Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2492 — หน้า 40

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2492" (1442 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 575/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดทางอาญาของเด็ก: เจตนาและความรู้ในการกระทำผิด แม้ไม่รู้กฎหมายก็ต้องรับผิด
จำเลยเป็นเด็กอายุ 13 ปีเมื่อกระทำความผิดร่วมมือกับจำเลยอื่นโดยรู้ความประสงค์ในการที่กระทำนั้นเป็นอย่างดีแล้ว ก็ย่อมมีความผิด กับจะไม่รู้ว่าการที่กระทำนั้นกฎหมายห้าม ก็จะนำเอาความที่ตนไม่รู้กฎหมายมาเป็นข้อแก้ตัวไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 575/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำความผิดโดยรู้เจตนา แม้ไม่รู้กฎหมายห้าม ก็ไม่อาจยกเป็นข้อแก้ตัวได้
จำเลยเป็นเด็กอายุ 13 เมื่อกระทำความผิดร่วมมือกับจำเลยอื่นโดยรู้ความประสงค์ในการที่กระทำนั้นเป็นอย่างดีแล้ว ก็ย่อมมีความผิด กับจะไม่รู้ว่าการที่กระทำนั้นกฎหมายห้าม ก็จะนำเอาความที่ตนไม่รู้กฎหมายมาเป็นข้อแก้ตัวไม่ได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 573/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเรียกรับเงินเพื่อเอื้อประโยชน์ในการอนุมัติโอนเรือ ถือเป็นการทุจริตและมีความผิดตามกฎหมายอาญา
โจทก์ได้ไปร้องขอให้กรมเจ้าท่าทำการโอนขายเรือของโจทก์ให้แก่ ส. ในชั้นแรกไม่ได้รับอนุญาตให้โอน จำเลยซึ่งเป็นรองอธิบดีกรมเจ้าท่าได้เรียกร้องให้โจทก์ชำระเงิน 56,000 บาท เพื่อเป็นค่าทำถนนในกรมเจ้าท่าเสียก่อนจึงจะอนุญาตให้ทำการโอนได้ โจทก์จึงจำต้องชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่จำเลยแล้วจำเลยจึงได้สั่งอนุญาตให้ทำการโอนเรือในวันนั้นเอง ดังนี้แม้จำเลยจะนำสืบได้ว่าได้เอาเงินจำนวนนี้ไปใช้ลาดยางทำถนนให้แก่กรมเจ้าท่า จำเลยก็ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้ทำการทุจริตตามนัยแห่งมาตรา 6(3) กฎหมายอาญา โจทก์ย่อมเป็นผู้เสียหายจากการกระทำของจำเลยและมีสิทธิที่จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยได้
กรณีเช่นนี้ย่อมแตกต่างกับเรื่องเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ซึ่งเป็นการให้เงินแก่กันโดยสมัครใจ (อ้างฎีกาที่406/2468,394/131)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 573/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเรียกรับเงินเพื่อเอื้อประโยชน์ในการโอนเรือ ถือเป็นการทุจริตและมีความผิดตามกฎหมายอาญา
โจทก์ได้ไปร้องขอให้กรมเจ้าท่าทำการโอนขายเรือของโจทก์ให้แก่ ส. ในชั้นแรกไม่ได้รับอนุญาตให้โอน จำเลยซึ่งเป็นรองอธิบดีกรมเจ้าท่า ได้เรียกร้องให้โจทก์ชำระเงิน 56000 บาท เพื่อเป็นค่าทำถนนในกรมเจ้าท่าเสียก่อนจึงจะอนุญาตให้ทำการโอนได้ โจทก์จึงจำต้องชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่จำเลย แล้วจำเลยจึงได้สั่งอนุญาตให้ทำการโอนเรือในวันนั้นเอง ดังนี้แม้จำเลยจะนำสืบได้ว่าได้เอาเงินจำนวนนี้ไปใช้ลาดยางทำถนนให้แก่กรมเจ้าท่า จำเลยก็ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้ทำการทุจจริตตามนัยแห่งมาตรา 6 (3) กฎหมายอาญา โจทก์ย่อมเป็นผู้เสียหายจากการกระทำของจำเลยและมีสิทธิที่จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยได้
กรณีเช่นนี้ย่อมแตกต่างกับเรื่องเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ซึ่งเป็นการให้เงินแก่กันโดยสมัครใจ
(อ้างฎีกา 406/2486, 394/131)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 572/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การระบุเวลาในฟ้องอาญา: แม้ไม่ระบุกลางวัน/กลางคืน ฟ้องก็สมบูรณ์หากระบุเวลาชัดเจน
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยกระทำผิดเวลา 18.00 นาฬิกา โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นเวลากลางวัน หรือ กลางคืน ก็เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 572/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความสมบูรณ์ของฟ้องอาญา: การระบุเวลาทำผิด
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยกระทำผิดเวลา 18.00 นาฬิกา โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นเวลากลางวัน หรือกลางคืน ก็เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฎีกาเพื่อขอริบของกลางในคดีพะนัน: ข้อจำกัดตามมาตรา 220 ป.วิ.อาญา
โจทก์ฎีกาขอให้ริบของกลาง อ้างเหตุว่า เพราะเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับเล่นการพะนัน ดังนี้ เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาปรับจำเลยคนละ 50 บาท โจทก์จะฎีกาต่อไปไม่ได้ เพราะต้องด้วยข้อห้ามตามมาตรา 220 แห่ง ป.ม.วิ.อาญา
(อ้างฎีกา 824/2490)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาไม่รับเนื่องจากพิพากษาปรับและฎีกาในข้อเท็จจริง
โจทก์ฎีกาขอให้ริบของกลาง อ้างเหตุว่า เพราะเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับเล่นการพนัน ดังนี้ เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาปรับจำเลยคนละ 50 บาท โจทก์จะฎีกาต่อไปไม่ได้ เพราะต้องด้วยข้อห้ามตามมาตรา 220 แห่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
(อ้างฎีกาที่ 824/2490)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 570/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของลูกจ้างต่อนายจ้าง การตีความความผิดตามมาตรา 319(1) ก.ม.ลักษณะอาญา
ฟ้องโจทก์กล่าวชัดว่า จำเลยเป็นลูกจ้างยักยอกเงินของนายจ้าง ดังนี้ นายจ้างก็เป็นนายของลูกจ้าง ลูกจ้างก็เป็นคนใช้นายจ้าง ศาลต้องลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 319(1)
(อ้างฎีกา 165/2489)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 570/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานยักยอกทรัพย์: ลูกจ้างในฐานะคนใช้ของนายจ้าง
ฟ้องโจทก์กล่าวชัดว่าจำเลยเป็นลูกจ้างยักยอกเงินของนายจ้างดังนี้ นายจ้างก็เป็นนายของลูกจ้าง ลูกจ้างก็เป็นคนใช้ของนายจ้างศาลต้องลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 319(1)
(อ้างฎีกาที่ 165/2489)
of 145 ⏮ ◀ ▶ ⏭