ผลการค้นหาตามปี "2529" (2237 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4663/2529 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาความผิดฐานพยายามฆ่าและการริบของกลาง เมื่อพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ศาลไม่มีอำนาจริบ
ในคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยข้อหาพยายามฆ่าและริบอาวุธปืน กระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง ยกฟ้องข้อหาตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน โดยวินิจฉัยว่าไม่ปรากฏตามทางนำสืบว่า จำเลยไม่มีใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนและใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องข้อหาพยายามฆ่าด้วยแต่คงให้ริบของกลางโดยมิได้วินิจฉัยเรื่องอาวุธปืนของกลางว่าเป็นอาวุธปืนมีทะเบียนหรือไม่ คดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะข้อหาพยายามฆ่า ดังนี้เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพยานโจทก์รับฟังไม่ได้ว่า จำเลยเป็นคนร้ายที่ยิงผู้เสียหายและจำเลยไม่ได้นำของกลางมาใช้ในการกระทำผิดตามฟ้องศาลย่อมไม่มีอำนาจ ริบของกลาง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4663/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาคำพิพากษาคดีพยายามฆ่าและการริบของกลางเมื่อพยานหลักฐานไม่เพียงพอ
ในคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยข้อหาพยายามฆ่าและ ริบ อาวุธปืน กระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง ยกฟ้องข้อหาตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน โดยวินิจฉัยว่าไม่ปรากฏตามทางนำสืบว่าจำเลยไม่มีใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนและใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องข้อหาพยายามฆ่าด้วยแต่คงให้ริบของกลางโดยมิได้วินิจฉัยเรื่องอาวุธปืนของกลางว่าเป็นอาวุธปืนมีทะเบียนหรือไม่ คดีขึ้นมาสู่ ศาลฎีกาเฉพาะข้อหาพยายามฆ่า ดังนี้เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพยานโจทก์รับฟังไม่ได้ว่า จำเลยเป็นคนร้ายที่ยิงผู้เสียหายและจำเลย ไม่ได้นำของกลางมาใช้ในการกระทำผิดตามฟ้องศาลย่อมไม่มีอำนาจ ริบของกลาง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4662/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมเดียวผิดหลายบท: การครอบครองและจำหน่ายยาเสพติด (กัญชา) ถือเป็นกรรมเดียว
จำเลยมีกัญชาจำนวน 1 ถุงหนัก 3,350 กรัมไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายและจำเลยได้ขายกัญชาจำนวนดังกล่าวให้แก่ สายลับ ผู้ล่อซื้อ ดังนั้นกัญชาที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จึงเป็นกัญชาจำนวนเดียวกับกัญชาที่จำเลยขายให้แก่สายลับและเมื่อขายไปแล้วก็ไม่มีกัญชาเหลืออยู่ในครอบครองของจำเลยอีก การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4662/2529 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมเดียวผิดหลายบท: การครอบครองและจำหน่ายกัญชาเป็นกรรมเดียว
จำเลยมีกัญชาจำนวน 1 ถุงหนัก 3,350 กรัมไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายและจำเลยได้ขายกัญชาจำนวนดังกล่าวให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อ ดังนั้นกัญชาที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจึงเป็นกัญชาจำนวนเดียวกับกัญชาที่จำเลยขายให้แก่สายลับและเมื่อขายไปแล้วก็ไม่มีกัญชาเหลืออยู่ในครอบครองของจำเลยอีกการกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4662/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมเดียวผิดหลายบท: การครอบครองและจำหน่ายกัญชา
จำเลยมีกัญชาจำนวน1ถุงหนัก3,350กรัมไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำเลยได้ขายกัญชาจำนวนดังกล่าวให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อดังนั้นกัญชาที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจึงเป็นกัญชาจำนวนเดียวกับกัญชาที่จำเลยขายให้แก่สายลับและเมื่อขายไปแล้วก็ไม่มีกัญชาเหลืออยู่ในครอบครองของจำเลยอีกการกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4656/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาคดีอาญาที่ศาลไม่ต้องสอบถามจำเลยเรื่องทนาย หากอัตราโทษจำคุกไม่ถึงสิบปี และการพิจารณาคำขอรอการลงโทษ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิด2กรรมตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯฐานมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายตามมาตรา7ซึ่งมีโทษตามมาตรา72วรรคสามจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปีกับฐานพาอาวุธปืนไปตามมาตรา8ทวิวรรคสองซึ่งมีโทษตามมาตรา72ทวิวรรคสองจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปีนั้นความผิดที่โจทก์ฟ้องมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่ถึงสิบปีแม้คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ไม่ระบุว่าวรรคใดก็ต้องถือเอาคำขอที่สอดคล้องกับคำบรรยายฟ้องเป็นสำคัญกรณีเช่นนี้ศาลไม่ต้องสอบถามจำเลยในเรื่องทนายก่อนเริ่มพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา173เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพศาลย่อมพิพากษาลงโทษจำเลยได้ ในชั้นอุทธรณ์จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษหรือรอการกำหนดโทษไว้แต่ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยปัญหาข้อนี้เพื่อให้การพิจารณาคดีเป็นไปตามลำดับชั้นศาลศาลฎีกาเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4656/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อัตราโทษจำคุกไม่ถึงสิบปี ศาลไม่ต้องสอบถามจำเลยเรื่องทนายก่อนพิจารณาคดี
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิด 2 กรรมตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯฐานมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย ตามมาตรา 7 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 72 วรรคสามจำคุกตั้งแต่หกเดือน ถึงห้าปี กับฐานพาอาวุธปืนไปตามมาตรา 8ทวิวรรคสอง ซึ่งมีโทษ ตาม มาตรา 72 ทวิ วรรคสอง จำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปีนั้น ความผิดที่โจทก์ฟ้องมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่ถึงสิบปี แม้คำขอท้ายฟ้อง องโจทก์ไม่ระบุว่าวรรคใด ก็ต้องถือเอาคำขอที่สอดคล้องกับคำบรรยายฟ้อง เป็นสำคัญ กรณีเช่นนี้ศาลไม่ต้องสอบถามจำเลยในเรื่องทนายก่อนเริ่ม พิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลย่อมพิพากษาลงโทษจำเลยได้
ในชั้นอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษหรือรอการกำหนดโทษไว้ แต่ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยปัญหาข้อนี้ เพื่อให้การพิจารณาคดี เป็นไปตามลำดับชั้นศาล ศาลฎีกาเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวได้
ในชั้นอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษหรือรอการกำหนดโทษไว้ แต่ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยปัญหาข้อนี้ เพื่อให้การพิจารณาคดี เป็นไปตามลำดับชั้นศาล ศาลฎีกาเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4656/2529 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อัตราโทษจำคุกไม่ถึงสิบปี ศาลไม่ต้องสอบถามจำเลยเรื่องทนายก่อนพิจารณาคดี
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิด 2 กรรมตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ฐานมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย ตามมาตรา 7 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 72 วรรคสาม จำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี กับฐานพาอาวุธปืนไปตามมาตรา 8 ทวิ วรรคสอง ซึ่งมีโทษตามมาตรา 72 ทวิ วรรคสอง จำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปีนั้น ความผิดที่โจทก์ฟ้องมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่ถึงสิบปี แม้คำขอท้ายฟ้อง ของโจทก์ไม่ระบุว่าวรรคใด ก็ต้องถือเอาคำขอที่สอดคล้องกับคำบรรยายฟ้อง เป็นสำคัญ กรณีเช่นนี้ศาลไม่ต้องสอบถามจำเลยในเรื่องทนายก่อนเริ่มพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลย่อมพิพากษาลงโทษจำเลยได้
ในชั้นอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษหรือรอการกำหนดโทษไว้ แต่ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยปัญหาข้อนี้ เพื่อให้การพิจารณาคดี เป็นไปตามลำดับชั้นศาล ศาลฎีกาเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวได้
ในชั้นอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษหรือรอการกำหนดโทษไว้ แต่ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยปัญหาข้อนี้ เพื่อให้การพิจารณาคดี เป็นไปตามลำดับชั้นศาล ศาลฎีกาเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4647/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ร้องขอคืนของกลางที่ถูกริบจากความผิดของผู้อื่น
การร้องขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบตามพระราชบัญญัติแร่พ.ศ.2510มาตรา154และประมวลกฎหมายอาญามาตรา36นั้นผู้ร้องขอคืนของกลางมีหน้าที่พิสูจน์ว่าตนมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4647/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ขอคืนของกลางที่ถูกริบจากการกระทำผิดแร่ ผู้ขอต้องพิสูจน์ว่าไม่มีส่วนรู้เห็น
การร้องขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบตามพระราชบัญญัติแร่พ.ศ.2510 มาตรา 154 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา36นั้นผู้ร้องขอคืนของกลาง มีหน้าที่พิสูจน์ว่าตนมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด