ผลการค้นหาตามปี "2497" (1001 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 403/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการเพิ่มโทษจำคุกตามมาตรา 72 และการลดโทษตามมาตรา 36 แห่งกฎหมายลักษณะอาญา
ตามมาตรา 36 แห่งกฎหมายลักษณะอาญาที่ว่าจะเพิ่มโทษจำคุกจำเลย ให้จำเลยต้องจำคุกเกินกว่า 20 ปีไม่ได้นั้นถ้าศาลวางโทษจำคุก 20 ปี เพิ่มโทษขึ้นไปแล้ว ลดลงคงจำคุกไม่เกินกว่า 20 ปีดังนี้ ย่อมทำได้ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 36 (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 4/2497)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 403/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการเพิ่มโทษจำคุกตามมาตรา 72 และการลดโทษตามมาตรา 36 แห่ง ก.ม.ลักษณะอาญา
ตามมาตรา 36 แห่ง ก.ม.ลักษณะอาญาที่ว่าจะเพิ่มโทษจำคุกจำเลย ให้จำเลยต้องจำคุกเกินกว่า 20 ปีไม่ได้นั้น ถ้าศาลวางโทษจำคุก 20 ปี เพิ่มโทษขึ้นไปแล้ว ลดลงคงจำคุกไม่เกินกว่า 20 ปี ดังนี้ ย่อมทำได้ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 36
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 387-389/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องแย้งสิทธิในที่ดินหลังมีการซื้อขายแล้ว การฟ้องต้องรวมผู้ซื้อเป็นจำเลย
โจทย์ฟ้องขอให้แสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ และขอทำลายนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทหลังกล่าวระหว่างจำเลยผู้ขาย กับบุคคลภายนอกผู้ซื้อ เมื่อคดีปรากฏว่า จำเลยได้ทำนิติกรรมจดทะเบียนขายที่รายพิพาท และส่งมอบการครอบครองให้ผู้ซื้อไปแล้ว ดังนี้ เมื่อมิได้ฟ้องผู้ซื้อเข้ามาเป็นจำเลยด้วย แม้ศาลจะวินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ก็จะพิพากษาให้ทำลายหนังสือสัญญาซื้อขายระหว่างจำเลยและผู้ซื้อไม่ได้ เพราะผู้ซื้อเป็นบุคคลภายนอกคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 387-389/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องแย้งสิทธิในที่ดินและการทำลายสัญญาซื้อขาย: จำเป็นต้องฟ้องผู้ซื้อร่วมด้วย
โจทก์ฟ้องขอให้แสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ และขอทำลายนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทดังกล่าวระหว่างจำเลยผู้ขายกับบุคคลภายนอกผู้ซื้อเมื่อคดีปรากฏว่า จำเลยได้ทำนิติกรรมจดทะเบียนขายที่รายพิพาท และส่งมอบการครอบครองให้ผู้ซื้อไปแล้วดังนี้ เมื่อมิได้ฟ้องผู้ซื้อเข้ามาเป็นจำเลยด้วยแม้ศาลจะวินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ก็จะพิพากษาให้ทำลายหนังสือสัญญาซื้อขายระหว่างจำเลยและผู้ซื้อไม่ได้เพราะผู้ซื้อเป็นบุคคลภายนอกคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 383/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความค่าเสียหายจากการละเมิด: ผู้ร่วมกระทำผิด vs. ผู้ที่ไม่ได้ร่วมกระทำผิด
การเรียกร้องค่าเสียหายในฐานละเมิด ในมูลอันเป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา ให้นับอายุความทางอาญาที่ยาวกว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตาม มาตรา 448 วรรคสองนั้นหมายความเฉพาะการเรียกร้องจากตัวผู้กระทำผิดหรือผู้ร่วมในการกระทำผิดโดยเฉพาะมิได้หมายความถึงผู้อื่นที่มิได้มีส่วนร่วม ในการกระทำผิดด้วย(ประชุมใหญ่ ครั้งที่1,2,3/97)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 383/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความค่าเสียหายจากละเมิด: ผู้กระทำผิด vs. ผู้ร่วมรับผิด
