ผลการค้นหาตามปี "2490" (684 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 446/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เมื่อมี พ.ร.ฎ.ให้เลือกตั้งใหม่แล้ว ศาลไม่ต้องวินิจฉัยการเลือกตั้งเดิม
การร้องคัดค้านการเลือกตั้งเพื่อให้ศาลฎีกาสั่งเลือกตั้งในเขตต์นั้นใหม่ ถ้ามี พ.ร.ฎ. ให้มีการเลือกตั้งในเขตต์นั้นแล้ว ศาลไม่ต้องชี้ขาดในประเด็นที่ว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนจะเป็นโดยชอบหรือไม่กรณีเช่นนี้ศาลต้องยกคำร้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 446/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเลือกตั้งใหม่: ศาลไม่ต้องชี้ขาดความชอบด้วยกฎหมายหากมีพระราชกฤษฎีกา
การร้องคัดค้านการเลือกตั้งก็เพื่อให้ศาลฎีกาสั่งเลือกตั้งในเขตนั้นใหม่ ถ้ามี พระราชกฤษฎีกา ให้มีการเลือกตั้งในเขตนั้นแล้วศาลไม่ต้องชี้ขาดในประเด็นที่ว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนจะเป็นโดยชอบหรือไม่กรณีเช่นนี้ศาลต้องยกคำร้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขอทุเลาการบังคับยึดทรัพย์หลังศาลยกฟ้อง และการขออนุญาตยึดทรัพย์ชั่วคราวก่อนคำพิพากษา ต้องมีการไต่สวน
เมื่อศาลพิพากษาคดี และสั่งให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดไว้ชั่วคราวก่อนคำพิพากษาแล้ว โจทก์จะขอทุเลาการบังคับขอให้ยึดทรัพย์จำเลยไว้ต่อไปในระหว่างอุทธรณ์ไม่ได้
คำร้องขอให้ยึดทรัพย์ชั่วคราว อาจยื่นได้ในกระบวนพิจารณาชั้นอุทธรณ์ก่อนศาลอุทธรณ์พิพากษา
เมื่อมีคำร้องขอให้ยึดทรัพย์ชั่วคราว ศาลต้องไต่สวนก่อนมีคำสั่งอนุญาตจะสั่งอนุญาตไปทีเดียวโดยไม่มีการไต่สวนย่อมไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา
ในกรณีที่จะขอให้ศาลยึดทรัพย์ชั่วคราวก่อนคำพิพากษาในเหตุฉุกเฉินนั้นโจทก์จะต้องยื่นคำร้องแสดงให้เห็นว่าคดีมีเหตุฉุกเฉินขอให้ศาลสั่งเป็นกรณีฉุกเฉินด้วย
คำร้องขอให้ยึดทรัพย์ชั่วคราว อาจยื่นได้ในกระบวนพิจารณาชั้นอุทธรณ์ก่อนศาลอุทธรณ์พิพากษา
เมื่อมีคำร้องขอให้ยึดทรัพย์ชั่วคราว ศาลต้องไต่สวนก่อนมีคำสั่งอนุญาตจะสั่งอนุญาตไปทีเดียวโดยไม่มีการไต่สวนย่อมไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา
ในกรณีที่จะขอให้ศาลยึดทรัพย์ชั่วคราวก่อนคำพิพากษาในเหตุฉุกเฉินนั้นโจทก์จะต้องยื่นคำร้องแสดงให้เห็นว่าคดีมีเหตุฉุกเฉินขอให้ศาลสั่งเป็นกรณีฉุกเฉินด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 443/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องอาญาต้องระบุรายละเอียดข้อหาชัดเจน หากไม่ส่งเอกสารสำคัญประกอบการฟ้อง ถือเป็นฟ้องเคลือบคลุม
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยปลอมหนังสือรวม 43 ฉะบับ แต่มิได้ส่งสำเนาให้จำเลย และมิได้ระบุรายละเอียดว่า ฉะบับไหนใครทำ และทำเมื่อใด แม้โจทก์จะได้ระบุไว้ในฟ้องว่า จะส่งเอกสารในวันพิจารณาก็ดี แต่เมื่อจำเลยคัดค้านโจทก์ก็ยังยืนยันตามฟ้องเดิมไม่ส่งเอกสารเพิ่มเติมดังนี้ ต้องถือว่าเป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 443/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องอาญาต้องระบุรายละเอียดเอกสารที่ถูกกล่าวหา หากไม่ส่งเอกสารประกอบการฟ้อง แม้ศาลเสนอให้ส่ง ก็ถือเป็นฟ้องเคลือบคลุม
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยปลอมหนังสือรวม 43 ฉบับ แต่มิได้ส่งสำเนาให้จำเลย และมิได้ระบุรายละเอียดว่าฉบับไหนใครทำ และทำเมื่อใดแม้โจทก์จะได้ระบุไว้ในฟ้องว่า จะส่งเอกสารในวันพิจารณาก็ดี แต่เมื่อจำเลยคัดค้านโจทก์ก็ยังยืนยันตามฟ้องเดิมไม่ส่งเอกสารเพิ่มเติมดังนี้ ต้องถือว่าเป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 440/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในที่ดินร่วมกัน, ฟ้องแย้ง, การห้ามซักค้านพยาน: ศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นการฟ้องแย้งสิทธิในที่ดินและอำนาจศาลในการควบคุมการซักถามพยาน
