Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2513 — หน้า 44

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2513" (785 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1698/2513

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิ่มโทษอาญาตามกระทงความผิด แม้ไม่เข้าเกณฑ์มาตรา 93 ก็เพิ่มโทษตามมาตรา 92 ได้
เมื่อศาลพิพากษาเรียงกระทงลงโทษและความผิดแต่ละกระทงที่ลงโทษเข้าเกณฑ์ที่จะเพิ่มโทษได้ ย่อมเพิ่มโทษได้ทุกกระทงความผิดที่ลงโทษนั้น
โจทก์ขอให้เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93เมื่อไม่เข้าเกณฑ์ที่จะเพิ่มโทษตามมาตรา 93 แต่เข้าเกณฑ์เพิ่มโทษตามมาตรา 92 ได้ ศาลย่อมเพิ่มโทษตามมาตรา 92 ซึ่งเป็นบทที่เบากว่าให้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1690/2513

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวและการใช้สิทธิป้องกันตัวเมื่อถูกทำร้ายด้วยอาวุธ การกระทำพอสมควรแก่เหตุ
เมื่อผู้ตายเป็นฝ่ายก่อเหตุวิ่งไปเอาขวานมาฟันจำเลยถึงบ้านจำเลย2 ที ถูกพื้นกระดาน 1 ที ถูกศีรษะจำเลย 1 ที จำเลยย่อมมีสิทธิจะป้องกันชีวิตของตนได้ และจำเลยมิได้กระโดดลงมาจากบ้านเข้าต่อสู้กับผู้ตายที่พื้นดินหน้าบ้าน จึงไม่มีเหตุที่จะถือว่าจำเลยสมัครใจวิวาทกับผู้ตาย การที่จำเลยแทงภายหลังที่ผู้ตายใช้ขวานฟันถึง 2 ครั้งในเวลามืดค่ำ มีแต่แสงตะเกียงในบ้านจำเลย และต่างคนมึนเมาสุราด้วยกัน โดยไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน พฤติการณ์เหล่านี้ถือได้ว่าจำเลยกระทำพอสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1690/2513 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวที่สมควรแก่เหตุ: ผู้ถูกทำร้ายมีสิทธิป้องกันตนเองเมื่อถูกข่มขู่ด้วยอาวุธ
เมื่อผู้ตายเป็นฝ่ายก่อเหตุวิ่งไปเอาขวานมาฟันจำเลยถึงบ้านจำเลย2 ที ถูกพื้นกระดาน 1 ที ถูกศีรษะจำเลย 1 ที จำเลยย่อมมีสิทธิจะป้องกันชีวิตของตนได้ และจำเลยมิได้กระโดดลงมาจากบ้านเข้าต่อสู้กับผู้ตายที่พื้นดินหน้าบ้าน จึงไม่มีเหตุที่จะถือว่าจำเลยสมัครใจวิวาทกับผู้ตาย การที่จำเลยแทงภายหลังที่ผู้ตายใช้ขวานฟันถึง 2 ครั้งในเวลามืดค่ำ มีแต่แสงตะเกียงในบ้านจำเลย และต่างคนมึนเมาสุราด้วยกัน โดยไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน พฤติการณ์เหล่านี้ถือได้ว่าจำเลยกระทำพอสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1684/2513

