ผลการค้นหาตามปี "2491" (935 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 478/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับใช้ราคาข้าว: พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคยังใช้ได้ แม้มี พ.ร.บ.การค้าข้าว เหตุราคาข้าวใหม่ยังไม่ออก
ขายข้าวสารเกินราคากว่าที่คณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯลฯ กำหนดไว้ แม้จะเป็นเวลาที่พระราชบัญญัติการค้าข้าว 2489 ประกาศใช้แล้วแต่คณะกรรมการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว 2489 ยังหาได้ประกาศกำหนดราคาข้าว ทั้งยังมิได้ยกเลิกราคาข้าวเดิมจึงต้องอาศัยราคาข้าวที่คณะกรรมการตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯ กำหนดไว้เมื่อขายเกินราคาก็ต้องมีผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 477/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีซ้ำโดยอัยยการคนละคน แม้มีอำนาจฟ้อง แต่เมื่อฟ้องคดีเดิมไปแล้ว ถือเป็นการฟ้องซ้ำมิได้
+พนักงานอัยยการจังหวัด+อธิบดีกรมอัยการ+ตั้งขึ้นเป็นพิเศษฉะเพาะ+โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ.2478 มาตรา 20(1) +จำเลยหาว่ากระทำ+อาญาไว้ต่อศาล+เกิดเหตุ อัยยการ+ศาลนั้น จะยื่นฟ้อง+นี้ในความผิดฐาน+ซ้ำขึ้นอีกไม่ได้ เพราะ+คดีก่อนและคดีที่+ก็เป็นอัยยการด้วย+ต้องถือว่าเป็นโจทก์+กัน
+ศาลฎีกาตัดสินไม่รับ+ตามศาลล่างเพราะเป็นกรณีที่+ฟ้องซ้ำเข้ามาอีก ศาลฎีกา+จำหน่ายคดีสำหรับจำเลย+รับสำเนาฎีกา.
+ศาลฎีกาตัดสินไม่รับ+ตามศาลล่างเพราะเป็นกรณีที่+ฟ้องซ้ำเข้ามาอีก ศาลฎีกา+จำหน่ายคดีสำหรับจำเลย+รับสำเนาฎีกา.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 477/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องซ้ำโดยอัยการคนละคน ศาลฎีกาตัดสินว่ายังถือเป็นการฟ้องซ้ำ
พนักงานอัยการจังหวัดอื่นซึ่งอธิบดีกรมอัยการได้แต่งตั้งขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะเรื่อง โดยอาศัยอำนาจตาม พระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ.2478 มาตรา 20(1) ได้ยื่นฟ้องจำเลยหาว่ากระทำผิดในทางอาญา ไว้ต่อศาลท้องที่ที่เกิดเหตุแล้วอัยการประจำศาลนั้น จะยื่นฟ้องจำเลยคนนี้ในความผิดฐานเดียวกันซ้ำขึ้นอีกไม่ได้ เพราะโจทก์ในคดีก่อนและคดีที่ฟ้องใหม่ก็เป็นอัยการด้วยกัน จึงต้องถือว่าเป็นโจทก์คนเดียวกัน
แม้ศาลฎีกาตัดสินไม่รับฟ้องยืนตามศาลล่างเพราะเป็นกรณีที่โจทก์ยื่นฟ้องซ้ำเข้ามาอีก ศาลฎีกาก็คงให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ไม่ได้รับสำเนาฎีกา
แม้ศาลฎีกาตัดสินไม่รับฟ้องยืนตามศาลล่างเพราะเป็นกรณีที่โจทก์ยื่นฟ้องซ้ำเข้ามาอีก ศาลฎีกาก็คงให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ไม่ได้รับสำเนาฎีกา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 474/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พฤติการณ์แสดงสันดานผู้ร้ายและการลงโทษกักกัน
พฤติการณ์ที่ถือว่าจำเลยมีสันดานเป็นผู้ร้าย
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 2 ปี 4 เดือนและลงโทษกักกันอีก 3 ปีศาลอุทธรณ์แก้ให้ยกโทษกักกันเสียดังนี้ โจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงในเรื่องกักกันได้
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 2 ปี 4 เดือนและลงโทษกักกันอีก 3 ปีศาลอุทธรณ์แก้ให้ยกโทษกักกันเสียดังนี้ โจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงในเรื่องกักกันได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 474/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาโทษกักกันจากพฤติกรรมเดิมของผู้ต้องโทษซ้ำ
พฤตติการณ์ที่ถือว่าจำเลยมีสันดานเป็นผู้ร้าย
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุจำเลย 2 ปี 4 เดือน และลงโทษกักกันอีก 3 ปี ศาลอุทธรณ์แก้ให้ยกโทษกักกันเสียดังนี้ โจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงในเรื่องกักกันได้.
