ผลการค้นหาตามปี "2496" (727 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 954-955/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำผิด พ.ร.บ.การประมง: ความรับผิดของลูกจ้างและการริบของกลางที่ไม่ใช่ของผู้กระทำผิด
คนต่างด้าวนำเรือและอวนเข้ามาทำการประมงในเขตน่านน้ำไทยอันเป็นผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมง ในเขตการประมงไทย พ.ศ. 2482 มาตรา 4,7,8,10,11 นั้น เมื่อปรากฎว่าเรือยนต์และอวนของกลางนั้นเป็นของผู้อื่น มิได้รู้เห็นในการกระทำผิดนี้ด้วย จะริบไม่ได้ ศาลพิพากษาให้คืนเรือยนต์และอวนนั้นให้เจ้าของไป./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแบ่งแยกที่ดินตามการครอบครองจริง แม้มีการเปลี่ยนแปลงผู้สืบสิทธิ คำพิพากษาเดิมผูกพัน
ผู้มีชื่อในโฉนดได้เป็นความฟ้องขอแบ่งแยกโฉนดจากกันและกัน โดยฝ่ายโจทก์อ้างว่าตนมีสิทธิในที่ดิน 2 ใน 3 ฝ่ายจำเลยต่อสู้ว่า มีสิทธิคนละครึ่ง ศาลพิพากษาว่าต่างปกครองเป็นส่วนสัดกันมาฝ่ายละครึ่ง 30 ปี เศษแล้ว จึงขอให้ แบ่งโฉนดตามที่ปกครองมา คดีถึงที่สุด ดังนี้
ครั้นที่ดินตามโฉนดดังกล่าวตกได้แก่ผู้อื่นต่อมาทั้งสองฝ่าย แม้ผู้อื่นนั้นจะไม่ได้เป็นคู่ความในคดีก่อนก็เป็นผู้สืบ สิทธิ มาจากคู่ความในคดีก่อนคำพิพากษาคดีก่อนจึงผูกมัดผู้นั้นด้วย ฉะนั้น ผู้ได้รับที่ดินตามโฉนดดังกล่าวจะมา ฟ้องร้องตั้งข้อพิพาทว่ามีส่วนในที่ดินตามโฉนดนั้นผิดไปจากคำพิพากษาในคดีเดิมย่อมไม่ได้./
ครั้นที่ดินตามโฉนดดังกล่าวตกได้แก่ผู้อื่นต่อมาทั้งสองฝ่าย แม้ผู้อื่นนั้นจะไม่ได้เป็นคู่ความในคดีก่อนก็เป็นผู้สืบ สิทธิ มาจากคู่ความในคดีก่อนคำพิพากษาคดีก่อนจึงผูกมัดผู้นั้นด้วย ฉะนั้น ผู้ได้รับที่ดินตามโฉนดดังกล่าวจะมา ฟ้องร้องตั้งข้อพิพาทว่ามีส่วนในที่ดินตามโฉนดนั้นผิดไปจากคำพิพากษาในคดีเดิมย่อมไม่ได้./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผลคำพิพากษาผูกพันผู้สืบสิทธิ: การแบ่งแยกที่ดินตามการครอบครองจริง แม้โฉนดระบุสิทธิแตกต่าง
ผู้มีชื่อในโฉนดได้เป็นความฟ้องขอแบ่งแยกโฉนดจากกันและกันโดยฝ่ายโจทก์อ้างว่าตนมีสิทธิในที่ดิน 2 ใน 3 ฝ่ายจำเลยต่อสู้ว่า มีสิทธิคนละครึ่ง ศาลพิพากษาว่าต่างปกครองเป็นส่วนสัดกันมาฝ่ายละครึ่ง 30 ปีเศษแล้ว จึงขอให้แบ่งโฉนดตามที่ปกครองมา คดีถึงที่สุด ดังนี้
ครั้นที่ดินตามโฉนดดังกล่าวตกได้แก่ผู้อื่นต่อมาทั้งสองฝ่ายแม้ผู้อื่นนั้นจะไม่ได้เป็นคู่ความในคดีก่อนก็เป็นผู้สืบสิทธิ มาจากคู่ความในคดีก่อน คำพิพากษาคดีก่อนจึงผูกมัดผู้นั้นด้วย ฉะนั้น ผู้ได้รับที่ดินตามโฉนดดังกล่าวจะมาฟ้องร้องตั้งข้อพิพาทว่ามีส่วนในที่ดินตามโฉนดนั้นผิดไปจากคำพิพากษาในคดีเดิมย่อมไม่ได้
ครั้นที่ดินตามโฉนดดังกล่าวตกได้แก่ผู้อื่นต่อมาทั้งสองฝ่ายแม้ผู้อื่นนั้นจะไม่ได้เป็นคู่ความในคดีก่อนก็เป็นผู้สืบสิทธิ มาจากคู่ความในคดีก่อน คำพิพากษาคดีก่อนจึงผูกมัดผู้นั้นด้วย ฉะนั้น ผู้ได้รับที่ดินตามโฉนดดังกล่าวจะมาฟ้องร้องตั้งข้อพิพาทว่ามีส่วนในที่ดินตามโฉนดนั้นผิดไปจากคำพิพากษาในคดีเดิมย่อมไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจ่ายเงินส่วนแบ่งทนายความโดยไม่มีหลักฐานหนังสือ ศาลรับฟังพยานบุคคลได้ และการฎีกาในข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์แก้ไขเล็กน้อย
การที่ทนายความจ่ายเงินส่วนได้ของลูกความที่ตนรับมาจากศาลให้แก่ลูกความนั้น ไม่มีกฎหมายบังคับว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ฉะนั้นแม้ตัวความจะไม่ได้ออกใบรับเงินให้ ทนายก็นำสืบพยานบุคคลได้
โจทก์ฟ้องตั้งทุนทรัพย์ 900 บาทเศษ จำเลยกลับฟ้องแย้งให้โจทก์ใช้เงินให้จำเลย 1800 บาทเศษ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเล็กน้อย คู่ความก็ย่อมจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้
โจทก์ฟ้องตั้งทุนทรัพย์ 900 บาทเศษ จำเลยกลับฟ้องแย้งให้โจทก์ใช้เงินให้จำเลย 1800 บาทเศษ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเล็กน้อย คู่ความก็ย่อมจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจ่ายเงินส่วนแบ่งทนายความ: หลักฐานการรับเงินไม่จำเป็นต้องเป็นหนังสือ และขอบเขตการฎีกาในข้อเท็จจริง
การที่ทนายความจ่ายเงินส่วนได้ของลูกความที่ตนรับมาจากศาลให้แก่ลูกความนั้น ไม่มีกฎหมายบังคับว่าต้องมีหลัก ฐานเป็นหนังสือ ฉะนั้นแม้ตัวความจะไม่ได้ออกใบรับเงินให้ ทนายก็นำสืบพยานบุคคลได้.
