ผลการค้นหาตามปี "2491" (935 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 461/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าหน้าที่ยักยอกทรัพย์ของรัฐที่ได้รับมอบหมายในการปฏิบัติหน้าที่
นายอำเภอได้ตั้งให้สัสดีอำเภอ และปลัดอำเภอเป็นกรรมการไปรับผ้าของกระทรวงพาณิชย์จากจังหวัด เพื่อนำส่งอำเภอจัดการปันส่วนให้แก่ชาวนานั้น เป็นการแต่งตั้งให้ไปทำงานโดยชอบตามหน้าที่ราชการ เมื่อผู้ที่ได้รับแต่งตั้งไปกระทำผิดในหน้าที่ ซึ่งตนได้รับมอบ คือยักยอกเอาผ้าที่ไปรับมาจำนวนหนึ่งไว้ เช่นนี้ต้องมีผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 131
(อ้างฎีกาที่ 533/2485)
ศาลชั้นต้นลงโทษตาม ม.319(3) ให้จำคุก 8 เดือน ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษตาม ม.131 ให้จำคุก 5 ปี เป็นแก้มาก ฎีกาข้อเท็จจริงได้
(อ้างฎีกาที่ 533/2485)
ศาลชั้นต้นลงโทษตาม ม.319(3) ให้จำคุก 8 เดือน ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษตาม ม.131 ให้จำคุก 5 ปี เป็นแก้มาก ฎีกาข้อเท็จจริงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 460/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำผิดตามประกาศของเจ้าพนักงาน ผู้กระทำต้องทราบประกาศนั้นเสียก่อน จึงจะถือว่าผิด
ประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ออกโดยอาศัยอำนาจในพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯ นั้น เป็นแต่เพียงคำสั่งของเจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติการตาม กฎหมายเท่านั้นหาใช่เป็นกฎหมายหรือส่วนหนึ่งของกฎหมายอย่างใดไม่ ฉะนั้นการที่จะเอาผิดแก่ผู้ที่ไม่กระทำตามคำสั่ง จะต้องได้ความว่าผู้ที่ไม่กระทำตามได้ทราบคำสั่งนั้นหรือมีพฤติการณ์ให้เห็นว่าได้ทราบคำสั่งนั้นแล้ว
แม้ตามบทบัญญัติ มาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคฯลฯ 2488 จะไม่มีข้อความว่าผู้ที่จะต้องรับโทษตามกฎหมายบทนี้ จะต้องทราบประกาศหรือคำสั่งของคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่นั้นแล้วก็ดี แต่กฎหมายบทนี้ บัญญัติให้ลงโทษผู้ฝ่าฝืนประกาศหรือคำสั่งนั้นคำว่าฝ่าฝืน ต้องหมายความว่าได้ทราบแล้วยังฝ่าฝืน ผู้ที่ยังไม่ทราบจะเรียกฝ่าฝืนไม่ได้
แม้ตามบทบัญญัติ มาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคฯลฯ 2488 จะไม่มีข้อความว่าผู้ที่จะต้องรับโทษตามกฎหมายบทนี้ จะต้องทราบประกาศหรือคำสั่งของคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่นั้นแล้วก็ดี แต่กฎหมายบทนี้ บัญญัติให้ลงโทษผู้ฝ่าฝืนประกาศหรือคำสั่งนั้นคำว่าฝ่าฝืน ต้องหมายความว่าได้ทราบแล้วยังฝ่าฝืน ผู้ที่ยังไม่ทราบจะเรียกฝ่าฝืนไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 460/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำผิดตามประกาศเจ้าหน้าที่ต้องพิสูจน์ได้ว่าผู้กระทำทราบประกาศนั้นก่อน
