ผลการค้นหาตามปี "2504" (443 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1176/2504
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อพิพาทซื้อขายสินค้าและการเช่าซื้อรถยนต์: ฟ้องแย้งไม่เกี่ยวเนื่องกับคดีเดิม
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซื้อสินค้าต่างๆ จำพวกน้ำมันเครื่องอะไหล่ตู้เย็นและเครื่องโทรศัพท์ไปจากโจทก์ แล้วได้ชำระราคาให้โจทก์บ้าง และขอผัดผ่อนจำนวนที่ค้างเรื่อยมา ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยใช้หนี้ที่ค้างจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ในระยะเวลาตามฟ้องจำเลยไม่ได้ซื้อสินค้าของโจทก์ เว้นแต่ได้ชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์บรรทุกให้โจทก์คือ จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์คันนั้นไปจากโจทก์ ได้ชำระเงินมัดจำและค่าเช่าซื้อบางงวด แล้วต่อมาโจทก์ผิดสัญญา จำเลยจึงบอกเลิกสัญญา โจทก์เอารถคืนไปแต่ไม่คืนเงินให้จำเลย จึงขอให้ศาลบังคับให้โจทก์คืนเงินมัดจำและค่าเช่าซื้อรถยนต์นั้น กับใช้ค่าเสียหาย ดังนี้ เรื่องที่จำเลยฟ้องแย้ง กรณีเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก นอกเรื่องที่โจทก์ฟ้องจำเลยไม่เกี่ยวกับฟ้องโจทก์จำเลยฟ้องแย้งดังกล่าวไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1176/2504 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องแย้งต้องเป็นเรื่องเดียวกันกับฟ้องเดิม หากเป็นคนละเรื่อง ศาลสั่งให้แยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซื้อสินค้าต่างๆ จำพวกน้ำมัน เครื่องอาหลั่ยตู้เย็นและเครื่องโทรศัพท์ไปจากโจทก์แล้วได้ชำระราคาให้โจทก์บ้าง และขอผัดผ่อนจำนวนที่ค้างเรื่อยมา ขอให้บังคับให้จำเลยใช้หนี้ที่ค้าง จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ในระยะเวลาตามฟ้องนั้นจำเลยไม่ได้ซื้อสินค้าจากโจทก์ เว้นแต่ได้ชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์บรรทุกให้โจทก์ คือ จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์คันนั้นไปจากโจทก์ ได้ชำระเงินมัดจำและค่าเช่าซื้อบางงวดแล้ว ต่อมาโจทก์ผิดสัญญา จำเลยจึงบอกเลิกสัญญาโจทก์เอารถคืนไป แต่ไม่คืนเงินให้จำเลย ขอให้บังคับให้โจทก์คืนเงินมัดจำและค่าเช่าซื้อรถยนต์นั้น กับใข้ค่าเสียหาย เรื่องที่จำเลยฟ้องแย้งนี้ กรณีเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก นอกเรื่องที่โจทก์ฟ้องจำเลย ไม่เกี่ยวกับฟ้องของโจทก์จำเลยฟ้องแย้งไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1172/2504 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งสิทธิครอบครองที่ดินไม่เป็นความเท็จ แต่เป็นการแจ้งเท็จ ไม่เข้าข่ายปลอมแปลงเอกสาร
ฟ้องว่าจำเลยปลอมหนังสือแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ได้ความว่า เอกสารแจ้งการครอบครองนั้น จำเลยนำยื่นเอง ลงชื่อจำเลยเอง ระบุว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครอง เป็นเอกสารของจำเลยอันแท้จริง ส่วนข้อความที่แจ้งจะถูกต้องหรือไม่ เป็นแต่เรื่องแจ้งเท็จ มิใช่ปลอมหนังสือของใคร หรือตั้งใจให้เป็นหนังสือของคนอื่นหาเป็นการปลอมหนังสือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1172/2504
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งเท็จในเอกสารส.ค.1 ไม่ถือเป็นการปลอมแปลงเอกสาร หากเอกสารนั้นเป็นของจำเลยและลงชื่อจำเลยเอง
ฟ้องว่าจำเลยปลอมหนังสือแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1)ได้ความว่าเอกสารแจ้งการครอบครองนั้น จำเลยนำยื่นเองลงชื่อจำเลยเอง ระบุว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครอง เป็นเอกสารของจำเลยอันแท้จริง ส่วนข้อความที่แจ้งจะถูกต้องหรือไม่เป็นแต่เรื่องแจ้งเท็จ มิใช่ปลอมหนังสือของใคร หรือตั้งใจให้เป็นหนังสือของคนอื่น หาเป็นการปลอมหนังสือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1171/2504
