ผลการค้นหาตามปี "2503" (779 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 242/2503
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยื่นบัญชีระบุพยานล่าช้า: ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเหตุผลทนายความติดธุระไม่เพียงพอต่อการขยายเวลาตามกฎหมาย
ศาลแขวงธนบุรีสั่งให้โจทก์นำสืบก่อนและนัดสืบพยานไว้ล่วงหน้าที่ 18 วันโจทก์แต่งทนาย 2 คนเพียงแต่ทนายโจทก์คนหนึ่งไปธุระที่จังหวัดฉะเชิงเทราหลังจากที่ทราบวันนัดไว้แล้วกว่า 10 วันครั้นก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ 2 วัน โจทก์ยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานโดยอ้างว่าที่โจทก์เพิ่งยื่นบัญชีระบุพยานเพราะทนายความเจ้าของเรื่องไปต่างจังหวัดเพิ่งกลับมา ไม่ปรากฏว่าเหตุใดจึงไม่สามารถมาจัดการระบุพยานเสียให้ทันกำหนดเพราะจังหวัดฉะเชิงเทราที่ทนายโจทก์ไปธุระนั้นก็ไม่ห่างไกลจากพระนครเท่าใดนัก เช่นนี้จะอ้างว่า เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมให้รับบัญชีระบุพยานนั้นไว้หาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 242/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยื่นบัญชีระบุพยานล่าช้า: ศาลฎีกาเน้นย้ำการปฏิบัติตามกฎหมาย ป.วิ.พ. และดุลพินิจในการอนุญาต
ศาลแขวงธนบุรีสั่งให้โจทก์นำสืบก่อนและนัดสืบพยานไว้ล่วงหน้าที่ 18 วัน โจทก์แต่งทนาย 2 คน เพียงแต่ทนายโจทก์คนหนึ่งไปธุระที่จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังจากที่ทราบวันนัดไว้แล้วกว่า 10 วัน ครั้นก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ 2 วัน โจทก์ยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานโดยอ้างว่า ที่โจทก์เพิ่งยื่นบัญชีระบุพยานเพราะทนายความเจ้าของเรื่องไปต่างจังหวัด เพิ่งกลับมา ไม่ปรากฏว่า เหตุใดจึงไม่สามารถมาจัดการระบุพยานเสียให้ทันกำหนด เพราะจังหวัดฉะเชิงเทราที่ทนายโจทก์ไปธุระนั้นก็ไม่ห่างไกลจากพระนครเท่าใดนัก เช่นนี้ จะอ้างว่า เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมให้รับบัญชีระบุพยานนั้นไว้ หาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 232/2503
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวพันกันเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
คดีซึ่งมีกรณีพัวพันกันอยู่ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม. อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและความแพ่งศาลย่อมมีอำนาจเรียกสำนวนคดีเหล่านั้นมาประกอบการวินิจฉัยให้ข้อเท็จจริงได้ความแจ่มกระจ่างได้โดยไม่ต้องมีคู่ความฝ่ายใดร้องขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 232/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมในคดีที่เกี่ยวพันกัน
คดีซึ่งมีกรณีพัวพันกันอยู่ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและความแพ่งศาลย่อมมีอำนาจเรียกสำนวนคดีเหล่านั้นมาประกอบการวินิจฉัยให้ข้อเท็จจริงได้ความแจ่มกระจ่างได้ โดยไม่ต้องมีคู่ความฝ่ายใดร้องขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231/2503
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกำหนดฐานะ ‘เจ้าพนักงาน’ และความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่: จำเลยไม่ใช่ข้าราชการจึงไม่อยู่ในอำนาจฟ้อง
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานทำการทุจริตต่อหน้าที่และจดหลักฐานเท็จแต่ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยได้รับแต่งตั้งจากอธิบดีกรมชลประทานให้เป็นช่างบังคับหมู่เขื่อนระบายน้ำโพธิ์เตี้ยมีหน้าที่ควบคุมงานก่อสร้าง ซ่อมแซมบำรุงรักษา ควบคุมการเบิกจ่ายค่าแรงคนงาน ควบคุมคนงานโดยได้รับเงินค่าจ้างเป็นรายวันจากงบประมาณ ซึ่งมิใช่ประเภทเงินเดือน เมื่อจำเลยได้เบิกค่าแรงคนงานเกินความจริงและจดหลักฐานเท็จ ก็จะเอาผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานทุจริตต่อหน้าที่และทำหลักฐานเท็จตามฟ้องไม่ได้เพราะถือว่าจำเลยไม่ใช่เจ้าพนักงานและตามฟ้องของโจทก์ก็มิได้บรรยายถึงความผิดอย่างอื่นอันเป็นเรื่องที่เห็นได้ว่า โจทก์มีความประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยซึ่งไม่ใช่ในฐานเป็นเจ้าพนักงานด้วย เมื่อเป็นดังนี้ คดีก็ไม่มีทางจะลงโทษจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกำหนดฐานะ 'เจ้าพนักงาน' สำหรับความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ จำเลยต้องมีคุณสมบัติเป็นข้าราชการหรือเจ้าพนักงานตามกฎหมาย
