ผลการค้นหาตามปี "2495" (625 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1486/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบุกรุกที่พิพากษายกฟ้องเนื่องจากเป็นข้อพิพาทเรื่องสัญญาเช่าและสิทธิในทางแพ่ง
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยบุกรุกห้องเช่าที่ผู้เสียหายเช่ามา ขอให้ลงโทษฐานบุกรุกทางอาญา เมื่อผู้เสียหายแถลงรับว่าจำเลยเป็นภรรยาผู้ให้เช่าและเป็นผู้ดูแลสถานที่ ที่ผู้เสียหายเช่าอยู่ ผู้เสียหายว่าได้เช่าหนึ่งคูหาครึ่ง จำเลยว่าเช่าเพียงหนึ่งคูหา ดังนี้ แม้จะให้สืบพยานต่อไปและได้ความว่า ผู้เสียหายได้เช่าหนึ่งคูหาครึ่ง มิใช่หนึ่งคูหา ดังที่จำเลยกล่าวก็เป็นเรื่องฝ่ายจำเลยมิได้ปฏิบัติตามสัญญาเช่า อันเป็นกรณีแพ่งนั่นเอง ศาลจึงพิพากษายกฟ้องเสียได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1484/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความครอบครองปรปักษ์: ที่ดินบ้านเรือนและที่ดินมือเปล่ามีระยะเวลาต่างกัน
การขาดอายุความในฐานขาดการครอบครองเกิน 1 ปีตาม ป.ม.แพ่งๆมาตรา 1375 นั้น ใช้สำหรับที่ดินมือเปล่าที่มิใช่เป็นที่บ้านที่สวน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1484/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความครอบครองที่ดิน: ที่ดินมือเปล่า vs. ที่มีสิ่งปลูกสร้าง
การขาดอายุความในฐานขาดการครอบครองเกิน 1 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 นั้น ใช้สำหรับที่ดินมือเปล่าที่มิใช่เป็นที่บ้านที่สวน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 148/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำเรื่องสินสมรสและมรดก แม้ทรัพย์ต่างกัน หากประเด็นและเหตุวินิจฉัยเดิมเป็นอย่างเดียวกัน ถือเป็นฟ้องที่ต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง
โจทก์เคยฟ้องเรียกทรัพย์มรดกของสามีผู้วายชนม์จากจำเลย จนศาลได้พิพากษาให้แบ่งสินสมรสและแบ่งปันมรดกไปแล้ว แม้ทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องขึ้นใหม่ในคดีใหม่ในคดีใหม่เป็นทรัพย์คนละอย่างกับคดีก่อนแต่ก็เป็นเรื่องเรียกทรัพย์จากจำเลยมาแบ่งเป็นสินสมรส และแบ่งมรดกเช่นเดียวกัน อันเรียกได้ว่าเป็นประเด็นเดียวกับคดีก่อน ซึ่งได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน จึงเป็นฟ้องที่ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 148 แม้โจทก์ได้ขอสงวนสิทธิไว้ในคดีก่อน แต่ศาลก็มิได้พิพากษาว่าไม่ตัดสิทธิจะฟ้องร้องว่ากล่าว หรือนัยหนึ่งไม่ได้ให้สิทธิโจทก์ที่จะฟ้องร้องใหม่ได้ จึงไม่ทำให้โจทก์กลับมีอำนาจฟ้องคดีใหม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 148/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำประเด็นเดียวกัน: การฟ้องเรียกทรัพย์มรดกซ้ำ แม้เป็นทรัพย์ต่างกัน ย่อมเป็นฟ้องที่ต้องห้าม
โจทก์เคยฟ้องเรียกทรัพย์มรดกของสามีผู้วายชนม์จากจำเลยจนศาลได้พิพากษาให้แบ่งสินสมรสและแบ่งปันมรดกไปแล้วแม้ทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องขึ้นใหม่ในคดีใหม่เป็นทรัพย์คนละอย่างกับคดีก่อนแต่ก็เป็นเรื่องเรียกทรัพย์จากจำเลยมาแบ่งเป็นสินสมรส และแบ่งมรดกเช่นเดียวกันอันเรียกได้ว่าเป็นประเด็นเดียวกับคดีก่อน ซึ่งได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน จึงเป็นฟ้องที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 แม้โจทก์ได้ขอสงวนสิทธิไว้ในคดีก่อน แต่ศาลก็มิได้พิพากษาว่าไม่ตัดสิทธิจะฟ้องร้องว่ากล่าวหรือนัยหนึ่งไม่ได้ให้สิทธิโจทก์ที่จะฟ้องร้องใหม่ได้ จึงไม่ทำให้โจทก์กลับมีอำนาจฟ้องคดีใหม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1479/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชำระราคาไถ่ถอนการขายฝากไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ ผู้ซื้อต้องรับการชำระจากผู้แทนโจทก์