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุจำเลย 2 ปี 4 เดือน และลงโทษกักกันอีก 3 ปี ศาลอุทธรณ์แก้ให้ยกโทษกักกันเสียดังนี้ โจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงในเรื่องกักกันได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 473/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำโดยประมาทและการขาดเจตนาทำร้ายในคดีทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
สามีเอากรรไกรคีบหมากขว้างไปที่ประตูโดยหวังจะหยอกล้อภรรยากรรไกรถูกประตูแล้ว กระดอนมาถูกภรรยามีบาดเจ็บถึงตายดังนี้ ถือว่าสามีไม่มีเจตนาจะทำร้ายภรรยา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำให้คนตายโดยไม่เจตนา เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะทำร้ายร่างกายผู้ตายหากจะเป็นผิดก็แต่เรื่องฐานกระทำให้คนตายโดยประมาทข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความจึงต่างกับที่โจทก์ฟ้องลงโทษจำเลยไม่ได้
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำให้คนตายโดยไม่เจตนา เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะทำร้ายร่างกายผู้ตายหากจะเป็นผิดก็แต่เรื่องฐานกระทำให้คนตายโดยประมาทข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความจึงต่างกับที่โจทก์ฟ้องลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 473/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำโดยประมาทและการไม่มีเจตนาทำร้าย: การพิจารณาความผิดฐานทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
สามีเอากรรไกรคีบหมากขว้างไปที่ประตูโดยหวังจะหยอกล้อภรรยา กรรไกรถูกประตูแล้วกระดอนมาถูกภรรยามีบาดเจ็บถึงตาย ดังนี้ ถือว่าสามีไม่มีเจตนาจะทำร้ายภรรยา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำให้คนตายโดยไม่เจตนา เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะทำร้ายร่างกายผู้ตาย หากจะเป็นผิดก็แต่เรื่องฐานกระทำให้คนตายโดยประมาท ข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความถึงต่างกับโจทก์ฟ้อง ลงโทษจำเลยไม่ได้
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำให้คนตายโดยไม่เจตนา เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะทำร้ายร่างกายผู้ตาย หากจะเป็นผิดก็แต่เรื่องฐานกระทำให้คนตายโดยประมาท ข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความถึงต่างกับโจทก์ฟ้อง ลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 47/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การให้ทรัพย์แก่นิติบุคคลที่ยังไม่ได้จดทะเบียน: ความสมบูรณ์ของนิติกรรม
การให้ทรัพย์แก่สมาคมที่ตั้งขึ้นโดยมิได้จดทะเบียนตามกฎหมายนั้นไม่สมบูรณ์ เพราะมีแต่ผู้ให้ ไม่มีบุคคลผู้รับ เนื่องจากสมาคมนั้นไม่ใช่นิติบุคคล ผู้ให้จึงฟ้องเรียกคืนเงินที่ให้ได้
โจทก์ฟ้องว่าได้มอบเงินให้จำเลยในฐานะนายกสมาคมเพื่อนำไปฝากคลัง ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เงินนั้น แต่ได้ความตามข้อเท็จจริงที่รับกันว่าโจทก์ได้ให้เงินจำนวนนั้นแก่สมาคมและรับกันต่อไปว่า สมาคมนั้นมิได้จดทะเบียนตามกฎหมายดังนี้ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าการให้ทรัพย์แก่สมาคมที่มิได้จดทะเบียนจะเป็นการสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ ฉะนั้นการที่ศาลวินิจฉัยว่า การให้ไม่สมบูรณ์ และพิพากษาให้โจทก์เป็นเจ้าของเงินรายพิพาท จึงเป็นคำชี้ขาดในประเด็นและชอบด้วยกฎหมาย