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิพากษาเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินที่เป็นมรดก: ศาลอุทธรณ์ฟังเป็นมรดก ไม่เป็นการพิพากษานอกฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยต่อสู้ว่าเป็นของจำเลย แต่ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทยังเป็นมรดกของย่าจำเลยอยู่ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลย ดังนี้ ไม่เป็นการพิพากษานอกฟ้อง นอกประเด็นข้อต่อสู้ หากแต่เป็นการฟังข้อเท็จจริงในคดีว่าที่พิพาทเป็นมรดกของย่าจำเลย ซึ่งหมายความว่าศาลไม่ฟังว่าเป็นของโจทก์และไม่เป็นของจำเลย ดังโจทก์จำเลยโต้เถียงกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1168/2504 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชำระหนี้แทนกันโดยผู้รับเงินเป็นผู้ถือใบเสร็จ ไม่ต้องมีหลักฐานการตั้งตัวแทน
รูปคดีที่แสดงว่าเป็นตัวแทนกัน
เมื่อผู้ซื้อจ่ายเงินให้แก่ผู้ถือใบเสร็จรับเงินของผู้ขายเป็นการชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 318 แล้ว ปัญหาเรื่องการตั้งตัวแทนเพื่อให้รับเงินจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือก็ตกไป
เมื่อผู้ซื้อจ่ายเงินให้แก่ผู้ถือใบเสร็จรับเงินของผู้ขายเป็นการชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 318 แล้ว ปัญหาเรื่องการตั้งตัวแทนเพื่อให้รับเงินจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือก็ตกไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1168/2504
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชำระหนี้โดยผู้ซื้อต่อผู้รับเงินแทนผู้ขาย
เมื่อผู้ซื้อจ่ายเงินให้แก่ผู้ถือใบเสร็จรับเงินของผู้ขายไปแล้ว ก็เป็นการชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 318 อันว่าด้วยการชำระหนี้แล้ว ปัญหาเรื่องผู้ขายตั้งตัวแทนเพื่อให้รับเงินจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือก็ตกไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1161/2504
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ตำรวจยิงผู้ต้องสงสัยกบฎ: ไม่ได้รับยกเว้นโทษฐานฆ่าคนตาย
เจ้าพนักงานตำรวจยิงผู้ตาย ซึ่งถูกสงสัยว่าจะมีส่วนร่วมกับการกบฎยึดวังหลวง (26 ก.พ. 2492) ขณะอยู่กับบ้านตามปกติ ไม่มีพฤติการณ์แสดงว่าผู้ตายต่อสู้ขัดขวางการตรวจค้น และการเชิญไปสอบสวนแล้ว ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำอันเกี่ยวเนื่องจากการป้องกัน ระงับหรือปราบปรามการกบฎอันจะได้รับยกเว้นโทษตาม พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมในโอกาส 25 พุทธศตวรรษ พ.ศ. 2499มาตรา 4 ตำรวจผู้ยิงผู้ตายตายย่อมมีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1161/2504 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำของเจ้าพนักงานตำรวจในการยิงผู้ต้องสงสัยกบฎ ไม่เข้าข่ายได้รับการยกเว้นโทษตาม พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
เมื่อปรากฎว่าจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจยิงผู้ตายซึ่งถูกสงสัยว่าจะมีส่วนร่วมกับการกบฎยึดวังหลวง (26 กุมภาพันธ์ 2492) ขณะอยู่กับบ้านตามปกติ ไม่มีพฤติการณ์แสดงว่าผู้ตายต่อสู้ขัดขวางการตรวจค้รและการเชิญไปสอบสวนแล้วก็ถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำอันเกี่ยวเนื่องจากการป้องกัน ระงับหรือปราบปราบการกบฎ อันจะได้รับยกเว้นโทษตามพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมในโอกาส 25 พุทธศตวรรษ พ.ศ. 2499 มาตรา 4
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1159-1160/2504 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การอนุญาตฎีกาในคดีอาญา: ศาลฎีกาพิจารณาจากเหตุผลที่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นปัญหาสำคัญ
ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งพิจารณาคดีได้อนุญาตให้จำเลยฎีกาในคดีอาญาโดยใช้คำว่า เป็นคดีมีพฤติการณืซับซ้อนหลายประการอันเป็นปัญหาสำคัญควรขึ้นไปสู่ศาลฎีกาวินิจฉัยชี้ขาดอีกชั้นหนึ่ง จึงอนุญาตให้ฎีกาดังนี้ แม้จะไม่ได้ใช้ถ้อยคำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 แต่ก็เข้าใจได้ว่าผู้อนุญาตให้ฎีกาเห็นว่า ข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลฎีกาวินิจฉัย จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 แล้ว
ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 30/2504
ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 30/2504