Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2498 — หน้า 42

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2498" (1061 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 228/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาฆ่า – ทำร้ายร่างกาย – พฤติการณ์เมา – พิจารณาจากอาวุธและเหตุการณ์ – ลดโทษ
จำเลยกับผู้เสียหายไม่มีสาเหตุต่อกัน จำเลยเมาใช้มีดพกเล็ก ๆ กว้าง 2ซม. ยาว 11 1/2 ซม. แทงผู้เสียหายบาดเจ็บสาหัส พฤติการณ์ดังกล่าวยังไม่มีอะไรแสดงให้เห็นว่าจำเลยได้มีเจตนาจะฆ่าให้ตาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 228/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาฆ่าหรือไม่? การทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีดพก ศาลพิจารณาจากพฤติการณ์และอาวุธที่ใช้
จำเลยกับผู้เสียหายไม่มีสาเหตุต่อกันจำเลยเมาใช้มีดพกเล็กๆกว้าง 2 ซม.ยาว111/2ซม. แทงผู้เสียหายบาดเจ็บสาหัส พฤติการณ์ดังกล่าวยังไม่มีอะไรแสดงให้เห็นว่าจำเลยได้มีเจตนาจะฆ่าให้ตาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 227/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สมคบปล้นทรัพย์: การขู่เข็ญฉวยโอกาสช่วงเล่นการพนัน และเจตนาเอาทรัพย์สิน
เมื่อ่จำเลยฉวยโอกาศในขณะที่ผู้เสียหายกำลังเล่นการพนันโดยใช้ไม้ตะบองขู่เข็ญว่าจะทำร้ายและค้นเอาเงินจากผู้เสียหายไป แล้วหาได้จับกุมฐานเล่นการพนันไม่ ดังนี้ จำเลยมีผิดฐานสมคบกันปล้นทรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 227/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สมคบปล้นทรัพย์โดยฉวยโอกาสจากผู้เล่นการพนัน: การกระทำเข้าข่ายโจรกรรม
เมื่อจำเลยฉวยโอกาสในขณะที่ผู้เสียหายกำลังเล่นการพนันโดยใช้ไม้ตะบองขู่เข็ญว่าจะทำร้ายและค้นเอาเงินจากผู้เสียหายไปแล้วหาได้จับกุมฐานเล่นการพนันไม่ ดังนี้จำเลยมีผิดฐานสมคบกันปล้นทรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำร้ายร่างกายโดยไม่ได้สมคบกัน ศาลพิพากษาตามการกระทำของแต่ละคน
จำเลยกับพวกพากันไปท้าทายผู้มีชื่อผู้หนึ่งผู้เสียหายซึ่งเป็นคนไม่มีสาเหตุกันเข้ามาห้ามจำเลยได้ชกผู้เสียหายไปหนึ่งทีเพราะความเมา พวกจำเลยคนหนึ่งได้ใช้สนับมือชกผู้เสียหายถึงบาดเจ็บสาหัสจำเลยไม่ได้ซ้ำเติมอีกกรณีเป็นเรื่องต่างคนต่างทำ ไม่ใช่เรื่องสมคบกันจะลงโทษจำเลยฐานสมคบกับพวกทำร้ายร่างกายสาหัสไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำร้ายร่างกายโดยไม่ได้สมคบคิด ศาลพิจารณาจากพฤติการณ์เฉพาะของการกระทำ
จำเลยกับพวกพากันไปท้าทายผู้มีชื่อผู้หนึ่ง ผู้เสียหายซึ่งเป็นคนไม่มีสาเหตุกันเข้ามาห้าม จำเลยได้ชกผู้เสียหายไปหนึ่งทีเพราะความเมา พวกจำเลยคนหนึ่งได้ใช้สนับมือชกผู้เสียหายถึงบาดเจ็บสาหัสจำเลยไม่ได้ซ้ำเติมอีก กรณีเป็นเรื่องต่างคนต่างทำ ไม่ใช้เรื่องสมคบกัน จะลงโทษจำเลยฐานสมคบกับพวกทำร้ายร่างกายสาหัสไม่ได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 214/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจสอบสวนของตำรวจสันติบาลต้องมีข้อกำหนดจากรัฐมนตรีฯ โจทก์มีหน้าที่นำสืบ