การชำระราคาไถ่ถอนการขายฝากนั้น กฏหมายไม่ได้บังคับว่าต้องทำเป็นหนังสือ ฉะนั้นเมื่อผู้ขายฝากมอบหมายให้ผู้อื่น เป็นผู้แทนนำเงินมาชำระราคาไถ่ถอน ฝ่ายผู้ซื้อไม่ยอมรับ ต้องฟังว่าฝ่ายผู้ซื้อเป็นฝ่ายผิดสัญญา ผู้ขายฝากมีสิทธิฟ้องขอให้บังคับให้ผู้ซื้อรับการไถ่ถนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1479/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไถ่ถอนขายฝากไม่ต้องทำเป็นหนังสือ ผู้ซื้อผิดสัญญาเมื่อไม่รับเงินจากผู้รับมอบอำนาจ
การชำระราคาไถ่ถอนการขายฝากนั้น กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องทำเป็นหนังสือ ฉะนั้นเมื่อผู้ขายฝากมอบหมายให้ผู้อื่น เป็นผู้แทนนำเงินมาชำระราคาไถ่ถอน ฝ่ายผู้ซื้อไม่ยอมรับโดยอ้างเพียงว่าไม่มีใบมอบฉันทะเท่านั้นต้องฟังว่าฝ่ายผู้ซื้อเป็นฝ่ายผิดสัญญา ผู้ขายฝากมีสิทธิฟ้องขอให้บังคับให้ผู้ซื้อรับการไถ่ถอนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1465/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การผ่อนผันการเช่าและการฟ้องขับไล่เมื่อครบกำหนดผัด การชำระค่าเช่าเพิ่มเป็นค่าทดแทน
ผู้ให้เช่าได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าๆให้เข้าอยู่ในห้องเช่าเองได้จึงบอกเลิกการเช่าแก่ผู้เช่า ผู้เช่าขอผัดกำหนดออกจากห้องเช่าต่อไป แม้ในระหว่างเวลาขอผัด ผู้เช่าจะตกลงให้ค่าเช่าเพิ่มขึ้นจากอัตราธรรมดา และผู้ให้เช่าตกลงก็ตามก็ไม่ถือว่าเป็นการเช่ากันโดยคิดอัตราค่าเช่าใหม่ แต่คงถือได้ว่าเป็นการผ่อนผันชั่วคราวเท่านั้นและค่าเช่าที่ชำระเพิ่มก็ถือได้ว่าเป็นเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้ให้เช่า ที่ผ่อนผันแก่ผู้เช่า ฉะนั้นเมื่อครบกำหนดผัดแล้ว ผู้เช่าไม่ยอมออกจากที่เช่า ผู้ให้เช่าย่อมฟ้องขับไล่ผู้เช่า โดยอาศัยมติคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า ฯลฯ ที่อนุญาตไว้นั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1465/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบอกเลิกสัญญาเช่าและการผัดขยายเวลาเช่า ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นระหว่างผัดขยายเวลาถือเป็นค่าทดแทน
ผู้ให้เช่าได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าฯ ให้เข้าอยู่ในห้องเช่าเองได้จึงบอกเลิกการเช่าแก่ผู้เช่า ผู้เช่าขอผัดกำหนดออกจากห้องเช่าต่อไป แม้ในระหว่างเวลาขอผัด ผู้เช่าจะตกลงให้ค่าเช่าเพิ่มขึ้นจากอัตราธรรมดาและผู้ให้เช่าตกลงก็ตาม ก็ไม่ถือว่าเป็นการเช่ากันโดยคิดอัตราค่าเช่าใหม่ แต่คงถือได้ว่าเป็นการผ่อนผันชั่วคราวเท่านั้นและค่าเช่าที่ชำระเพิ่มก็ถือได้ว่าเป็นเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้ให้เช่า ที่ผ่อนผันแก่ผู้เช่าฉะนั้นเมื่อครบกำหนดผัดแล้ว ผู้เช่าไม่ยอมออกจากที่เช่า ผู้ให้เช่าย่อมฟ้องขับไล่ผู้เช่า โดยอาศัยมติคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าฯลฯ ที่อนุญาตไว้นั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1464/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลสั่งพิจารณาคดีฝ่ายเดียวหลังจำเลยขาดนัดและโจทก์มิได้ร้องขอจำหน่ายคดีภายใน 15 วัน
เรื่องจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์มิได้ยื่นคำร้องให้นัดพิจารณาภายใน 15 วัน นั้นตามบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 198 เพียงแต่บัญญัติให้อำนาจศาลที่จะสั่งจำหน่ายคดีเมื่อพ้น 15 วันได้ฉะนั้นศาลย่อมมีอำนาจที่จะสั่งให้ดำเนินการพิจารณาฝ่ายเดียวได้ เมื่อโจทก์ร้องขอ แม้จะเป็นเวลาภายหลัง 15 วันในเมื่อศาลยังมิได้สั่งจำหน่ายคดีนั้น