ผลการค้นหาตามปี "2502" (613 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 298/2502
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การผูกพันตามสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศ และอายุความในการเรียกร้องค่าเสียหายจากการไม่ปฏิบัติตามสัญญา
ผู้ส่งสินค้าออกทำคำรับรองจะขายเงินตราต่างประเทศแก่ธนาคารแห่งประเทศไทยตามวิธีการแห่ง พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน2485 ผู้รับสินค้าออกต้องผูกพันตามคำรับรองนั้น กระทรวงการคลังฟ้องเรียกให้ขายเงินตราหรือค่าเสียหายได้ภายใน 10 ปี ตาม มาตรา164 อันเป็นอายุความทั่วไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 297/2502 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เอกชนห้ามปิดกั้นทางหลวงเรียกเก็บเงิน แม้ทางหลวงสัมปทาน สัญญาขัดต่อความสงบเรียบร้อยเป็นโมฆะ
โจทก์ได้รับอนุญาตจากทางการจังหวัดเชียงใหม่ให้ซ่อมสพานและงานดินในถนนสายจากอำเภอแม่แตงถึงอำเภอพร้าวซึ่งเป็นทางที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ใช้โดยเฉพาะ จำเลยได้ทำสัญญาจะช่วยเหลือในการซ่อมสพานและถนน โดยถืออัตรา 12,000 บาท ต่อรถยนต์ของจำเลย 1 คัน ซึ่งเดินรับส่งคนโดยสารในถนนสายนั้น ดังนี้ โจทก์หามีอำนาจเรียกเก็บจากจำเลยตามสัญญาได้ไม่ เพราะเอกชนไม่มีอำนาจปิดกั้นทางหลวงไม่ว่าประเภทใด มิให้บุคคลหรือยวดยานสัญจรไปมา แม้แต่ทางหลวงสัมปทานตาม พ.ร.บ. ทางหลวงสัมปทาน พ.ศ. 2473 มาตรา 30 และสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเช่นนี้ ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 113.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 297/2502
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจจำกัดสิทธิใช้ทางสาธารณะและการเรียกเก็บเงินค่าผ่านทางที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย
โจทก์ได้รับอนุญาตจากทางการจังหวัดเชียงใหม่ให้ซ่อมสะพานและงานดินในถนนสายจากอำเภอแม่แตงถึงอำเภอพร้าวซึ่งเป็นทางที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ใช้โดยเฉพาะ จำเลยได้ทำสัญญาจะช่วยเหลือในการซ่อมสะพานและถนน โดยถืออัตรา 12,000 บาทต่อรถยนต์ของจำเลย 1 คันซึ่งเดินรับส่งคนโดยสารในถนนสายนั้นดังนี้ โจทก์หามีอำนาจเรียกเก็บจากจำเลยตามสัญญาได้ไม่ เพราะเอกชนไม่มีอำนาจปิดกั้นทางหลวงไม่ว่าประเภทใด มิให้บุคคลหรือยวดยานสัญจรไปมา แม้แต่ทางหลวงสัมปทานตามพระราชบัญญติทางหลวงสัมปทาน พ.ศ.2473 มาตรา 30 และสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเช่นนี้ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 29/2502
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การออกเช็คถือเป็นการสัญญาว่าจะจ่ายเงินเมื่อผู้ทรงไม่ได้รับเงินตามเช็ค ผู้ออกเช็คต้องนำสืบพิสูจน์ว่าเป็นการชำระหนี้
การออกเช็คต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ออกเพื่อชำระหนี้ผู้สั่งจ่ายอ้างว่า ออกเช็คเพื่อก่อหนี้ คือ ออกให้เป็นการชำระราคาล่วงหน้าผู้สั่งจ่ายต้องนำสืบให้ได้ความชัด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 292/2502
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าสินไหมทดแทนการขาดอุปการะและการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์: ขอบเขตการเรียกร้อง
โจทก์ไม่ได้เสียค่าขึ้นศาลที่ให้จำเลยจ่ายมีระยะเวลาในอนาคตในศาลชั้นต้น แต่ศาลชั้นต้นก็ได้วินิจฉัยข้อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในอนาคตให้ในชั้นอุทธรณ์ฎีกาได้มีการปิดแสตมป์ไว้แล้วฎีกาของโจทก์ก็ขอปิดและได้ย้อนปิดเพิ่มเติมสำหรับศาลชั้นต้นไว้ครบถ้วนเหมือนกันศาลฎีกาก็มีอำนาจวินิจฉัยคำขอในอนาคตของโจทก์ได้
ในกรณีขับรถยนต์ชนคนตายบิดาของผู้ตายย่อมได้รับค่าสินไหมทดแทนการขาดไร้อุปการะจากผู้ทำละเมิด ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 วรรคสาม
การสูญเสียบุตรถูกรถยนต์ชนตายนั้น ไม่ต้องด้วยค่าสินไหมทดแทนลักษณะใดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บิดาเรียกร้องไม่ได้
ในกรณีขับรถยนต์ชนคนตายบิดาของผู้ตายย่อมได้รับค่าสินไหมทดแทนการขาดไร้อุปการะจากผู้ทำละเมิด ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 วรรคสาม
การสูญเสียบุตรถูกรถยนต์ชนตายนั้น ไม่ต้องด้วยค่าสินไหมทดแทนลักษณะใดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บิดาเรียกร้องไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 292/2502 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าสินไหมทดแทนการขาดอุปการะและการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์
โจทก์ไม่ได้เสียค่าขึ้นศาลที่ให้จำเลยจ่ายมีระยะเวลาในอนาคตในศาลชั้นต้น แต่ศาลชั้นต้นก็ได้วินิจฉัยข้อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในอนาคตให้ ในชั้นอุทธรณ์ฎีกาได้มีการปิดแสตมป์ไว้แล้ว ฎีกาของโจทก์ก็ขอปิดและได้ย้อนปิดเพิ่มเติมสำหรับศาลชั้นต้นไว้ครบถ้วนเหมือนกัน ศาลฎีกาก็มีอำนาจวินิจฉัยคำขอในอนาคตของโจทก์ได้
ในกรณีขับรถยนต์ชนคนตาย บิดาของผู้ตายย่อมได้รับค่าสินไหมทดแทนการขาดไร้อุปการะจากผู้ทำละเมิด ตาม ป.พ.พ. มาตรา 443 วรรค 3
การสูญเสียบุตรถูกรถยนต์ชนตายนั้น ไม่ต้องด้วยค่าสินไหมทดแทนลักษณะใดในป.พ.พ. บิดาเรียกร้องไม่ได้
ในกรณีขับรถยนต์ชนคนตาย บิดาของผู้ตายย่อมได้รับค่าสินไหมทดแทนการขาดไร้อุปการะจากผู้ทำละเมิด ตาม ป.พ.พ. มาตรา 443 วรรค 3
การสูญเสียบุตรถูกรถยนต์ชนตายนั้น ไม่ต้องด้วยค่าสินไหมทดแทนลักษณะใดในป.พ.พ. บิดาเรียกร้องไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 289/2502 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาลงโทษฐานบุกรุกและพยายามลักทรัพย์: ศาลต้องพิจารณาจากฟ้องของโจทก์ว่าประสงค์จะลงโทษฐานใด
จำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหะสถานและพยายามลักทรัพย์ด้วย ดังนี้ จะลงโทษฐานบุกรุกและพยายามลักทรัพย์ได้หรือไม่ ต้องพิจารณาฟ้องของโจทก์เป็นสำคัญว่า โจทก์มีความประสงค์จะขอให้ลงโทษฐานพยายามลักทรัพย์ฐานเดียวหรือฐานบุกรุกด้วย.
อัตราโทษจำคุกอย่างสูงฐานบุกรุกตามมาตรา 365 ย่อมมีโทษหนักกว่าอัตราโทษอย่างสูงฐานพยายามลักทรัพย์ตามมาตรา 335 วรรค 2 ประกอบด้วยมาตรา 80.
อัตราโทษจำคุกอย่างสูงฐานบุกรุกตามมาตรา 365 ย่อมมีโทษหนักกว่าอัตราโทษอย่างสูงฐานพยายามลักทรัพย์ตามมาตรา 335 วรรค 2 ประกอบด้วยมาตรา 80.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 289/2502
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาความผิดฐานบุกรุกและพยายามลักทรัพย์: ศาลต้องพิจารณาจากฟ้องของโจทก์เพื่อลงโทษฐานใดฐานหนึ่ง
จำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหะสถานและพยายามลักทรัพย์ด้วยดังนี้ จะลงโทษฐานบุกรุกและพยายามลักทรัพย์ได้หรือไม่ต้องพิจารณาฟ้องของโจทก์เป็นสำคัญว่า โจทก์มีความประสงค์จะขอให้ลงโทษฐานพยายามลักทรัพย์ฐานเดียวหรือฐานบุกรุกด้วย
อัตราโทษจำคุกอย่างสูงฐานบุกรุกตามมาตรา 365 ย่อมมีโทษหนักกว่าอัตราโทษอย่างสูงฐานพยายามลักทรัพย์ตามมาตรา 335 วรรคสองประกอบด้วยมาตรา 80
อัตราโทษจำคุกอย่างสูงฐานบุกรุกตามมาตรา 365 ย่อมมีโทษหนักกว่าอัตราโทษอย่างสูงฐานพยายามลักทรัพย์ตามมาตรา 335 วรรคสองประกอบด้วยมาตรา 80
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 281-286/2502
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเช่าที่ดินและการครอบครองต่อเนื่อง แม้เกิดเพลิงไหม้ ไม่ถือเป็นการบุกรุก
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินโดยอ้างว่าจำเลยอาศัยหรือบุกรุก เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเช่าที่ดินนั้นปลูกบ้านเรือนอาศัยอยู่ คดีก็ต้องยกฟ้องโจทก์
จำเลยเช่าที่ดินปลูกบ้านเรือนอาศัยอยู่ก่อนเพลิงไหม้การที่จำเลยเข้าไปปลูกบ้านเรือนในตอนหลังย่อมไม่เป็นการละเมิด
จำเลยเช่าที่ดินปลูกบ้านเรือนอาศัยอยู่ก่อนเพลิงไหม้การที่จำเลยเข้าไปปลูกบ้านเรือนในตอนหลังย่อมไม่เป็นการละเมิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 281-286/2502 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการเช่าที่ดินและการครอบครองก่อนเกิดเพลิงไหม้ ไม่ถือเป็นการบุกรุก
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินโดยอ้างว่าจำเลยอาศัยหรือบุกรุก เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเช่าที่ดินนั้นปลูกบ้าน เรือนอาศัยอยู่ คดีก็ต้องยกฟ้องโจทก์
จำเลยเช่าที่ดินปลูกบ้านเรือนอาศัยอยู่ก่อนเพลิงไหม้ การที่จำเลยเข้าไปปลูกบ้านเรือนในตอนหลังย่อมไม่เป็นการละเมิด
จำเลยเช่าที่ดินปลูกบ้านเรือนอาศัยอยู่ก่อนเพลิงไหม้ การที่จำเลยเข้าไปปลูกบ้านเรือนในตอนหลังย่อมไม่เป็นการละเมิด