ผลการค้นหาตามปี "2499" (843 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 915/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจ่ายสินบนนำจับต้องมีคำขอชัดเจนจากอัยการ หากไม่มี ศาลไม่จำเป็นต้องบังคับให้จำเลยจ่าย
ในเรื่องเงินค่าสินบนนำจับนี้เมื่อมิได้มีคำขอมาด้วยโดยแจ้งชัดเป็นแต่เพียงบรรยายฟ้องมาลอย ๆ ว่ามีผู้ขอรับค่าสินบนนำจับ จะประสงค์อย่างไรมิได้ว่าไว้ดังนี้ ก็ชอบที่ศาลจะไม่ให้จำเลยจ่ายสินบนแก่ผู้นำจับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 915/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจ่ายสินบนนำจับ: ต้องมีคำขอชัดเจนจากพนักงานอัยการ
ในเรื่องเงินค่าสินบนนำจับนี้เมื่อมิได้มีคำขอมาด้วยโดยแจ้งชัดเป็นแต่เพียงบรรยายฟ้องมาลอยๆ ว่ามีผู้ขอรับค่าสินบนนำจับ จะประสงค์อย่างไรมิได้ว่าไว้ดังนี้ก็ชอบที่ศาลจะไม่ให้จำเลยจ่ายสินบนแก่ผู้นำจับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 897/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เอกสารพยานร่วมกัน การนำสืบหักล้างข้อความในเอกสาร หากไม่ได้การรับรองความถูกต้อง
ในกรณีที่โจทก์และจำเลยอ้างเอกสารเป็นพยานร่วมกันและความในเอกสารนั้นแสดงไปในทางที่ว่าจำเลยเป็นฝ่ายออกเงินสร้างเรือนคือสมข้างข้อต่อสู้ของจำเลยก็ตาม แต่เมื่อโจทก์อ้างว่าโจทก์ก็มีส่วนออกทุนสร้างเรือนด้วยและโจทก์จะขอนำสืบว่าโจทก์เป็นฝ่ายออกเงินสร้างเรือนด้วยนั้น โจทก์จะนำสืบได้หรือไม่นั้นย่อมอยู่ที่ว่า เอกสารดั่งกล่าวนั้นโจทก์ได้รับรองความถูกต้องแท้จริงหรือไม่ ถ้าเป็นแต่เพียงโจทก์อ้างเอกสารร่วมกับจำเลยจะให้หมายความว่าโจทก์รับรองความถูกต้องแท้จริงไปในตัวยังหาชอบไม่ เมื่อไม่ได้ความว่าโจทก์รับรองความถูกต้องแท้จริงของเอกสาร โจทก์จึงมีสิทธินำพยานบุคคลเข้าสืบหักล้างได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 897/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การอ้างเอกสารร่วมกันและการนำสืบหักล้างข้อความในเอกสารเมื่อไม่ได้การรับรองความถูกต้อง
ในกรณีที่โจทก์และจำเลยอ้างเอกสารเป็นพยานร่วมกันและความในเอกสารนั้นแสดงไปในทางที่ว่าจำเลยเป็นฝ่ายออกเงินสร้างเรือนคือสมข้างข้อต่อสู้ของจำเลยก็ตามแต่เมื่อโจทก์อ้างว่าโจทก์ก็มีส่วนออกทุนสร้างเรือนด้วยและโจทก์จะขอนำสืบว่าโจทก์เป็นฝ่ายออกเงินสร้างเรือนด้วยนั้นโจทก์จะนำสืบได้หรือไม่นั้นย่อมอยู่ที่ว่า เอกสารดังกล่าวนั้นโจทก์ได้รับรองความถูกต้องแท้จริงหรือไม่ถ้าเป็นแต่เพียงโจทก์อ้างเอกสารร่วมกับจำเลยจะให้หมายความว่าโจทก์รับรองความถูกต้องแท้จริงไปในตัวยังหาชอบไม่เมื่อไม่ได้ความว่าโจทก์รับรองความถูกต้องแท้จริงของเอกสารโจทก์จึงมีสิทธินำพยานบุคคลเข้าสืบหักล้างได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 896/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิของผู้เช่าในการฟ้องขับไล่ผู้อาศัยสิทธิของผู้เช่า โดยผู้เช่ามีสิทธิฟ้องได้แม้ไม่ใช่เจ้าของสถานที่
