก็ตามและโดยเหตุที่ราคาฝิ่นเป็นเพียงคำนวณค่าปรับ หาใช่เป็นธาตุฐานแห่งความผิดเมื่อจำเลยให้การรับอยู่แล้วตามฟ้องจึงเป็นการเพียงพอฟังได้ว่าฝิ่นมีราคาจริงดังฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 415/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับสารภาพและการพิสูจน์ราคาฝิ่นในคดีอาญา การรับสารภาพเพียงพอต่อการคำนวณค่าปรับ
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยนำฝิ่นผิดกฎหมายเข้ามาในราชอาณาจักร โดยได้ระบุถึงจำนวนฝิ่นและราคาฝิ่น ทั้งยังบรรยายถึงราคาฝิ่นรัฐบาลในท้องที่ตามวันเวลาเกิดเหตุ เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ทุกประการเรื่องราคาฝิ่นตามฟ้องก็มิได้คัดค้านแต่ประการใด ดังนี้ถือได้ว่าจำเลยได้รับตลอดถึงราคาฝิ่นแล้ว แม้คดีมีอัตรโทษจำคุกถึง 10 ปี โจทก์ต้องสืบพยานให้เป็นที่พอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงก็ตามเมื่อโจทก์นำพยานมาสืบว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดจริงตามฟ้องแล้วแม้จะไม่ได้สืบเรื่องราคาฝิ่นอีกก็ตาม และโดยเหตุที่ราคาฝิ่นเป็นเพียงคำนวณค่าปรับ หาใช่เป็นธาตุฐานแห่งความผิด เมื่อจำเลยให้การรับอยู่แล้วตามฟ้องจึงเป็นการเพียงพอฟังได้ว่าฝิ่นมีราคาจริงดังฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ที่ดินจากการซื้อขายทอดตลาด: สิทธิสุจริตของผู้ซื้อเหนือกว่าสิทธิครอบครองที่ไม่จดทะเบียน
ซื้อที่ดินมีโฉนดจากการขายทอดตลาดของศาล ได้ทำสัญญาซื้อขายจดทะเบียนการโอนลงชื่อผู้ซื้อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยสุจริตแล้ว แม้จะได้ความว่ามีคนอื่นได้กรรมสิทธิ์ในที่แปลงนั้นโดยการครอบครองอยู่ก่อนผู้นั้นก็จะยกขึ้นต่อสู้ผู้ซื้อไม่ได้เพราะสิทธิของตนยังไม่ได้จดทะเบียนไว้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิที่ดินจากการขายทอดตลาดvs.การครอบครอง สิทธิที่ยังไม่ได้จดทะเบียนยกขึ้นต่อสู้ผู้ซื้อสุจริตไม่ได้
ซื้อที่ดินมีโฉนดจากการขายทอดตลาดของศาล ได้ทำสัญญาซื้อขายจดทะเบียนการโอนลงชื่อผู้ซื้อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิโดยสุจริตแล้ว แม้จะได้ความว่ามีคนอื่นได้กรรมสิทธิในที่แปลงนั้นโดยการครอบครองอยู่ก่อน ผู้นั้นก็จะยกขึ้นต่อสู้ผู้ซื้อไม่ได้เพราะสิทธิของตนยันไม่ได้จดทะเบียนไว้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 41-42/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การคุ้มครองค่าเช่าเคหะ: จำเลยต้องแสดงเจตนาใช้เป็นที่อยู่อาศัยเพื่อรับความคุ้มครอง
พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯ คุ้มครองการเช่าเคหะที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ฉะนั้นเมื่อโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่า จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่าห้องเช่าอยู่ในเขตเทศบาล จำเลยย่อมได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯ มิได้กล่าวในคำให้การเลยว่าห้องเช่าเป็นเคหะอันใช้เป็นที่อยู่อาศัย อันจะเป็นข้อแสดงว่าการเช่าอยู่ในความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติเมื่อคำให้การของจำเลยไม่แสดงให้เห็นว่าการเช่าของจำเลยอยู่ในข่ายคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติแล้วคดีก็ไม่มีทางที่จำเลยจะได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่า ฯลฯ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 41-42/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การคุ้มครองค่าเช่าตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ต้องเป็นการเช่าเคหะเพื่ออยู่อาศัย หากจำเลยไม่ได้ระบุในคำให้การว่าเป็นการเช่าประเภทนี้ จึงไม่ได้รับความคุ้มครอง
พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ คุ้มครองการเช่าเคหะที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ฉะนั้นเมื่อโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่า จำเลยให้การต่อสุ้เพียงว่าห้องเช่าอยู่ในเขตเทศบาลจำเลยย่อมได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ มิได้กล่าวในคำให้การเลยว่าห้องเช่าเป็นเคหะอันใช้เป็นที่อยู่อาศัย อันจะเป็นข้อแสดงว่าการเช่าอยู่นความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.เมื่อคำให้การของจำเลยไม่แสดงให้เห็นว่าการเช่าของจำเลยอยู่ในข่ายคุ้มครองตาม พ.ร.บ. แล้ว คดีไม่มีทางที่จำเลยจะได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่า ฯลฯ