Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2491 — หน้า 36

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2491" (935 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 568/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การถอนฎีกาและการคืนค่าธรรมเนียมศาล
ในกรณีที่ผู้ฎีกาขอถอนฎีกานั้น ศาลจะสั่งให้คืนค่าตัดสินค่าคำบังคับโดยไม่คืนค่าขึ้นศาลก็ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 568/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การถอนฎีกาและการคืนค่าใช้จ่ายศาล ศาลอนุญาตให้ถอนฎีกาได้และคืนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
ในกรณีที่ผู้ฎีกาขอถอนฎีกานั้น ศาลสั่งให้คืนค่าตัดสินค่าคำบังคับโดยไม่คืนค่าขึ้นศาลก็ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าพื้นที่ทำการค้า การขึ้นค่าเช่า และข้อยกเว้นการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
คำฟ้องโจทก์ที่ขอให้ขับไล่จำเลยผู้เช่า กล่าวเพียงว่าจำเลยทำการค้าขาย โจทก์ย่อมนำสืบได้ว่า จำเลยทำการค้าในสถานที่เช่าอย่างไรเพียงใด ไม่เป็นการสืบนอกประเด็นแม้จะไม่ได้กล่าวในฟ้องว่า จำเลยทำการค้าเป็นส่วนใหญ่ก็นำสืบได้ เมื่อจำเลยโต้เถียงขึ้นมา
ฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่มีคำขอนั้น ถ้าข้อความในฟ้องอุทธรณ์นั้นย่อมเข้าใจได้โดยปริยายว่า มีความมุ่งหมายให้ศาลอุทธรณ์บังคับตามคำฟ้องและคำขอบังคับเดิม ฟ้องอุทธรณ์นั้นย่อมใช้ได้
โจทก์จำเลยตกลงขึ้นค่าเช่ากันก่อนใช้ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าปี 2489 และการขึ้นค่าเช่านี้ ไม่ต้องห้ามตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าที่ใช้อยู่ในเวลานั้นคือ ฉบับปี 2486-2488 ดังนี้ จะยกเอา พระราชบัญญัติฉบับปี 2490 มาใช้บังคับไม่ได้ และแม้การค้างชำระค่าเช่าเกินกว่า 2 คราวติดๆ กันจะเกิดขึ้นภายหลังที่ใช้พระราชบัญญัติปี 2489 แล้ว พระราชบัญญัติปี 2490 ก็ไม่คุ้มครองในกรณีค้างชำระค่าเช่า เช่นนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าทรัพย์เพื่อทำการค้า การขึ้นค่าเช่า และการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
คำฟ้องโจทก์ที่ขอให้ขับไล่โดยผู้เช่า กล่าวเพียงว่า จำเลยทำการค้าขาย โจทก์ย่อมสืบได้ว่า จำเลยทำการค้าในสถานที่เช่าอย่างไรเพียงใด ไม่เป็นการสืบนอกประเด็น แม้จะมิได้กล่าวในคำฟ้อง ว่าจำเลยทำการค้าเป็นส่วนใหญ่ก็นำสืบได้ เมื่อจำเลยโต้เถียงขึ้นมา
ฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่มีคำขอนั้น ข้อความในฟ้องอุทธรณ์นั้นย่อมเข้าใจได้โดยปริยายว่า มีความมุ่งหมายให้ศาลอุทธรณ์บังคับตามคำฟ้องและคำขอบังคับเดิม ฟ้ออุทธรณ์นั้นย่อมใช้ได้
โจทก์จำเลยตกลขึ้นค่าเช่ากันก่อนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ปี 2489 และการขึ้นค่าเช่านี้ไม่ต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าที่ใช้อยู่ในเวลานั้น คือ ฉะบับปี 2486 - 2488 ดังนี้ จะยกเอา พ.ร.บ.ฉะบับปี 2490 มาใช้บังคับไม่ได้ และแม้การค้างชำระค่าเช่าเกินกว่า 2 คราวติด ๆ กัน จะเกิดขึ้นภายหลังที่ใช้ พ.ร.บ. ปี 2489 แล้วพ.ร.บ. ปี 2490 ก็ไม่คุ้มครองในกรณีค้างชำระค่าเช่า เช่นนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 565/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การได้กรรมสิทธิที่ดินโดยครอบครองปรปักษ์ แม้ผู้ยกให้ไม่มีกรรมสิทธิสมบูรณ์
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยได้เข้าครอบครองที่ดินโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกิน 10 ปีแล้ว จำเลยก็ย่อมได้กรรมสิทธิตามมาตรา 1382 ป.พ.พ. โดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้ที่ยกที่ดินให้จำเลยเข้าครอบครองนั้นจะเป็นเจ้าของที่ดินหรือไม่ และหนังสือยกให้นั้นจะใช้ได้ตามกฎหมายหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 565/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ แม้ผู้ยกให้ไม่มีกรรมสิทธิ์สมบูรณ์