โจทก์ฟ้องว่าได้มอบเงินให้จำเลยในฐานะนายกสมาคมเพื่อนำไปฝากคลัง ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เงินนั้น แต่ได้ความตามข้อเท็จจริงที่รับกันว่าโจทก์ได้ให้เงินจำนวนนั้นแก่สมาคมและรับกันต่อไปว่า สมาคมนั้นมิได้จดทะเบียนตามกฎหมายดังนี้ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าการให้ทรัพย์แก่สมาคมที่มิได้จดทะเบียนจะเป็นการสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ ฉะนั้นการที่ศาลวินิจฉัยว่า การให้ไม่สมบูรณ์ และพิพากษาให้โจทก์เป็นเจ้าของเงินรายพิพาท จึงเป็นคำชี้ขาดในประเด็นและชอบด้วยกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 47/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การให้เงินแก่สมาคมที่มิได้จดทะเบียน: สิทธิในทรัพย์สินยังคงอยู่ของผู้ให้
การให้ทรัพย์แก่สมาคมที่ตั้งขึ้นโดยมิได้จดทะเบียนตาม ก.ม. นั้นไม่สมบูรณ์ เพราะมีแต่ผู้ให้ ไม่มีบุคคลผู้รับเนื่องจากสมาคมนั้นไม่ใช่นิติบุคคลผู้ให้จึงฟ้องเรียกคืนเงินที่ให้ได้
โจทก์ฟ้องว่าได้มอบเงินให้จำเลยในฐานะนายกสมาคมเพื่อนำไปฝากคลัง ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิเงินนั้น แต่ได้ความตามข้อเท็จจจริงที่รับกันว่าโจทก์ได้ให้เงินจำนวนนั้นแก่สมาคมและรับกันต่อไปว่า สมาคมนั้นมิได้จดทะเบียนตามกฎหมายดังนี้ ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าการให้ทรัพย์แก่สมาคมที่มิได้จดทะเบียนจะเป็นการสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ ฉะนั้นการที่ศาลวินิจฉัยว่า การให้ไม่สมบูรณ์ และพิพากษาให้โจทก์เป็นเจ้าของเงินรายพิพาท จึงเป็นคำชี้ขาดในประเด็นและชอบด้วยกฎหมาย.
โจทก์ฟ้องว่าได้มอบเงินให้จำเลยในฐานะนายกสมาคมเพื่อนำไปฝากคลัง ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิเงินนั้น แต่ได้ความตามข้อเท็จจจริงที่รับกันว่าโจทก์ได้ให้เงินจำนวนนั้นแก่สมาคมและรับกันต่อไปว่า สมาคมนั้นมิได้จดทะเบียนตามกฎหมายดังนี้ ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าการให้ทรัพย์แก่สมาคมที่มิได้จดทะเบียนจะเป็นการสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ ฉะนั้นการที่ศาลวินิจฉัยว่า การให้ไม่สมบูรณ์ และพิพากษาให้โจทก์เป็นเจ้าของเงินรายพิพาท จึงเป็นคำชี้ขาดในประเด็นและชอบด้วยกฎหมาย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 468/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์การประกาศกฎหมายป่าไม้: โจทก์ต้องแสดงหลักฐานการติดประกาศเพื่อให้ประชาชนทราบ
ในคดีที่ฟ้องหาว่า จำเลยกระทำผิดพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 โจทก์จะต้องบรรยายในฟ้องให้ปรากฏด้วยว่าได้มีการคัดสำเนาพระราชกฤษฎีกา หรือประกาศรัฐมนตรีซึ่งกำหนดขึ้น ตามบทแห่ง พ.ร.บ.นี้ไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการกำนัน หรือที่สาธารณสถานในท้องที่ซึ่งเกี่ยวข้องแล้ว ถ้าในฟ้องมิได้กล่าวไว้ทั้งตามท้องสำนวนก็ไม่ได้ความตามที่ พ.ร.บ.กำหนดไว้ แม้จำเลยรับสารภาพ ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้