ผลการค้นหาตามปี "2494" (1033 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 389/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าฤชาธรรมเนียมศาล: ศาลอุทธรณ์มิอาจยกฟ้องหากมิได้เรียกเก็บเอง ผู้ร้องปฏิบัติตามคำสั่งได้
ในกรณีที่คู่ความดำเนินคดีในชั้นศาลชั้นต้น มาโดยเสียค่าฤชาธรรมเนียมไม่ถูกต้อง ตามกฎหมาย แต่ทั้งนี้เป็นเพราะศาลชั้นต้นไม่เรียกเก็บเสียให้ถูกเอง มิใช่ว่าเรียกแล้ว คู่ความฝ่ายนั้นไม่ยอมปฏิบัติตามครั้นเมื่อมีการอุทธรณ์ ก็มิได้เสียค่าฤชาธรรมเนียมมาให้ถูกต้องอีก ดังนี้ ศาลอุทธรณ์จะยกเอาเหตุที่มิได้เสียค่าฤชาธรรมเนียมให้ถูกต้องตาม ก.ม.มาเป็นเหตุให้ยกคำฟ้อง หรือคำร้องนั้นเสียไม่ได้ เมื่อเห็นว่าผู้อุทธรณ์ควรจะเสียเพิ่มขึ้นประการใดก็ชอบที่จะสั่งให้ผู้อุทธรณ์เสียให้ถูกต้อง เมื่อผู้อุทธรณ์ปฏิบัติตามแล้ว ก็ควรจะได้วินิจฉัยปัญหาในท้องสำนวนต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 388/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจสั่งการปากเปล่าของประธานกรรมการผูกพันบริษัท แม้ไม่มีลายลักษณ์อักษร
แม้ข้อบังคับของบริษัทจะมีความว่า 'ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้จัดการคนใดคนหนึ่งหรือกรรมการอื่นร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปมีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัทในเอกสาร ตราสาร หรือหนังสือสำคัญได้'ประธานกรรมการก็มีอำนาจสั่งปากเปล่า (ไม่ใช่การเซ็นชื่อ) ให้ทำกิจการของบริษัทโดยตรงได้ เมื่อไม่ปรากฏว่าการสั่งในกรณีเช่นนั้นอยู่ในอำนาจของผู้ใดเป็นพิเศษ และต้องถือว่ามีผลผูกพันบริษัท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 388/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจประธานกรรมการสั่งการและผลผูกพันบริษัท แม้เป็นการสั่งปากเปล่า
แม้ข้อบังคับของบริษัทจะมีความว่า "ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้จัดการคนใดคนหนึ่งหรือกรรมการอื่นร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปมีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัทในเอกสาร ตราสาร หรือหนังสือสำคัญได้ " ประธานกรรมการก็มีอำนาจสั่งปากเปล่า (ไม่ใช่การเซ็นชื่อ) ให้ทำกิจการของบริษัทโดยตรงได้เมื่อไม่ปรากฎว่าการสั่งในกรณีเช่นนั้นอยู่ในอำนาจของผู้ใดเป็นพิเศษ และต้องถือว่ามีผลผูกพันบริษัท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 386/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในการต่อสู้หักล้างข้อตกลงเช่าเพื่อการค้า หากผู้เช่าพิสูจน์ได้ว่าเช่าเพื่ออยู่อาศัย
สัญญาเช่ามีข้อความว่าเช่าเพื่อการค้า ผู้เช่าก็มีสิทธิจะต่อสู้และนำสืบได้ว่าตนเช่าเพื่ออยู่อาศัยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 386/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิผู้เช่า: เช่าเพื่อค้า vs. อยู่อาศัย
สัญญาเช่ามีข้อความว่าเช่าเพื่อการค้า ผู้เช่าก็มีสิทธิจะต่อสู้และนำสืบได้ว่าตนเช่าเพื่ออยู่อาศัยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 384/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในสินสอดและค่าใช้จ่ายแต่งงานเมื่อไม่ได้จดทะเบียนสมรส
ชายหญิงสมรสกันโดยไม่สนใจเรื่องจดทะเบียนสมรสชายจะฟ้องเรียกสินสอดของหมั้นคืนไม่ได้ เพราะฝ่ายชายสืบไม่สมฟ้องว่า หญิงผิดสัญญาไม่ยอมจดทะเบียนสมรสด้วย (ฎีกาที่ 659/2487) และจะเรียกค่าใช้จ่ายในการเตรียมการสมรสตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1439(2)ก็ไม่ได้ เพราะหญิงมิได้กระทำผิดสัญญาหมั้น
ส่วนเงินกองทุนที่ชายเอามากองทุนในการแต่งงานนั้นยังคงเป็นทรัพย์สินของชาย เมื่อไม่มีข้อสัญญาผูกพันให้หญิงยึดเอาไว้ได้ ชายก็มีสิทธิเรียกคืนได้