ประกาศของพนักงาน+ที่ออกโดยอาศัยอำนาจใน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯ เป็นแต่เพียงคำสั่งของพนักงานผู้ปฏิบัติการตาม ก.ม. + หาใช่ไม่เป็น ก.ม.หรือส่วน +ก.ม.อย่างใดไม่ ฉะนั้นการที่จะเอาผิดแก่ผู้ที่ไม่กระทำตาม + จะต้องได้ความว่าผู้ที่ไม่กระทำ+ทราบคำสั่งนั้นหรือมีพฤตติการณ์+ว่าได้ทราบคำสั่งนั้นแล้ว
+ตามบทบัญญัติมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯ +จะไม่มีข้อความว่าผู้ที่จะต้องรับ+ ก.ม.บทนี้ จะต้องทราบ+หรือคำสั่งของคณะกรรมการหรือ+เจ้าหน้าที่นั่นแล้วก็ดี แต่ ก.ม.+บัญญัติให้ลงโทษผู้ฝ่าฝืนประกาศหรือ+ คำว่าฝ่าฝืน ต้องหมายความว่าได้ทราบแล้วยังฝ่าฝืน ผู้ที่ยังไม่ทราบจะเรียกว่าฝ่าฝืนไม่ได้
+ตามบทบัญญัติมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯ +จะไม่มีข้อความว่าผู้ที่จะต้องรับ+ ก.ม.บทนี้ จะต้องทราบ+หรือคำสั่งของคณะกรรมการหรือ+เจ้าหน้าที่นั่นแล้วก็ดี แต่ ก.ม.+บัญญัติให้ลงโทษผู้ฝ่าฝืนประกาศหรือ+ คำว่าฝ่าฝืน ต้องหมายความว่าได้ทราบแล้วยังฝ่าฝืน ผู้ที่ยังไม่ทราบจะเรียกว่าฝ่าฝืนไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 456-458/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิในที่ดิน: การหักล้างโฉนดด้วยการครอบครองปรปักษ์ และสิทธิของเจ้าหนี้สามัญ
+หนี้สามัญ มิได้มีบุริมสิทธิ+ทรัพย์สินเฉพาะสิ่งของ+ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับชำระ+ทรัพย์สินของลูกหนี้ +ยึดที่ดินโฉนดมีชื่อ จำเลย+ลูกหนี้เป็นเจ้าของร่วมกับ+เพื่อขายทอดตลาดเอาเงิน+นี้ ผู้ที่มิได้ชื่อในโฉนดแต่ได้+ที่แปลงนั้นบางส่วนมากเกิน+ โดยทางปรปักษ์แล้ว มีสิทธิร้องขัดได้+ เพราะเจ้าหนี้สามัญหาได้อยู่ในฐานะ+ภายนอกดังที่บัญญัติไว้ ใน ป.พ.พ.ม. 1299 4วรรค 2 นั้นไม่ +เบียนในโฉนดที่ดินเป็นเพียง+ในเบื้องต้นให้สันนิษฐานว่า +ถือกรรมสิทธิตามโฉนดที่ดิน + เจ้าของกรรมสิทธิเท่านั้น แต่+จริงที่แท้จริงเป็นประการใดอาจ+หักล้างได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 456-458/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขัดทรัพย์จากการครอบครองปรปักษ์และสิทธิของเจ้าหนี้สามัญเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้
เจ้าหนี้สามัญ มิได้มีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินเฉพาะสิ่งของลูกหนี้ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินของลูกหนี้ เจ้าหนี้ยึดที่ดินโฉนดมีชื่อจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้เป็นเจ้าของร่วมกับบุคคลอื่นเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ผู้ที่มิได้มีชื่อในโฉนดแต่ได้ปกครองที่แปลงนั้นบางส่วนมาเกิน 10 ปีโดยทางปรปักษ์แล้ว มีสิทธิร้องขัดทรัพย์ได้ เพราะเจ้าหนี้สามัญหาได้อยู่ในฐานะบุคคลภายนอกดังที่บัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง นั้นไม่
ทะเบียนในโฉนดที่ดินเป็นเพียงหลักฐานในเบื้องต้นให้สันนิษฐานว่าผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ตามโฉนดที่ดินเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เท่านั้น แต่ข้อเท็จจริงที่แท้จริงเป็นประการใดอาจนำสืบหักล้างได้
