Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2495 — หน้า 38

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2495" (625 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 179/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดของเจ้าพนักงานที่ดินต่อความเสียหายจากจำนองที่ดินโดยใช้โฉนดที่ถูกแจ้งหาย
มีผู้ลอบเอาโฉนดที่ดิน ซึ่งเจ้าของแจ้งหายและขอใบแทนไปแล้วมาหลอกจำนองไว้กับโจทก์ ปรากฏว่าในโฉนดฉบับหลวงได้จดแจ้งการออกใบแทนโฉนดพร้อมทั้งวันเดือนปีไว้ด้วยหมึกสีแดงเห็นได้อย่างสะดุดตาแต่เจ้าพนักงานที่ดินกระทำโดยประมาทละเลยต่อการตรวจดูตามสมควรจึงได้มีการจำนองต่อกันเป็นที่เสียหายแก่โจทก์ดังนี้ เจ้าพนักงานที่ดินต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย และกรมที่ดินก็ต้องรับผิดด้วยตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ: ผู้ถูกทำร้ายมีสิทธิป้องกันตนเองได้ แต่ต้องสมเหตุสมผล
ผู้ตายมีนิสัยเป็นคนพาลเที่ยวตามระรานจำเลย ก่อนตายได้ชกจำเลยด้วยสนับมือและเตะจำเลยจำเลยจึงหยิบไม้ฟืนที่ทางตีผู้ตายไป4-5 ทีเพื่อป้องกันชีวิตจำเลยให้พ้นภยันตรายซึ่งผู้ตายเป็นผู้ก่อขึ้นผู้ตายล้มลงแล้วจำเลยก็มิได้ตีซ้ำอีกแม้ไม้ฟืนที่จำเลยตีผู้ตายไปถูกที่สำคัญ เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายการกระทำของจำเลยก็ยังเป็นการป้องกันไม่เกินสมควรแก่เหตุ จึงไม่ควรลงอาญาแก่จำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวที่ชอบด้วยกฎหมาย แม้การกระทำนั้นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย
ผู้ตายมีนิสัยเป็นคนพาลเที่ยวคามระรานจำเลย ก่อนตาย ได้ชกจำเลยด้วยสนับมือและเตะจำเลยๆ จึงหยิบไม้ฟืนที่ทางตีผู้ตายไป 4 - 5 ทีเพื่อป้องกันชีวิตจำเลยให้พ้นภยันตรายซึ่งถูกผู้ตายเป็นผู้ก่อขึ้นผุ้ตายล้มลงแล้วจำเลยก็มิได้ตีซ้ำอีก แม้ไม้ฟืนที่จำเลยตีผู้ตายไปถูกที่สำคัญ เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย การกระทำของจำเลยก็ยังเป็นการป้องกันไม่เกินสมควรแก่เหตุ จึงไม่ควรลงโทษแก่จำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 173/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การจำนำทรัพย์สิน: สิทธิบุริมสิทธิของผู้รับจำนำไม้สัก กรณีจำเลยมีสิทธิใช้ประโยชน์ทรัพย์
ผู้รับจำนำยื่นคำร้องต่อศาลว่าทรัพย์ที่โจทก์ขอให้ศาลยึดนั้นเป็นทรัพย์ที่จำเลยได้จำนำต่อผู้ร้องไว้ผู้ร้องมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์นั้นขอให้เอาเงินที่ได้จากการขายหรือจำหน่ายทรัพย์นั้น ชำระหนี้แก่ผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้อื่นรวมทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยเป็นเงินจำนวนหนึ่งดังนี้ คดีปรับเข้าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 150คือคำขอคำนวณเป็นราคาเงินได้ ผู้ร้องต้องเสียค่าขึ้นศาลตามอัตราของทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง
จำเลยทำตั๋วสัญญาใช้เงินให้ธนาคารผู้ร้อง 500,000 บาทขอเปิดบัญชีอีก200,000 บาท ได้ทำสัญญามอบไม้สักและไม้ซุงซึ่งอยู่ ณ โรงเลื่อยจำเลยให้ผู้ร้องเป็นประกันผู้ร้องได้เอาตราธนาคารตีประทับบนไม้ และทำหนังสือให้คนดูแลโรงเลื่อยจำเลยเป็นผู้ดูแลรักษา แต่จำเลยมีสิทธิที่จะนำไม้เหล่านี้ไปเลื่อยและขายได้ โดยขออนุญาตผู้ร้องแต่ต้องหามาทดแทนดังนี้ยังไม่พอที่จะให้ถือว่าทรัพย์อยู่ในความครอบครองของผู้รับจำนำหรือบุคคลภายนอกผู้ใดตามกฎหมาย เพราะผู้จำนำจะนำไม้ที่จำนำไปเลื่อยหรือขายก็ได้ฉะนั้นธนาคารผู้ร้องจะอ้างบุริมสิทธิว่าเป็นการจำนำถูกต้องตามกฎหมายมิได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 172/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยื่นบัญชีระบุพยานล่าช้า: ศาลใช้ดุลพินิจอนุญาตได้หากมีเหตุผลและความจำเป็น
โจทก์ไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยานเพิ่งจะมายื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานเอาในวันนัดสืบพยาน เมื่อปรากฏว่าโจทก์มิได้จงใจฝ่าฝืน หากเป็นด้วยความจำเป็นจริงๆ แล้วเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลย่อมอนุญาตให้โจทก์ระบุพยานได้ตามคำร้องขอ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 172/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอนุญาตยื่นบัญชีระบุพยานนอกกรอบเวลา พิจารณาจากเหตุผลความจำเป็นและประโยชน์แห่งความยุติธรรม