การเรียกร้องค่าเสียหายในฐานละเมิด ในมูลอันเป็นความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ให้นับอายุความทางอาญาที่ยาวกว่าตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 448 วรรค 2 นั้น หมายความเฉพาะการเรียกร้องจากตัวผู้กระทำผิดหรือผู้ร่วมในการกระทำผิดโดยเฉพาะ มิได้หมายความถึงผู้อื่นที่มิได้มีส่วนร่วม ในการกระทำผิดด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 377/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การต่อสู้ป้องกันตัวและการป้องกันผู้อื่นเมื่อถูกรุกรานในเคหสถาน ศาลยกฟ้องเมื่อการกระทำไม่เกินสมควร
ผู้เสียหายเข้าไปท้าทายและทำร้ายจำเลยถึงในบ้านจำเลยจำเลยจึงต่อสู้ป้องกันตนและบิดาให้พ้นภยันตราย ซึ่งผู้เสียหายเป็นผู้ก่อขึ้นโดยผิด ก.ม.โดยใช้มีดโต้ต่อสู้กับตะบองโตเท่าแขนยาววาเศษ การกระทำของจำเลยไม่เกินกว่าเหตุ
แม้จำเลยจะไม่ได้ฎีกาขึ้นมาเมื่อปรากฎว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด อันเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องปล่อยจำเลยได้
แม้จำเลยจะไม่ได้ฎีกาขึ้นมาเมื่อปรากฎว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด อันเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องปล่อยจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 377/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การต่อสู้ป้องกันตัวในบ้านพักศาลฎีกายกฟ้องเมื่อการกระทำไม่เกินสมควร
ผู้เสียหายเข้าไปท้าทายและทำร้ายจำเลยถึงในบ้านจำเลยจำเลยจึงต่อสู้ป้องกันตนและบิดาให้พ้นภยันตรายซึ่งผู้เสียหายเป็นผู้ก่อขึ้นโดยผิดกฎหมาย โดยใช้มีดโต้ต่อสู้กับตะบองโตเท่าแขนยาววาเศษการกระทำของจำเลยไม่เกินกว่าเหตุ
แม้จำเลยจะไม่ได้ฎีกาขึ้นมาเมื่อปรากฏว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด อันเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องปล่อยจำเลยได้
แม้จำเลยจะไม่ได้ฎีกาขึ้นมาเมื่อปรากฏว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด อันเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องปล่อยจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 376/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานแจ้งความเท็จในการเบิกจ่ายค่าพาหนะเดินทางของข้าราชการ โดยข้าหลวงประจำจังหวัดมีหน้าที่พิจารณาอนุมัติ
ข้าหลวงประจำจังหวัดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จะพิจารณาและสั่งอนุญาตเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินค่าพาหนะเดินทางของข้าราชการ เมื่อจำเลยทำใบสำคัญเท็จมาแสดง เพื่อขอเบิกเงินตามใบสำคัญนั้น ก็อาจทำให้ข้าหลวงประจำจังหวัด หรือรัฐบาลเสียหายได้ จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานแจ้งความเท็จตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 118,
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 376/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานแจ้งความเท็จเกี่ยวกับการเบิกจ่ายค่าพาหนะเดินทางของข้าราชการ โดยข้าหลวงประจำจังหวัดมีอำนาจพิจารณาเบิกจ่าย
ข้าหลวงประจำจังหวัดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จะพิจารณาและสั่งอนุญาตเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินค่าพาหนะเดินทางของข้าราชการเมื่อจำเลยทำใบสำคัญเท็จมาแสดง เพื่อขอเบิกเงินตามใบสำคัญนั้นก็อาจทำให้ข้าหลวงประจำจังหวัด หรือรัฐบาลเสียหายได้จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานแจ้งความเท็จตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 118