ทะเบียนในโฉนดที่ดินเป็นเพียงหลักฐานในเบื้องต้นให้สันนิษฐานว่าผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ตามโฉนดที่ดินเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เท่านั้น แต่ข้อเท็จจริงที่แท้จริงเป็นประการใดอาจนำสืบหักล้างได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 455/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยื่นระบุพยานหลังศาลไม่อนุญาต และการตีความ 'วันสืบพยาน' ตาม ป.วิ.แพ่ง
ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับระบุพยาน เพราะไม่ยื่นก่อนกำหนดวันสืบพยาน 3 วัน คู่ความฝ่ายนั้นจึงยื่นคำร้องแถลงถึงความจำเป็นที่ไม่ได้ยื่นระบุพยานภายในกำหนด และขอให้อนุญาตให้ยื่นระบุพยานได้ดังนี้ ถือว่าเป็นการยื่นคำโต้แย้งคัดค้านตาม ป.วิ.แพ่งมาตรา 226 (2) แล้ว
วันสืบพยานตาม ป.วิ.แพ่งมาตรา 88 นั้น หมายความถึงวันสืบพยานจริง ๆ ไม่ใช่วันนัดสืบพยานแล้วไม่ได้สืบพยาน
วันสืบพยานตาม ป.วิ.แพ่งมาตรา 88 นั้น หมายความถึงวันสืบพยานจริง ๆ ไม่ใช่วันนัดสืบพยานแล้วไม่ได้สืบพยาน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 455/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยื่นระบุพยานหลังศาลไม่อนุญาต และการพิจารณาวันสืบพยานที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับระบุพยาน เพราะไม่ยื่นก่อนกำหนดวันสืบพยาน 3 วันคู่ความฝ่ายนั้นจึงยื่นคำร้องแถลงถึงความจำเป็นที่ไม่ได้ยื่นระบุพยานภายในกำหนด และขอให้อนุญาตให้ยื่นระบุพยานได้ดังนี้ ถือว่าเป็นการยื่นคำโต้แย้งคัดค้านตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา226(2) แล้ว
วันสืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88นั้นหมายความถึงวันสืบพยานจริงๆ ไม่ใช่วันนัดสืบพยานแล้วไม่ได้สืบพยาน
วันสืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88นั้นหมายความถึงวันสืบพยานจริงๆ ไม่ใช่วันนัดสืบพยานแล้วไม่ได้สืบพยาน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 454/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกั้นคันนาทำให้น้ำท่วมนาเพื่อนบ้าน แม้ยังไม่ได้ปลูกข้าวก็ถือเป็นความเสียหายฟ้องร้องได้
เจ้าของนาที่อยู่ใต้น้ำ จำต้องรับน้ำที่ไหลบ่ามาจากนาทางเหนือน้ำ ตามสภาพปกติ ถ้าไปกั้นคันนาของตนให้สูงขึ้นทำให้น้ำไหลบ่าไปไม่ได้เป็นเหตุให้นาทางเหนือน้ำน้ำท่วมและทำนาไม่ได้แล้ว เจ้าของนาทางเหนือน้ำ ก็มีสิทธิฟ้องขอให้เปิดคันนาให้น้ำไหลไปอย่างสภาพเดิมได้
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดคันนาที่จำเลยกั้นขึ้นสูงกว่าเดิม ทำให้น้ำไหลบ่าไปไม่ได้เป็นเหตุให้น้ำท่วมนาโจทก์ ทำนาไม่ได้ และทำให้ข้าวกล้าในนาที่ปักดำไว้เสียหายเรียกค่าเสียหายด้วย นั้น แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าขณะฟ้องโจทก์ยังไม่ได้ปลูกข้าวจึงไม่การเสียหายในเรื่องข้าวก็ดี ศาลก็พิพากษาให้จำเลยเปิดคันนาให้น้ำไหลไปอย่างสภาพเดิมได้