โจทก์ไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยาน เพิ่งจะมายื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานเอาในวันนัดสืบพยานเมื่อปรากฏว่าโจทก์มิได้จงใจฝ่าฝืน หากเป็นด้วยความจำเป็นจริง ๆ แล้ว เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลย่อมอนุญาตให้โจทก์ระบุพยานได้ความคำร้องขอ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 171/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การจำนำทรัพย์สิน: การครอบครองทรัพย์สินเป็นสำคัญในการบังคับสิทธิ
ผู้รับจำนำยื่นคำร้องต่อศาลว่าทรัพย์ทีโจทก์ขอให้ศาลยึด - นั้นเป็นทรัพย์ที่จำเลยได้จำนำต่อผุ้ร้องไว้ ผู้ร้องมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์นั้น ขอให้เอาที่ได้จากการขายหรือจำหน่ายทรัพย์นั้น ชำระหนี้แก่ผู้ร้องก่อนเจ้าหน้าที่อื่น รวมทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ดังนี้ คดีปรับเข้า ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 150 คือคำขอคำนวณเป็นราคาเงินได้ ผู้ร้องต้องเสียค่าขึ้นศาลตามอัตราของทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง
จำเลยทำตั๋วสัญญาใช้เงินให้ธนาคารผู้ร้อง 500,000บาท ได้ทำสัญญามอบไม้สักและไม้ซุงซึ่งอยู่ ณ โรงเลื่อยจำเลยให้ผู้ร้องเป็นประกัน ผู้ร้องได้เอาตราธนาคารดีประทับบนไม้ และทำหนังสือให้คนดูแลโรงเลื่อยจำเลยเป็นผู้ดูแลรักษา แต่จำเลยมีสิทธิ์ที่จะนำไม้เหล่านี้ไปเลื่อยและขายได้ โดยขออนุญาตผู้ร้อง แต่ต้องหามาทดแทน ดังนี้ ยังไม่พอที่จะให้ถือว่าทรัพย์อยู่ในความครอบครองของผู้รับจำนำหรือบุคคลภายนอกผู้ใดตาม ก.ม. เพราะผู้จำนำจะนำไม้ที่จำนำไปเลื่อยหรือขายก็ได้ฉะนั้นธนาคารผู้รองจะอ้างบุริมสิทธิว่าเป็นการจำนำถูกต้องตาม ก.ม. มิได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 164/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าช่วงที่ผู้ให้เช่าเดิมยินยอม: ผู้เช่าช่วงมีสิทธิและหน้าที่ต่อผู้ให้เช่าเดิมโดยตรง
การเช่าช่วงโดยผู้ให้เช่าเดิมยินยอมนั้น ผู้เช่าช่วงย่อมต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่าเดิมโดยตรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 545ผู้เช่าช่วงจึงหาใช่เป็นบริวารของผู้เช่าไม่
ฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากที่เช่าแต่ลำพัง โดยไม่ได้ฟ้องผู้เช่าช่วงเป็นจำเลยด้วย แม้ศาลจะพิพากษาขับไล่ผู้เช่าออกจากที่เช่าแล้วก็ดี ถ้าการเช่าช่วงนั้น ได้กระทำไปโดยผู้ให้เช่าเดิมยินยอมแล้ว โจทก์จะขอให้ขับไล่ผู้เช่าช่วงในฐานะเป็นบริวารของผู้เช่าซึ่งเป็นจำเลยไม่ได้ชอบที่จะว่ากล่าวกันต่างหากจากคดีนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 164/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าช่วงที่ผู้ให้เช่าเดิมยินยอม ผู้เช่าช่วงมีหน้าที่รับผิดต่อผู้ให้เช่าเดิมโดยตรง ไม่ใช่บริวารของผู้เช่า
การเช่าช่วงโดยผู้ให้เช่าเดิมยินยอมนั้น ผู้เช่าช่วงย่อมต้องรับผิดต่อให้เช่าเดิมโดยตรงตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 545 ผู้เช่าช่วงจึงหาใช่เป็นบริวารของผู้เช่าไม่
ฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากที่เช่าแต่ลำพัง โดยไม่ได้ฟ้องผู้เช่าช่วงเป็นจำเลยด้วย แม้ศาลจะพิพากษาขับไล่ผู้เช่าออกจากที่เช่าแล้วก็ดี ถ้าการเช่าช่วงนั้น ได้กระทำไปโดยผู้ให้เช่าเดิมยินยอมแล้ว โจทก์จะขอให้ขับไล่ผู้เช่าช่วงในฐานะเป็นบริวารของผู้เช่าซึ่งเป็นจำเลยไม่ได้ ชอบที่จะว่ากล่าวกันต่างหากจากคดีนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังเป็นสาระสำคัญ หากไม่ครบถ้วน ฎีกาไม่รับพิจารณา
แม้ศาลจะได้ดำเนินการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟังฝ่ายเดียวเป็นการถูกต้องตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 182 วรรค 3 แล้ว แต่เมื่อจำเลยยังไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ก็ไม่ถือว่าได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 216 ฉะนั้นหากโจทก์จะฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็จะรับพิจารณาฎีกาของโจทก์ไม่ได้ต้องให้จำหน่ายคดี ส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้องต่อไป
of 63 ⏮ ◀ ▶ ⏭