ผลการค้นหาตามปี "2491" (935 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 453/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเริ่มต้นระยะเวลาอายุความละเมิด: การรู้ถึงการละเมิด
ในคดีละเมิด โจทก์ฟ้องกล่าวว่า เพิ่งทราบการละเมิดหลังจากผู้ทำละเมิดวายชนม์ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2488 โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2489 ซึ่งอยู่ภายในกำหนด 1 ปี ดังนี้ แม้จำเลยจะให้การตัดฟ้องว่า โจทก์ฟ้องคดีเกิน 1 ปี ก็ตามศาลก็จำต้องพิจารณาข้อเท็จจริงต่อไป เพราะข้อที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดวันใดยังเป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องสืบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับคดีและการกักขังลูกหนี้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ ศาลมีอำนาจกักขังได้แม้ไม่มีหมายบังคับคดี
คำบังคับ คือคำสั่งแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาให้ปฎิบัติตามคำพิพากษาและกำหนดวิธีที่จะปฎิบัติไว้ พร้อมทั้งระบุระยะเวลาและเงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่จำเป็น (วิ.แพ่ง.ม.272 - 273) และ ป.วิ.แพ่ง มาตรา 273 นี้ กำหนดวิธีบังคับไว้ในตอนท้ายว่า ถ้าผู้ต้องบังคับมิได้ปฏิบัติตามคำบังคับ ผู้นั้นจะต้องถูกยึดทรัพย์หรือถูกจับหรือจำขังดังที่บัญญัติไว้ในภาค 4 ลักษณะ 2 หมวด 1 กล่าวคือ ถ้าเป็นกรณีที่จะดำเนินการทางเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ ศาลก็ออกหมายบังคับคดี (ม.275 - 276) แต่ถ้าเป็นกรณีที่ไม่ต้องดำเนินการทางเจ้าพนักงานบังคับคดี ก็ทำการจับหรือจำขังเพื่อให้ปฏิบัติตามคำบังคับได้แล้วแต่เรื่อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจาห้องเช่าพ้นกำหนดคำบังคับแล้ว จำเลยยังขัดขืนไม่ยอมออกจากห้อง ดังนี้ศาลออกหมายจับจำเลยมากักขังฐานไม่ปฎิบัติตามคำบังคับได้
ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจาห้องเช่าพ้นกำหนดคำบังคับแล้ว จำเลยยังขัดขืนไม่ยอมออกจากห้อง ดังนี้ศาลออกหมายจับจำเลยมากักขังฐานไม่ปฎิบัติตามคำบังคับได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับคดีและการกักขังลูกหนี้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ ศาลมีอำนาจกักขังได้แม้ไม่มีหมายบังคับคดี
คำบังคับ คือคำสั่งแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาและกำหนดวิธีที่จะปฏิบัติไว้พร้อมทั้งระบุระยะเวลาและเงื่อนไขอื่นๆ ตามที่จำเป็น(ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา272-273) และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 273 นี้ กำหนดวิธีบังคับไว้ในตอนท้ายว่า ถ้าผู้ต้องบังคับมิได้ปฏิบัติตามคำบังคับ ผู้นั้นจะต้องถูกยึดทรัพย์หรือถูกจับหรือจำขัง ดังที่บัญญัติไว้ในภาค 4 ลักษณะ 2 หมวด 1กล่าวคือ ถ้าเป็นกรณีที่จะดำเนินการทางเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ ศาลก็ออกหมายบังคับคดี (มาตรา 275-276) แต่ถ้าเป็นกรณีที่ไม่ต้องดำเนินการทางเจ้าพนักงานบังคับคดีก็ทำการจับหรือจำขังเพื่อให้ปฏิบัติตามคำบังคับได้แล้วแต่เรื่อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องเช่า พ้นกำหนดคำบังคับแล้ว จำเลยยังขัดขืน ไม่ยอมออกจากห้องดังนี้ศาลออกหมายจับจำเลยมากักขังฐานไม่ปฏิบัติตามคำบังคับได้
ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องเช่า พ้นกำหนดคำบังคับแล้ว จำเลยยังขัดขืน ไม่ยอมออกจากห้องดังนี้ศาลออกหมายจับจำเลยมากักขังฐานไม่ปฏิบัติตามคำบังคับได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 451/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาที่แท้จริงของสัญญา: การผัดผ่อนชำระหนี้และการใช้สิทธิโดยไม่ชอบธรรม
จำเลยทำสัญญาแบ่งขายที่ดินที่จำนองไว้ส่วนหนึ่งให้โจทก์โดยตกลงกันให้โจทก์ชำระเงินจำนวนหนึ่งกับดอกเบี้ยให้แก่ผู้รับจำนองมีเงื่อนไขว่าจะชำระดอกเบี้ยที่ค้างภายใน 6 เดือน ดอกเบี้ยต่อไปจะชำระ 2 เดือนต่อครั้ง ถ้าไม่ชำระตามสัญญาเป็นอันว่าหมดสิทธิ ต่อมาโจทก์ไปค้าต่างจังหวัด ไม่ได้ชำระดอกเบี้ยตามกำหนด แต่ทั้งนี้เพราะผู้รับจำนองยินยอมผ่อนผันการชำระดอกเบี้ย ถึงกำหนดแล้วจำเลยฉวยโอกาสในการที่โจทก์ค้างชำระดอกเบี้ยโดยรีบไปชำระแทนโจทก์ โดยมิได้บอกกล่าวให้โจทก์ทราบเสียก่อน ดังนี้จะถือว่าโจทก์ผิดนัดหมดสิทธิในที่ดินตามสัญญาไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 451/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาที่แท้จริงของสัญญา: แม้มีการค้างชำระดอกเบี้ย แต่ไม่ถือเป็นเหตุให้หมดสิทธิซื้อที่ดิน หากผู้รับจำนองยินยอมผ่อนผัน
จำเลยทำสัญญาแบ่งขายที่ดินที่จำนองไว้ส่วนหนึ่ง ให้โจทก์โดยตกลงกับให้โจทก์+เงินจำนวนหนึ่งกับดอกเบี้ยให้แก่+มีเงื่อนไขว่าจะชำระดอกเบี้ยที่ค้างภายใน 6 เดือน ดอกเบี้ยงวดต่อไปจะชำระ 2 เดือนต่อครั้ง ถ้าไม่ชำระตามสัญญาเป็นอันว่าหมดสิทธิ
โจทก์ไปค้าต่างจังหวัดไม่ได้ชำระดอกเบี้ยตามกำหนด แต่ทั้งนี้+ผู้รับจำนองยินยอมผ่อนผันการชำระดอกเบี้ย ถึงกำหนดแล้ว จำเลย +โอกาสในการที่โจทก์ค้างชำระดอกเบี้ย+ โดยรีบไปชำระแทนโจทก์ โดยมิได้บอกกล่าวให้โจทก์ทราบเสียก่อน ดังนี้จะถือว่าโจทก์+ หมดสิทธิในที่ดินตามสัญญาไม่ได้
โจทก์ไปค้าต่างจังหวัดไม่ได้ชำระดอกเบี้ยตามกำหนด แต่ทั้งนี้+ผู้รับจำนองยินยอมผ่อนผันการชำระดอกเบี้ย ถึงกำหนดแล้ว จำเลย +โอกาสในการที่โจทก์ค้างชำระดอกเบี้ย+ โดยรีบไปชำระแทนโจทก์ โดยมิได้บอกกล่าวให้โจทก์ทราบเสียก่อน ดังนี้จะถือว่าโจทก์+ หมดสิทธิในที่ดินตามสัญญาไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาทำลายทรัพย์สิน: การกระทำโดยไม่ได้เจตนา ไม่ถึงขั้นความผิดอาญา แต่เป็นการละเมิดทางแพ่ง
เดินเหยียบย่ำต้นข้าวในนาเสียหาย เพราะลงไปเที่ยวหาหนูในนานั้น หาได้มีเจตนาโดยตรงที่จะแกล้งเหยียบย่ำทำลายต้นข้าวไม่ ดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการบังอาจทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหายตามก.ม.อาญามาตรา 324 + แต่เป็นการละเมิดในทางแพ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำโดยไม่มีเจตนาทำลายทรัพย์ผู้อื่น ไม่เป็นความผิดอาญา แต่เป็นการละเมิดทางแพ่ง
