Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2502 — หน้า 42

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2502" (613 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2502

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การส่งมอบสุกรไปขายแทนกัน แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ก็ฟ้องบังคับได้
การที่โจทก์จำเลยตกลงกันว่าจำเลยรับสุกรโจทก์ไป 40 ตัว ไปขาย จำเลยคิดราคาให้โจทก์กิโลกรัมละ 4 บาท 20สตางค์ส่วนราคาที่จะขายได้เกินกว่านั้น และน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นจากเวลาที่รับจากโจทก์ตกเป็นของจำเลยเงินโจทก์จะติดตามไปรับหรือจำเลยจะมอบฉันทะให้ตัวแทนโจทก์ไปรับเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องที่จำเลยซื้อเชื่อสุกรไปจากโจทก์แต่เป็นเรื่องที่จำเลยรับสุกรไปขายแทนโจทก์และหากจะฟังว่าเป็นเรื่องซื้อขายโจทก์ก็ได้มอบสุกรให้จำเลยไปเป็นการชำระหนี้บางส่วนแล้วแม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ โจทก์ก็ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าสุกรได้(ฎีกาที่ 1434/2495)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 235/2502

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจ้าของรวมมีอำนาจฟ้องขับไล่บุคคลภายนอก แม้การซื้อขายมีลักษณะนิติกรรมอำพราง ก็ไม่อำนาจไร้ผล
เจ้าของรวมคนหนึ่งฟ้องขับไล่ผู้เช่าที่ดินซึ่งมีผู้อื่นถือกรรมสิทธิ์อยู่ด้วยดังนี้ เป็นการใช้สิทธิต่อสู้จำเลยซึ่งเป็นคนภายนอกจึงฟ้องได้ตาม มาตรา1359 ส่วนที่ว่าการเรียกทรัพย์คืนต้องอยู่ใต้บังคับของ มาตรา 302 นั้นหมายความว่าเมื่อได้ทรัพย์คืนมาแล้วต้องเป็นเจ้าของร่วมกันจะเอาเป็นของตนคนเดียวไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 230/2502

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดพยายามปล้นทรัพย์โดยหยุดกระทำเมื่อเห็นว่าเป็นพวกเดียวกัน ไม่ถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 82
การกระทำของจำเลยเป็นการพยายามปล้นทรัพย์ตามกฎหมายแต่การที่พวกจำเลยมิได้กระทำไปจนบรรลุผลสำเร็จ เพราะเห็นว่าผู้เสียหายเป็นพวกเดียวกัน จึงหยุดการกระทำเสียนั้นเป็นการยับยั้งเสียเองหาใช่เพราะมีอุปสรรคอื่นขัดขวางจำเลยจึงยังไม่ต้องรับโทษสำหรับการพยายามกระทำความผิดนั้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 82

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 230/2502 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดพยายามปล้นทรัพย์: การยับยั้งการกระทำด้วยตนเองไม่ถือเป็นอุปสรรค
การกระทำของจำเลยเป็นการพยายามปล้นทรัพย์ตามกฎหมาย แต่การที่พวกจำเลยมิได้กระทำไปจนบรรลุผลสำเร็จ เพราะเห็นว่าผู้เสียหายเป็นพวกเดียวกัน จึงหยุดการกระทำเสียนั้น เป็นการยับยั้งเสียเอง หาใช่เพราะมีอุปสรรคอื่นขัดขวาง จำเลยจึงยังไม่ต้องรับโทษสำหรับการพยายามกระทำความผิดนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 82.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 226/2502

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสิ้นสุดสมาชิกภาพ ส.ส. และการไม่มีอำนาจพิจารณาเลือกตั้ง หลังมีการปฏิวัติและใช้ธรรมนูญใหม่
ยื่นคำร้องขอให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ภายหลังได้มีประกาศของหัวหน้าคณะปฏิวัติให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ ซึ่งใช้อยู่ขณะนั้น และให้สมาชิกภาพของผู้แทนราษฎรเป็นอันสิ้นสุดลงทั่วราชอาณาจักร ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ. 2502 อันเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนี้ ก็ไม่มีบทบัญญัติให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คดีจึงไม่อยู่ในวิสัยที่จะบังคับให้การเป็นไปได้ จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งที่ร้องคัดค้านจะชอบหรือไม่ ต้องยกคำร้อง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2502

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การงดสืบพยานที่ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาคดี ศาลต้องให้สืบพยานในประเด็นที่ยังโต้เถียงกันอยู่
คดีที่มีหลายประเด็นศาลสั่งงดสืบพยานในประเด็นข้อใด โดยคู่ความไม่ได้แถลงติดใจสืบพยานเองศาลจะวินิจฉัยให้เป็นโทษแก่คู่ความฝ่ายใดว่าไม่นำพยานสืบหรือยกเอาคำพยานที่ได้สืบในประเด็นข้ออื่นมาวินิจฉัยในประเด็นที่สั่งให้งดสืบพยานด้วยนั้นหาชอบด้วยวิธีพิจารณาไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 220/2502 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิ่มโทษจำเลยในคดีอาญาหลังพ้นโทษคดีก่อน แม้คดีก่อนเข้าข่ายล้างมลทินตาม พ.ร.บ.ฉบับปี 2499 ศาลไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาได้
ศาลตัดสินลงโทษและเพิ่มโทษจำเลยในคดีหลัง จนคดีถึงที่สุดไปแล้วก่อน พ.ร.บ. ล้างมลทินฯ พ.ศ. 2499 ใช้บังคับ แม้ความผิดซึ่งจำเลยต้องโทษในคดีก่อนที่เป็นเหตุถูกเพิ่มโทษในคดีหลังจะเกิดขึ้นก่อนวันที่ 8 พ.ย. 2499 และจำเลยได้พ้นโทษในคดีก่อนไปแล้วก็ตามก็ไม่เป็นเหตุให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขการเพิ่มโทษในคดีหลังได้
เมื่อศาลอ่านคำพิพากษาแล้ว ศาลนั้นจะแก้ไขคำพิพากษาเกี่ยวกับการเพิ่มโทษหาได้ไม่ เพราะไม่ใช่แก้ไขถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 220/2502

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิ่มโทษจำเลยในคดีหลัง แม้ความผิดในคดีก่อนถูกล้างมลทินตาม พ.ร.บ.ล้างมลทินฯ ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาเดิมได้
ศาลตัดสินลงโทษและเพิ่มโทษจำเลยในคดีหลัง จนคดีถึงที่สุดไปแล้วก่อนพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ พ.ศ.2499 ใช้บังคับ แม้ความผิดซึ่งจำเลยต้องโทษในคดีก่อนที่เป็นเหตุถูกเพิ่มโทษในคดีหลังจะเกิดขึ้นก่อนวันที่ 8 พ.ย. 2499 และจำเลยได้พ้นโทษในคดีก่อนไปแล้วก็ตามก็ไม่เป็นเหตุให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขการเพิ่มโทษในคดีหลังได้
เมื่อศาลอ่านคำพิพากษาแล้ว ศาลนั้นจะแก้ไขคำพิพากษาเกี่ยวกับการเพิ่มโทษหาได้ไม่ เพราะไม่ใช่แก้ไขถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2502 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิผู้เช่าเมื่อสัญญาเช่าไม่ได้ทำกับเจ้าของที่ดินโดยตรง
(สร้างโรงเรือนในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริต เจ้าของที่ดินย่อมเป็นเจ้าของโรงเรือนนั้นๆ)
เช่าที่ดินเขามาเพื่อปลูกตึกแถวให้เช่าค้ากำไร แล้วสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้างให้ปลูกตึกลงบนที่ดินโดยยอมให้ผู้รับเหมานั้นเป็นผู้รับบุคคลเข้าเช่าตึกได้ เมื่อผู้เข้ามาเช่าตึกทำสัญญาเช่าตึกกับผู้รับเหมานั้นแล้ว โดยไม่ปรากฎว่าผู้เข้ามาเช่าตึกนั้นทราบว่าผู้รับเหมาและผู้เช่าที่ดินมีข้อสัญญากันว่าผู้เข้ามาเช่าตึกจะต้องทำสัญญาเช่าตึกกับผู้เช่าที่ดิน ดั่งนี้ผู้เข้ามาเช่าตึกย่อมไม่ผูกพันจะต้องทำตามนั้น และผู้เช่าที่ดินย่อมไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่เขา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2502

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิของผู้เช่าเมื่อสัญญาเช่าไม่ได้ทำกับเจ้าของที่ดิน: ผู้เช่าไม่ต้องผูกพันสัญญาหากไม่ทราบข้อตกลงระหว่างเจ้าของที่ดินและผู้รับเหมา
(สร้างโรงเรือนในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริตเจ้าของที่ดินย่อมเป็นเจ้าของโรงเรือนนั้นๆ)
เช่าที่ดินเขามาเพื่อปลูกตึกแถวให้เช่าค้ากำไร แล้วสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้างให้ปลูกตึกลงบนที่ดินโดยยอมให้ผู้รับเหมานั้นเป็นผู้รับบุคคลเข้าเช่าตึกได้เมื่อผู้เข้ามาเช่าตึกทำสัญญาเช่าตึกกับผู้รับเหมานั้นแล้ว โดยไม่ปรากฏว่าผู้เข้ามาเช่าตึกนั้นทราบว่าผู้รับเหมาและผู้เช่าที่ดินมีข้อสัญญากันว่าผู้เข้ามาเช่าตึกจะต้องทำสัญญาเช่าตึกกับผู้เช่าที่ดินดังนี้ ผู้เข้ามาเช่าตึกย่อมไม่ผูกพันจะต้องทำตามนั้น และผู้เช่าที่ดินย่อมไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่เขา
of 62 ⏮ ◀ ▶ ⏭