โจทก์ฟ้องตั้งทุนทรัพย์ 900 บาทเศษ จำเลยกลับฟ้องแย้งให้โจทก์ใช้เงินให้จำเลย 1800 บาท เศษ เมื่อศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ไขเล็กน้อย คู่ความก็ย่อมจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้./
โจทก์ฟ้องตั้งทุนทรัพย์ 900 บาทเศษ จำเลยกลับฟ้องแย้งให้โจทก์ใช้เงินให้จำเลย 1800 บาท เศษ เมื่อศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ไขเล็กน้อย คู่ความก็ย่อมจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 944/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนอำนาจปกครองเด็กจากบิดาให้ลุง กรณีบิดาประพฤติไม่สมควรและเป็นภัยต่อทรัพย์สินเด็ก
เมื่อบิดาของผู้เยาว์ประพฤติตนไม่สมควร มีพฤติการณ์ส่อไปในทางที่เป็นภัยแก่ทรัพย์สินของผู้เยาว์และเลี้ยงดูผู้เยาว์โดยไม่สมควร ซึ่งถือได้ว่าเป็นการใช้อำนาจปกครองเด็กโดยมิชอบ ดังนี้ ลุงของผู้เยาว์มีอำนาจที่จะฟ้องศาลขอให้โอนอำนาจปกครองผู้เยาว์ จากบิดาผู้เยาว์โดยตั้งลุงผู้เยาว์เป็นผู้ปกครองแทนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 944/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจปกครองเด็ก: ลุงฟ้องขอเปลี่ยนผู้ปกครองจากบิดา เหตุบิดาประพฤติมิชอบและเป็นภัยต่อทรัพย์สินเด็ก
เมื่อบิดาของผู้เยาว์ประพฤติตนไม่สมควร มีพฤติการณ์ส่อไปในทางที่เป็นภัยแก่ทรัพย์สินของผู้เยาว์และเลี้ยงดูผู้ เยาว์โดยไม่สมควร,ซึ่งถือได้ว่าเป็นการใช้อำนาจปกครองเด็กโดยมิชอบ ดังนี้ ลุงของผู้เยาว์มีอำนาจที่จะฟ้องศาล ขอให้โอนอำนาจปกครองผู้เยาว์ จากบิดาผู้เยาว์โดยตั้งลุงผู้เยาว์เป็นผู้ปกครองแทนได้./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 943/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าการค้าหมดอายุ แม้มีที่อยู่อาศัยรวมด้วย ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
เช่าตึกทำการค้าในทำเลการค้า แม้จะอยู่อาศัยด้วยก็ไม่เป็นเคหะอันจะได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ
ผู้ให้เช่าเรียกค่าเช่าสูงขึ้น ผู้เช่าไม่ยอมให้ผู้ให้เช่าจึงมาฟ้องเลิกสัญญาเช่า ไม่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
ผู้ให้เช่าเรียกค่าเช่าสูงขึ้น ผู้เช่าไม่ยอมให้ผู้ให้เช่าจึงมาฟ้องเลิกสัญญาเช่า ไม่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 940/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความประมาทในการขับรถราง ชนท้ายรถโดยสาร การประมาทเลินเล่อเป็นความผิดตามกฎหมาย
จำเลยขับรถรางเร็ว ไม่ระมัดระวัง เป็นการประมาทเลินเล่อจึงชนรถยนต์ประจำทางตอนท้ายเสียหาย การประมาทของจำเลยเป็นการฝ่าฝืน พระราชบัญญัติจราจรทางบก 2477 มาตรา 29 ข้อ 4ฉะนั้นความผิดของจำเลยจึงต้องผิดกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา336(15) อีกบทหนึ่งด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 940/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความประมาทในการขับรถราง ชนท้ายรถโดยสาร การประพฤติผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก
จำเลยขับรถรางเร็ว ไม่ระมัดระวัง เป็นการประมาทเลินเล่อจึงชนรถยนต์ประจำทางตอนท้ายเสียหาย การประมาท ของจำเลยเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ. จราจรทางบก 2477 มาตรา 29 ข้อ 4 ฉะนั้นความผิดของจำเลยจึงต้องผิด ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 336 (15) อีกบทหนึ่งด้วย./