โจทก์ฟ้องเรียกโฉนดคืนจากจำเลย จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยมีสิทธิ์ในที่พิพาทนั้นกึ่งหนึ่ง และโจทก์ให้โฉนดมาพร้อมกับใบมอบฉันทะเพื่อแบ่งให้จำเลย เมื่อโจทก์กลับใจเรียกโฉนดคืน ดังนี้จำเลยย่อมฟ้องแย้งขอให้ศาลแบ่งที่ดินให้จำเลยมาในคำให้การด้วยได้ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกัน
เมื่อศาลชั้นต้นบันทึกเรื่องทนายโจทก์ถามพะยานซ้ำซากจึงสั่งให้งด ทนายโจทก์มิได้คัดค้าน หรือยื่นคำแถลงคัดค้านไว้ ภายหลังทนายโจทก์จะมาคัดค้านว่า เป็นเรื่องศาลชั้นต้นห้ามทนายถามพะยานนั้น ย่อมฟังไม่ขึ้น
เมื่อศาลชั้นต้นบันทึกเรื่องทนายโจทก์ถามพะยานซ้ำซากจึงสั่งให้งด ทนายโจทก์มิได้คัดค้าน หรือยื่นคำแถลงคัดค้านไว้ ภายหลังทนายโจทก์จะมาคัดค้านว่า เป็นเรื่องศาลชั้นต้นห้ามทนายถามพะยานนั้น ย่อมฟังไม่ขึ้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 440/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องแย้งเรื่องสิทธิในที่ดิน และการจำกัดการซักค้านพยานต้องเป็นไปตามขั้นตอน
โจทก์ฟ้องเรียกโฉนดคืนจากจำเลย จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยมีสิทธิในที่พิพาทนั้นกึ่งหนึ่ง และโจทก์ให้โฉนดมาพร้อมกับใบมอบฉันทะเพื่อแบ่งให้จำเลย เมื่อโจทก์กลับใจเรียกโฉนดคืน ดังนี้จำเลยย่อมฟ้องแย้งขอให้ศาลแบ่งที่ดินให้จำเลยมาในคำให้การด้วยได้ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกัน
เมื่อศาลชั้นต้นบันทึกเรื่องทนายโจทก์ถามพยานซ้ำซาก จึงสั่งให้งดทนายโจทก์ก็มิได้คัดค้าน หรือยื่นคำแถลงคัดค้านไว้ ภายหลังทนายโจทก์จะมาคัดค้านว่า เป็นเรื่องศาลชั้นต้นห้ามทนายถามพยานนั้น ย่อมฟังไม่ขึ้น
เมื่อศาลชั้นต้นบันทึกเรื่องทนายโจทก์ถามพยานซ้ำซาก จึงสั่งให้งดทนายโจทก์ก็มิได้คัดค้าน หรือยื่นคำแถลงคัดค้านไว้ ภายหลังทนายโจทก์จะมาคัดค้านว่า เป็นเรื่องศาลชั้นต้นห้ามทนายถามพยานนั้น ย่อมฟังไม่ขึ้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 437/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเล่นการพนันยิงเป้ากับล้อหมุน: พยานหลักฐานไม่เพียงพอต่อการพิสูจน์ความผิด
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเล่นการพนันไม้หมุนทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้รับอนุญาตให้เล่นการพนันประเภทยิงเป้า ถ้าไม่เล่นโดยวิธีหมุนเป้าก็ไม่ผิดที่ผิดเพราะหมุนเป้าให้คนเล่นยิง แต่ผู้ชำนาญการพิเศษของโจทก์ว่าเล่นการพนันยิงเป้ากับล้อหมุนไม่สำคัญที่หมุนเป้าหรือไม่และพยานโจทก์อีกคนหนึ่งเบิกความว่าเห็นจำเลยยิงเป้าเท่านั้น ดังนี้พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอรับฟังว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 437/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเล่นการพะนันยิงเป้ากับล้อหมุน: ความผิดฐานเล่นการพะนัน
พฤติการณ์ที่ถือว่าคดีไม่พอลงโทษฐานเล่นการพะนันล้อหมุน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 436/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้คำรับสารภาพของจำเลยประกอบพยานหลักฐานที่ไม่สมบูรณ์ในคดีอาญา ศาลฎีกาตัดสินให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ได้
โจทก์ฟ้องคดีอาญาอ้างบทลงโทษเกินกว่าสิบปี และโทษเบารวมกันมา จำเลยให้การรับสารภาพ โจทก์สืบพะยานประกอบในข้อหาอุกฉกรรจ์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิด ศาลก็ลงโทษในข้อหาฐานเมาได้ แม้คำพะยานโจทก์ในข้อหานี้จะไม่มีน้ำหนักก็ตาม เพราะจำเลยให้การรับสารภาพแล้ว ไม่มีกฎหมายบังคับให้สืบพะยานประกอบ เช่น ข้อหาอุกฉกรรจ์