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้เข้าครอบครองที่ดินโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 10 ปีแล้ว
จำเลยก็ย่อมได้กรรมสิทธิ์ตามมาตรา 1382ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์โดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้ที่ยกที่ดินให้จำเลยเข้าครอบครองนั้นจะเป็นเจ้าของที่ดินหรือไม่และหนังสือยกให้นั้นจะใช้ได้ตามกฎหมายหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 563/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตความผิดของผู้จัดให้มีการเล่นพนันที่ได้รับอนุญาต กรณีเล่นผิดเงื่อนไข
ผู้จัดให้มีการเล่นการพนันซึ่งได้รับอนุญาตแล้ว จะมีผิดแต่ในกรณีที่เล่นพลิกแพลง ส่วนการเล่นผิด พระราชบัญญัติก็ดี ผิดกฎกระทรวงหรือข้อความในใบอนุญาตก็ดี คงมีผิดแต่ผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันหากินถึงผู้ได้รับอนุญาตจัดให้มีการเล่นแต่มิได้เข้าเล่นด้วยไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 563/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ผู้จัดให้มีการพนันผิดเงื่อนไขใบอนุญาต ไม่มีความผิด หากไม่ได้เข้าเล่นเอง ความผิดอยู่ที่ผู้เล่น
ผู้จัดให้มีการเล่นการพะนันซึ่งได้รับอนุญาตแล้ว จะมีผิดก็ในกรณีที่เล่นพลิกแพลง ส่วนการเล่นผิด พ.ร.บ.ก็ดี ผิดกฎกระทรวงหรือข้อความในใบอนุญาติก็ดี คงมีผิดแต่ผู้เข้าเล่นหรือเข้าพะนัน หากินถึงผู้ได้รับอนุญาตจัดให้มีการเล่นแต่มิได้เข้าเล่นด้วยไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 56/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจคณะกรมการจังหวัดจำกัดเฉพาะการควบคุมสัตว์ภายในเขตท้องที่ การห้ามนำสัตว์ออกนอกเขตเกินอำนาจตามกฎหมาย
คณะกรมการจังหวัดไม่มีอำนาจออกประกาศห้ามนำสัตว์ออกนอกเขตท้องที่อำเภอ เพราะการห้ามเช่นนี้ เป็นอำนาจตามมาตรา 4 ข้อ 6คำสั่งเช่นนี้ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายผู้ฝ่าฝืนไม่มีความผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 561/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าที่ดินปลูกตึกและตึกตกเป็นของเจ้าของที่ดินเมื่อครบกำหนด สิทธิในตึกเป็นส่วนควบของที่ดิน ไม่ต้องโอน
เช่าที่ดินปลูกตึกโดยมีข้อสัญญาว่าจะให้ตึกที่ปลูกตกเป็นของเจ้าของที่ดินในภายหน้านั้น เมื่อถึงกำหนดแล้วตึกย่อมตกเป็นของเจ้าของที่ดินตามสัญญาในฐานะเป็นส่วนควบที่ดินหาจำต้องไปทำการโอนไม่(อ้างฎีกาที่ 561/2488)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินปลูกตึกโดยตกลงให้ตึกตกเป็นของโจทก์ครบกำหนดตามสัญญาแล้วจำเลยไม่ยอมโอนตึกให้เป็นของโจทก์ จึงขอให้ศาลแสดงว่า ตึกตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์และขอให้จำเลยไปทำการโอนให้ดังนี้เป็นเรื่องขอให้ศาลแสดงสิทธิตามสัญญาและบังคับให้จำเลยไปทำการโอนตามสัญญา แม้จำเลยจะต่อสู้ว่าตามสัญญาตึกยังคงเป็นของจำเลย ก็เป็นเรื่องต่อสู้ในทางแปลสัญญา จึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ตกอยู่ในอำนาจศาลแขวงตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม
โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ต่อศาลแขวง แม้จำเลยจะฟ้องแย้งเรียกจำนวนเงินเกินอำนาจของศาลแขวง ก็ไม่ทำให้คดีเดิมที่โจทก์ฟ้องเสียไปเพราะคดีเดิมโจทก์ฟ้องอยู่ในอำนาจศาลแขวงอยู่แล้ว เมื่อจำเลยนำคดีของตนไปฟ้องแย้งยังศาลแขวง ศาลแขวงก็บังคับให้ตามคำฟ้องแย้งของจำเลยไม่ได้ คงถือว่า ข้อที่จำเลยฟ้องแย้งเป็นแต่เพียงข้อต่อสู้ฟ้องเดิมของโจทก์ข้อหนึ่งเท่านั้น
of 94 ⏮ ◀ ▶ ⏭