ในฟ้องของโจทก์กล่าวว่าโจทก์ที่ 1 ได้รับโอนการเช่าโรงเรือนของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มาจากโจทก์ที่ 2 ผู้เช่าเดิมแต่ระหว่างโจทก์ที่ 2 เป็นผู้เช่า โจทก์ที่ 2 ได้ตกลงจ้างจำเลยจัดการดำเนินการค้าอยู่ในโรงเรือนที่เช่า ครั้นโจทก์ที่ 1 ได้รับโอนสิทธิการเช่ามาจากโจทก์ที่ 2 แล้วโจทก์ที่ 2 ได้บอกเลิกจ้างจำเลยและให้จำเลยเลิกดำเนินการค้าเพื่อส่งมอบเรือนโรงรายนี้ให้แก่โจทก์ที่ 1 จำเลยไม่ปฏิบัติตามยังคงทำการค้าและอาศัยโรงเรือนรายนี้ตลอดมาโดยมิได้รับความอนุญาตจากเจ้าของสถานที่และโจทก์ที่ 1 ผู้เช่าเป็นการละเมิดและรอนสิทธิโจทก์ที่ 1 ฟ้องดังกล่าวมานี้แสดงว่าโจทก์เป็นผู้เช่าสถานที่พิพาทจากทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จำเลยเป็นผู้อาศัยสิทธิโจทก์และโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยออกจากสถานที่เช่าแล้วจำเลยไม่ยอมออกเช่นนี้โดยปกติโจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องจำเลยได้ส่วนข้อต่อสู้จำเลยจะมีอย่างไรเป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 896/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิผู้เช่าในการฟ้องขับไล่ผู้อาศัยสิทธิ และอำนาจฟ้องของผู้เช่าเมื่อมีข้อพิพาทกับผู้อาศัยสิทธิ
ในฟ้องของโจทก์กล่าวว่าโจทก์ที่ 1 ได้รับโอนการเช่าโรงเรือนของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มาจาก โจทก์ที่ 2 ผู้เช่าเดิม แต่ระหว่างโจทก์ที่ 2 เป็นผู้เช่า โจทก์ที่ 2 ได้ตกลงจ้างจำเลยจัดการดำเนินการค้าอยู่ในโรงเรือนที่เช่า ครั้นโจทก์ที่ 1 ได้รับโอนสิทธิการเช่ามาจากโจทก์ที่ 2 แล้ว โจทก์ที่2 ได้บอกเลิกจ้างจำเลยและให้จำเลยเลิกดำเนินการค้าเพื่อส่งมอบเรือนโรงรายนี้ให้แก่โจทก์ที่ 1 จำเลยไม่ปฏิบัติตามยังคงทำการค้าและอาศัยอยู่ในโรงเรือนรายนี้ตลอดมาโดยมิได้รับความอนุญาตจากเจ้าของสถานที่และโจทก์ที่ 1 ผู้เช่าเป็นการละเมิดและรอนสิทธิโจทก์ที่ 1 ฟ้องดังกล่าวมานี้แสดงว่าโจทก์เป็นผู้เช่าสถานที่พิพาทจากทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จำเลยเป็นผู้อาศัยสิทธิโจทก์ และโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยออกจากสถานที่เช่าแล้วจำเลยไม่ยอมออกเช่นนี้โดยปกติโจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องจำเลยได้ ส่วนข้อต่อสู้จำเลยจะมีอย่างไรเป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณา.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 893/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการครอบครองไม้หวงห้าม: ครอบครองเพื่อตนเองหรือแทนผู้อื่น? ฎีกาวินิจฉัยว่าการครอบครองแทนผู้อื่นก็มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้
คำว่าครอบครองตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3)พ.ศ.2494มาตรา 69 มีความหมายกว้างขวางกล่าวคือไม่เฉพาะครอบครองเพื่อตนเองเท่านั้นแต่รวมทั้งครอบครองแทนผู้อื่นด้วยเพราะไม่มีกฎหมายบทใดจำกัดไว้ว่าการครอบครองของที่มีไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น จะเป็นความผิดต่อเมื่อครอบครองเพื่อตนเองตรงข้ามกฎหมายว่าด้วยการสมคบกันกระทำผิดก็ยังมีอยู่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 893/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการครอบครองไม้ผิดกฎหมาย: ครอบครองเพื่อตนเองหรือแทนผู้อื่น
คำว่าครอบคอรงตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 ม.69 มีความหมายกว้างขวางกล่าวคือไม่เฉพาะครอบครองเพื่อตนเองเท่านั้นแต่รวมทั้งครอบครองแทนผู้อื่นด้วยเพราะไม่มี ก.ม.บทใดจำกัดไว้ว่าการครอบครองของที่มีไว้โดยไม่ชอบด้วย ก.ม.นั้น จะเป็นความผิดต่อเมื่อครอบครองเพื่อตนเอง ตรงข้าม ก.ม.ว่าด้วยการสมคบกันกระทำผิดก็ยังมีอยู่.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 891/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อพิบัติทางฟ้อง: วันเวลาทำผิดต่างจากฟ้อง แม้จำเลยไม่เสียเปรียบ ต้องยกฟ้อง
เมื่อข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวันหรือเวลาที่จำเลยกระทำผิดตามที่ปรากฏในการพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง ศาลต้องยกฟ้องตาม มาตรา192 วรรคสอง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ใช้อยู่ในขณะฟ้องคดีนี้) จำเลยจะผิดหลงหรือเสียเปรียบในการต่อสู้คดีหรือไม่ไม่สำคัญ
ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแม้จะมี พระะราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2499 ให้ยกเลิกมาตรา192 และใช้ข้อความใหม่แทนก็ดี ก็จะนำมาใช้แก่คดีที่ฟ้องไว้ก่อนแล้วหาได้ไม่ (ประชุมใหญ่ที่ 5/2499)
ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแม้จะมี พระะราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2499 ให้ยกเลิกมาตรา192 และใช้ข้อความใหม่แทนก็ดี ก็จะนำมาใช้แก่คดีที่ฟ้องไว้ก่อนแล้วหาได้ไม่ (ประชุมใหญ่ที่ 5/2499)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 891/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยกฟ้องอาญาเมื่อข้อเท็จจริงวันเวลาในฟ้องต่างจากพยานหลักฐานในการพิจารณา แม้มีการแก้ไขกฎหมายระหว่างพิจารณา
เมื่อข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวันหรือเวลาที่จำเลยกระทำผิดตามที่ปรากฏในการพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง ศาลต้องยกฟ้องตาม ม.192 วรรค 2 ป.วิ.อาญา (ฉบับที่ใช้อยู่ในขณะฟ้องคดีนี้) จำเลยจะผิดหลงหรือเสียเปรียบในการต่อสู้คดีหรือไม่ ๆ สำคัญ
ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแม้จะมี พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อาญา(ฉบับที่ 6) พ.ศ.2499 ให้ยกเลิก ม.192 และใช้ข้อความใหม่แทนก็ดี ก็จะนำมาใช้แก่คดีที่ฟ้องไว้ก่อนแล้วหาได้ไม่.
(ประชุมใหญ่ที่ 5/2499)
ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแม้จะมี พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อาญา(ฉบับที่ 6) พ.ศ.2499 ให้ยกเลิก ม.192 และใช้ข้อความใหม่แทนก็ดี ก็จะนำมาใช้แก่คดีที่ฟ้องไว้ก่อนแล้วหาได้ไม่.
(ประชุมใหญ่ที่ 5/2499)