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานทำการทุจริตต่อหน้าที่ และจดหลักฐานเท็จ แต่ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยได้รับแต่งตั้ง จากอธิบดีกรมชลประทานให้เป็นช่างบังคับหมู่เขื่อนระบายน้ำโพธิ์เตี้ย มีหน้าที่ควบคุมงานก่อนสร้าง ซ่อมแซมบำรุงรักษา ควบคุมการเบิกจ่ายค่าแรงคนงาน ควบคุมคนงาน โดยได้รับเงินค่าจ้างเป็นรายวันจากงบประมาณ ซึ่งมิใช่ประเภทเงินเดือน เมื่อจำเลยได้เบิกค่าแรงคนงานเกินความจริงและจดหลักฐานเท็จ ก็จะเอาผิดฐานเท็จความฟ้องไม่ได้ เพราะถือว่าจำเลยไม่ใช่เจ้าพนักงานและตามฟ้องของโจทก์ก็มิได้บรรยายถึงความผิดอย่างอื่นอันเป็นเรื่องที่เห็นได้ว่า โจทก์มีความประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยซึ่งไม่ใช่ในฐานเป็นเจ้าพนักงานด้วย เมื่อเป็นดังนี้ คดีก็ไม่มีทางจะลงโทษจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 228/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิด พ.ร.บ. เช็คเกิดขึ้นเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน อายุความนับแต่วันปฏิเสธ
ความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ เกิดขึ้นเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค ถ้ายังไม่ยื่นเช็คต่อธนาคาร หรือธนาคารยังไม่ปฏิเสธการจ่ายเงิน ก็ยังไม่เกิดเป็นความผิด การนับอายุความนับเมื่อความผิดได้เกิดขึ้นแล้ว
ถ้านับแต่วันที่ ธนาคารปฏิเสธ การจ่ายเงินจนถึงวันที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วมไปร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงาน ยังไม่เกิน 3 เดือน คดีก็ยังไม่ขาดอายุความ
ถ้านับแต่วันที่ ธนาคารปฏิเสธ การจ่ายเงินจนถึงวันที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วมไปร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงาน ยังไม่เกิน 3 เดือน คดีก็ยังไม่ขาดอายุความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 228/2503
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดตาม พ.ร.บ.เช็คเกิดขึ้นเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน การนับอายุความเริ่มเมื่อเกิดความผิด
ความผิดตาม พระราชบัญญัติวว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯเกิดขึ้นเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คถ้ายังไม่ยื่นเช็คต่อธนาคาร หรือธนาคารยังไม่ปฏิเสธการจ่ายเงิน ก็ยังไม่เกิดเป็นความผิด การนับอายุความ นับเมื่อความผิดได้เกิดขึ้นแล้ว
ถ้านับแต่วันที่ ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินจนถึงวันที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วมไปร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานยังไม่เกิน 3 เดือน คดีก็ยังไม่ขาดอายุความ
ถ้านับแต่วันที่ ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินจนถึงวันที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วมไปร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานยังไม่เกิน 3 เดือน คดีก็ยังไม่ขาดอายุความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย มีความผิดฐานฆ่าคนโดยไม่เจตนา
จำเลยใช้กำลังทำร้ายโดยแรง เป็นเหตุให้ศีรษะผู้ตายฟาดหรือกระแทกกับพื้นถนนเข็งกระโหลกศีรษะแตกถึงตาย เป็นผลที่บังเกิดอันเนื่องจากการกระทำของจำเลย จำเลยย่อมมีผิดฐานฆ่าคนโดยไม่เจตนา
(อ้างฎีกาที่ 55/2491)
(อ้างฎีกาที่ 55/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2503
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย ความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา
จำเลยใช้กำลังทำร้ายโดยแรง เป็นเหตุให้ศีรษะผู้ตายฟาดหรือกระแทกกับพื้นถนนแข็งกระโหลกศีรษะแตกถึงตายเป็นผลที่บังเกิดอันเนื่องจากการกระทำของจำเลย จำเลยย่อมมีผิดฐานฆ่าคนโดยไม่เจตนา
(อ้างฎีกาที่ 55/2491)
(อ้างฎีกาที่ 55/2491)