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองปลาในหนองน้ำสาธารณะ: การขุดลอกไม่ทำให้ปลาตกเป็นของเจ้าของ
โจทก์ขุดลอกหนองน้ำสาธารณะเฉพาะบางส่วนเพื่อใช้น้ำและดักปลา โดยปลาเข้ามาในหนองในฤดูน้ำหลาก แล้วติดอยู่กับหนองส่วนที่โจทก์ขุดลอกออกไปไหนไม่ได้ในฤดูน้ำลด เช่นนี้ แม้ปลาจะออกจากหนองไม่ได้ในฤดูน้ำลด ปลาก็ยังไม่เป็นของโจทก์จำเลยจับปลาในหนอง จึงไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 32/2513)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1684/2513 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองปลาในหนองน้ำสาธารณะ: การขุดลอกไม่ทำให้ปลาเป็นของเจ้าของ
โจทก์ขุดลอกหนองน้ำสาธารณะเฉพาะบางส่วนเพื่อใช้น้ำและดักปลา โดยปลาเข้ามาในหนองในฤดูน้ำหลาก แล้วติดอยู่กับหนองส่วนที่โจทก์ขุดลอกออกไปไหนไม่ได้ในฤดูน้ำลด เช่นนี้แม้ปลาจะออกจากหนองไม่ได้ในฤดูน้ำลด ปลาก็ยังไม่เป็นของโจทก์จำเลยจับปลาในหนอง จึงไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 32/2513)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1683/2513 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดชิงทรัพย์ vs. ปล้นทรัพย์: การกระทำของจำเลยเป็นเอกเทศหรือไม่
จำเลยกับพวกอีก 3 คนร่วมกันลักโคของผู้เสียหายไป ผู้เสียหายกับชาวบ้านติดตามไปทันในระยะเวลากระชั้นชิดกันนั้นเอง พวกของจำเลยทั้ง 3 คนหลบหนีไปได้ก่อน คงเหลือแต่จำเลยผู้เดียวถูกผู้เสียหายกับชาวบ้านล้อมจับ จำเลยยิงปืนต่อสู้ขัดขวางการจับกุม และใช้ปืนตีทำร้ายผู้เสียหายจนถูกจับไว้ได้ ดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเฉพาะตัว พวกของจำเลยมิได้ร่วมประทุษร้ายหรือขู่เข็ญผู้เสียหายกับพวกด้วย จำเลยจึงมีความผิดฐานชิงทรัพย์ แต่หามีความผิดฐานปล้นทรัพย์ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1683/2513

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ชิงทรัพย์ vs. ปล้นทรัพย์: การกระทำเฉพาะตัวของผู้ต้องหา และการร่วมกระทำผิดของผู้อื่น
จำเลยกับพวกอีก 3 คนร่วมกันลักโคของผู้เสียหายไป ผู้เสียหายกับชาวบ้านติดตามไปทันในระยะเวลากระชั้นชิดกันนั้นเอง พวกของจำเลยทั้ง 3 คนหลบหนีไปได้ก่อน คงเหลือแต่จำเลยผู้เดียวถูกผู้เสียหายกับชาวบ้านล้อมจับ จำเลยยิงปืนต่อสู้ขัดขวางการจับกุม และใช้ปืนตีทำร้ายผู้เสียหายจนถูกจับไว้ได้ ดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเฉพาะตัว พวกของจำเลยมิได้ร่วมประทุษร้ายหรือขู่เข็ญผู้เสียหายกับพวกด้วย จำเลยจึงมีความผิดฐานชิงทรัพย์ แต่หามีความผิดฐานปล้นทรัพย์ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 168/2513

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อตกลงคุ้มครองประโยชน์ทรัพย์มรดกจนคดีถึงที่สุด ศาลต้องเคารพ
ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้ง ท. ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการทรัพย์มรดกที่พิพาทได้จนกว่าคดีจะถึงที่สุดตามที่คู่ความตกลงกัน เว้นแต่ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 การที่คู่ความตกลงกันให้มีการคุ้มครองประโยชน์จนกว่าคดีจะถึงที่สุดนั้น ไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายแต่ประการใด ข้อตกลงจึงใช้ได้จะนำบทบัญญัติมาตรา 260 มาใช้บังคับให้เป็นการขัดแย้งกับข้อตกลงของคู่ความไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 168/2513 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อตกลงการจัดการทรัพย์มรดกจนคดีถึงที่สุด: ศาลเคารพข้อตกลงของคู่ความเหนือบทบัญญัติมาตรา 260
ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้ง ท. ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการทรัพย์มรดกที่พิพาทได้จนกว่าจะคดีจะถึงที่สุดตามที่คู่ความตกลงกัน เว้นแต่ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 การที่คู่ความตกลงกันให้มีการคุ้มครองประโยชน์จนกว่าคดีจะถึงที่สุดนั้น ไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายแต่ประการใด ข้อตกลงจึงใช้ได้ จะนำบทบัญญัติมาตรา 260 มาใช้บังคับให้เป็นการขัดแย้งกับข้อตกลงของคู่ความไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1676/2513

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองปรปักษ์ต้องแสดงเจตนาเปลี่ยนการยึดถือที่ชัดเจน แม้ครอบครองเกิน 10 ปี
ผู้ยึดถือที่ดินมีโฉนดไว้แทนเจ้าของเกิน 10 ปีแล้ว แต่เพิ่งแสดงเจตนาเปลี่ยนการยึดถือเมื่อราว 2 ปีมานี้ ย่อมไม่อาจอ้างว่าได้กรรมสิทธิ์โดยทางครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382
of 79 ⏮ ◀ ▶ ⏭