ตามความใน พ.ร.บ.จัดวางระเบียบราชการกรมตำรวจในกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2491 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้กำหนดตั้งหน่วยงานและเขตต์อำนาจการรับผิดชอบหรือเขตต์พื้นที่ปกครองของหน่วยราชการโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษากอบบัญชาการสอบสวนกลางกองตำรวจสันติบาลจะมีอำนาจสอบสวนได้เพียงใดหรือไม่นั้น ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดหรือข้อบังคับ ข้อกำหนดหรือข้อบังคับนั้น ๆ เป็นข้อเท็จจริงไม่ใช่ข้อกฎหมาย โจทก์ต้องนำสืบ
เมื่อ ร.ต.ท.ประชานายตำรวจสันติบาสเพียงแต่อ้างว่ามีอำนาจสอบสวน เพราะได้รับคำสั่งจากผู้กำกับการฯแล้ว แต่โจทก์มิได้สืบให้เห็นว่าผู้กำกับการมีอำนาจสั่งได้โดยชอบด้วยกฎหมายอย่างใด ดังนี้จึงฟังไม่ได้ว่า ร.ต.ท. ประชามีอำนาจสอบสวน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 214/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจสอบสวนของตำรวจสันติบาลต้องอาศัยข้อกำหนดของรัฐมนตรีฯ โจทก์ต้องนำสืบ
ตามความใน พระราชบัญญัติจัดวางระเบียบราชการกรมตำรวจในกระทรวงมหาดไทยพ.ศ.2491 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้กำหนดตั้งหน่วยงานและเขตอำนาจการรับผิดชอบหรือเขตพื้นที่ปกครองของหน่วยราชการโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษากองบัญชาการสอบสวนกลางกองตำรวจสันติบาลจะมีอำนาจสอบสวนได้เพียงใดหรือไม่นั้นต้องเป็นไปตามข้อกำหนดหรือข้อบังคับ ข้อกำหนดหรือข้อบังคับนั้นๆ เป็นข้อเท็จจริงไม่ใช่ข้อกฎหมาย โจทก์ต้องนำสืบเมื่อร.ต.ท.ประชานายตำรวจสันติบาลเพียงแต่อ้างว่ามีอำนาจสอบสวน เพราะได้รับคำสั่งจากผู้กำกับการฯแล้วแต่โจทก์มิได้สืบให้เห็นว่าผู้กำกับการมีอำนาจสั่งได้โดยชอบด้วยกฎหมายอย่างใด ดังนี้จึงฟังไม่ได้ว่าร.ต.ท.ประชามีอำนาจสอบสวน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาในการทำให้เกิดการระเบิดเป็นสำคัญ ความผิดมาตรา 188 ต้องมีเจตนา หากประมาทต้องลงโทษตามมาตรา 201
การทำให้เกิดการระเบิดขึ้นอันเป็นความผิดตามมาตรา 188 นั้นจะต้องประกอบด้วยเจตนาเป็นสำคัญ ดังจะเห็นได้ชัดจากมาตรา 201 ซึ่งบัญญัติว่าความผิดเช่นนี้ ถ้าทำโดยประมาทก็ให้ลงโทษตามมาตรา 201
จำเลยนั่งเป่าเล่นทำทองอยู่ตามปรกติและเคยทำมาช้านานแล้ว โต๊ะทำทองของจำเลยอยู่หน้าร้านติดกับถนนที่มีคนสัญจรขณะนั้นเป็นเวลา 15.00 น.ท่อยางที่จำเลยเป่าอยู่เกิดระเบิดขึ้น เพียงเท่านี้ยังไม่มีอะไรแสดงให้เห็นว่าจำเลยเจตนาที่จะทำให้เกิดการระเบิดขึ้น จำเลยจึงไม่ผิดตามมาตรา 188

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาในการทำให้เกิดการระเบิดเป็นสำคัญตามมาตรา 188 หากไม่มีเจตนาเป็นความผิดฐานประมาท
การทำให้เกิดการระเบิดขึ้นอันเป็นความผิดตามมาตรา 188นั้นจะต้องประกอบด้วยเจตนาเป็นสำคัญ ดังจะเห็นได้ชัดจากมาตรา 201 ซึ่งบัญญัติว่าความผิดเช่นนี้ ถ้าทำโดยประมาทก็ให้ลงโทษตามมาตรา 201
จำเลยนั่งเป่าแล่นทำทองอยู่ตามปรกติและเคยทำมาช้านานแล้วโต๊ะทำทองของจำเลยอยู่หน้าร้านติดกับถนนที่มีคนสัญจรขณะนั้นเป็นเวลา 15.00 น. ท่อยางที่จำเลยเป่าอยู่เกิดระเบิดขึ้น เพียงเท่านี้ยังไม่มีอะไรแสดงให้เห็นว่าจำเลยเจตนาที่จะทำให้เกิดการระเบิดขึ้นจำเลยจึงไม่ผิดตามมาตรา 188
of 107 ⏮ ◀ ▶ ⏭