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดคันนาที่จำเลยกั้นขึ้นสูงกว่าเดิม ทำให้น้ำไหลบ่าไปไม่ได้เป็นเหตุให้น้ำท่วมนาโจทก์ ทำนาไม่ได้ และทำให้ข้าวกล้าในนาที่ปักดำไว้เสียหายเรียกค่าเสียหายด้วย นั้น แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าขณะฟ้องโจทก์ยังไม่ได้ปลูกข้าวจึงไม่การเสียหายในเรื่องข้าวก็ดี ศาลก็พิพากษาให้จำเลยเปิดคันนาให้น้ำไหลไปอย่างสภาพเดิมได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 454/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิของเจ้าของนาที่อยู่เหนือน้ำในการให้น้ำไหลผ่านนาของผู้อื่น แม้ยังไม่ได้ปลูกข้าวก็ฟ้องได้หากเกิดความเสียหายต่อการทำนา
+
เจ้าของนาที่อยู่ใต้น้ำ จำต้อง+น้ำที่ไหลบ่ามาจากนาทางเหนือ+ ตามสภาพปรกติ ถ้าไปกั้นคันนาของตนให้สูงขึ้นทำให้น้ำไหลบ่าไม่ได้ เป็นเหตุให้นาทางเหนือน้ำ ๆ ท่วมและทำนาไม่ได้แล้ว เจ้าของนาทางเหนือน้ำก็มีสิทธิฟ้องขอให้เปิดคันนาให้น้ำไหลไปอย่างสภาพเดิมได้
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดคันนาที่จำเลยกั้นขึ้นสูงกว่าเดิม ทำให้น้ำไหลบ่าไปไม่ได้ เป็นเหตุให้น้ำท่วมนาโจทก์ ทำนาไม่ได้ และทำให้ข้าวกล้าในนาที่ปักดำไว้เสียหาย เรียกค่าเสียหายด้วยนั้น แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าขณะฟ้องโจทก์ยังไม่ได้ปลูกข้าวจึงไม่การเสียหายในเรื่องข้าวก็ดี ศาลก็พิพากษาให้จำเลยเปิดคันนาให้น้ำไหลไปอย่างสภาพเดิมได้
เจ้าของนาที่อยู่ใต้น้ำ จำต้อง+น้ำที่ไหลบ่ามาจากนาทางเหนือ+ ตามสภาพปรกติ ถ้าไปกั้นคันนาของตนให้สูงขึ้นทำให้น้ำไหลบ่าไม่ได้ เป็นเหตุให้นาทางเหนือน้ำ ๆ ท่วมและทำนาไม่ได้แล้ว เจ้าของนาทางเหนือน้ำก็มีสิทธิฟ้องขอให้เปิดคันนาให้น้ำไหลไปอย่างสภาพเดิมได้
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดคันนาที่จำเลยกั้นขึ้นสูงกว่าเดิม ทำให้น้ำไหลบ่าไปไม่ได้ เป็นเหตุให้น้ำท่วมนาโจทก์ ทำนาไม่ได้ และทำให้ข้าวกล้าในนาที่ปักดำไว้เสียหาย เรียกค่าเสียหายด้วยนั้น แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าขณะฟ้องโจทก์ยังไม่ได้ปลูกข้าวจึงไม่การเสียหายในเรื่องข้าวก็ดี ศาลก็พิพากษาให้จำเลยเปิดคันนาให้น้ำไหลไปอย่างสภาพเดิมได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 453/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเริ่มนับอายุความละเมิด: การรู้ถึงการละเมิดหลังผู้กระทำละเมิดเสียชีวิต
ในคดีละเมิด โจทก์ฟ้องกล่าวว่า เพิ่งทราบการละเมิดหลังจากผู้ทำละเมิดวายชนม์ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2488 โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2489 ซึ่งอยู่ภายในกำหนด 1 ปี ดังนี้ แม้จำเลยจะให้การตัดฟ้องว่า โจทก์ฟ้องคดีเกิน 1 ปี ก็ตาม ศาลก็จำต้องพิจารณาข้อเท็จจริงต่อไป เพราะข้อที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดวันใดยังเป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องสืบ.