ส่วนเงินกองทุนที่ชายเอามากองทุนในการแต่งงานนั้นยังคงเป็นทรัพย์สินของชาย เมื่อไม่มีข้อสัญญาผูกพันให้หญิงยึดเอาไว้ได้ ชายก็มีสิทธิเรียกคืนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 384/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหมั้นและการแต่งงานไม่จดทะเบียน: สิทธิในการเรียกคืนสินสอดและเงินกองทุน
ชายหญิงสมรสกันโดยไม่สนใจเรื่องจดทะเบียนสมรสชายจะฟ้องเรียกสินสอดของหมั้นคืนไม่ได้ เพราะฝ่ายชายสืบไม่สมฟ้องว่า หญิงผิดสัญญาไม่ยอมจดทะเบียนสมรสด้วย (ฎีกาที่ 659/2487) และจะเรียกค่าใช้จ่ายในการเตรียมการสมรสตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 1439 (2) ก็ไม่ได้ เพราะหญิงมิได้กระทำผิดสัญญาหมั้น
ส่วนเงินกองทุนที่ชายเอามากองทุนในการแต่งงานนั้น ยังคงเป็นทรัพย์สินของชาย เมื่อไม่ข้อสัญญาผูกพันให้หญิงยึดเอาไว้ได้ ชายก็มีสิทธิเรียกคืนได้
ส่วนเงินกองทุนที่ชายเอามากองทุนในการแต่งงานนั้น ยังคงเป็นทรัพย์สินของชาย เมื่อไม่ข้อสัญญาผูกพันให้หญิงยึดเอาไว้ได้ ชายก็มีสิทธิเรียกคืนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 383/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยักย้ายข้าวสารออกจากสถานที่เก็บตาม พ.ร.บ.การค้าข้าว ถือเป็นความผิดสำเร็จและต้องริบข้าว
ทำสัญญาซื้อข้าวกัน 1000 กระสอบ แล้วส่งคนเอาเรือเอี้ยมจัดการขนข้าวจากโกดังที่บรรทุกลงเรือพอบรรทุกลงได้ 716 กระสอบ ก็ถูกจับต้องฟังว่า จำเลยได้ยักข้าว 716 กระสอบจากที่เก็บ ฝ่าฝินประกาศคณะการปฏิบัติการตาม พ.ร.บ.การค้าข้าว 2489 ซึ่งห้ามมิให้ผู้ใดยักย้ายข้าวจากสถาน ฯลฯ เป็นความผิดสำเร็จตาม พ.ร.บ.การค้าข้าวตามมาตรา 17 ซึ่งได้แก้ไขเติมโดยฉบับที่ 2 พ.ศ.2489 ว่า 10 ข้าว 716 กระสอบซ้ายแล้ว ก็ตกเป็นข้าวที่ซึ่งต่อเนื่องกับความผิด ซึ่งตามมาตรา 21 ทวิ บัญญัติให้ริบเสีย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 383/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดยักย้ายข้าวตาม พ.ร.บ.การค้าข้าว 2489 และการริบข้าวที่เกี่ยวเนื่องกับความผิด
ทำสัญญาซื้อข้าวกัน 1,000 กระสอบแล้วส่งคนเอาเรือเอี้ยมจุ๊นไปจัดการขนข้าวจากโกดังที่เก็บบรรทุกลงเรือพอบรรทุกลงเรือได้ 716 กระสอบก็ถูกจับดังนี้ ต้องฟังว่า จำเลยได้ยักย้ายข้าว 716 กระสอบจากสถานที่เก็บฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว 2489 ซึ่งห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดยักย้ายข้าวจากสถานที่เก็บ ฯลฯ เป็นความผิดสำเร็จแล้วตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว 2489 มาตรา 17 ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 2 พ.ศ.2489 มาตรา 10 ข้าว 716 กระสอบที่ขนย้ายแล้ว ก็ตกเป็นข้าวที่ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิด ซึ่งตามมาตรา 21ทวิ บัญญัติให้ริบเสีย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 382/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการเช่าต่อหลังการเสียชีวิตของผู้เช่า และการแจ้งความประสงค์เช่าต่อตามกฎหมายควบคุมค่าเช่า
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกของโจทก์โดยอ้างว่าจำเลยเข้าอยู่โดยละเมิดไม่เกี่ยวกับสัญญาเช่า จำเลยต่อสู้ว่าบิดาจำเลยเช่าตึกของโจทก์ในนามของห้างหุ้นส่วน ซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว และจำเลยก็เป็นหุ้นส่วนด้วยสัญญาเช่ายังไม่หมดอายุ และว่าจำเลยได้เข้าอยู่ในตึกเช่าร่วมกับบิดาตลอดมา เมื่อบิดาถึงแก่กรรมจำเลยก็ได้แจ้งความจำนงขอถือสัญญาเช่าต่อไปและได้แจ้งให้โจทก์ทราบเป็นหนังสือภายในกำหนด 30 วันแล้ว ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯ ดังนี้แม้ศาลจะไม่ยอมให้จำเลยสืบพยานในข้อที่ว่าห้างหุ้นส่วนเป็นผู้เช่าไม่ได้ เพราะเป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารก็ตาม ศาลก็ยังต้องให้สืบพยานในประเด็นข้อหลังคือจำเลยได้อาศัยอยู่ในตึกรายนี้ร่วมกับบิดา ซึ่งเป็นผู้เช่า และเมื่อบิดาตาย จำเลยได้แจ้งความจำนงเป็นหนังสือขอเช่าต่อไปกับโจทก์ภายในกำหนด 30 วัน ฯลฯจริงหรือไม่ก่อน