เดินเหยียบย่ำต้นข้าวในนาเขาเสียหาย เพราะลงไปเที่ยวหาหนูในนานั้น หาได้มีเจตนาโดยตรงที่จะแกล้งเหยียบย่ำทำลายต้นข้าวไม่ดังนี้ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการบังอาจทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหายตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 324
หากแต่เป็นการละเมิดในทางแพ่ง
หากแต่เป็นการละเมิดในทางแพ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 442/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแต่งหนังสือตามสมมติของผู้เสียหาย ไม่ถือเป็นการปลอมแปลงเอกสาร
จำเลยทำหนังสือสัญญาให้ผู้เสียหายหนึ่งฉบับมีข้อความว่าผู้เสียหายเช่าเรือนายประเสริฐ จ่ายค่าเช่าให้นายประเสริฐแล้วครึ่งหนึ่งหกพันบาทอีกครึ่งหนึ่งจะจ่ายทีหลังท้ายหนังสือสัญญาช่องผู้ให้เช่า จำเลยลงชื่อแต่ลงชื่อว่าประเสริฐ สุวรรณรังษีไม่ใช่ชื่อที่แท้จริงของจำเลย แล้วมอบสัญญาให้ผู้เสียหายไปทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้เสียหายในการที่จะเอาสัญญานี้ไปแสดงต่อสามีขอเงินมาทำทุนการค้า ดังนี้ เป็นเพียงจำเลยแต่งหนังสือขึ้นฉบับหนึ่งอาศัยเนื้อเรื่องที่ผู้เสียหายนึกสมมุติขึ้นมิใช่เป็นการปลอมหนังสือจึงหามีความผิดฐานปลอมหนังสือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 442/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแต่งหนังสือสัญญาโดยใช้ชื่ออื่น ไม่ถือเป็นความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร
จำเลยทำหนังสือสัญญาให้ผู้เสียหายหนึ่งฉะบับ มีข้อความว่า ผู้เสียหายเช่าเรือนายประเสริฐ จ่ายค่าเช่าให้นายประเสริฐแล้วครึ่งหนึ่งหกพันบาท อีกครึ่งหนึ่งจะจ่ายทีหลัง ท้ายหนังสือสัญญาช่องผู้ให้เช่า จำเลยลงชื่อ แต่ลงชื่อว่า ประเสริฐ สุวรรณรังษี ไม่ใช่ชื่อที่แท้จริงของจำเลย แล้วมอบสัญญาให้ผู้เสียหายไป ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้เสียหายในการที่จะเอาสัญญานี้ไปแสดงต่อสามี ขอเงินมาทำทุนการค้า ดังนี้ เป็นเพียงจำเลยแต่งหนังสือขึ้นฉะบับหนึ่ง อาศัยเนื้อเรื่องที่ผู้เสียหายนึกสมมุติขึ้น มิใช่เป็นการปลอมหนังสือจึงหามีความผิดฐานปลอมหนังสือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 441/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเกิน 2500 ลิตร ถือมีความผิด แม้ไม่ขออนุญาตสถานที่เก็บ
พ.ร.บ.ด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2474 มาตรา 13 (ข) วรรคท้าย บัญญัติห้ามขาดไม่ให้เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดธรรมดา (ประเภทไม่ได้จำหน่ายขาย) มีปริมาณเกิน 2500 ลิตร
ฉะนั้นผู้ใดเก็บน้ำมันไว้เกินกว่า 2500 ลิตร แล้วก็ต้องมีผิดเสมอ โดยไม่ต้องพิจารณาถึงสถานที่เก็บว่าจะต้องขออนุญาตหรือไม่.
ฉะนั้นผู้ใดเก็บน้ำมันไว้เกินกว่า 2500 ลิตร แล้วก็ต้องมีผิดเสมอ โดยไม่ต้องพิจารณาถึงสถานที่เก็บว่าจะต้องขออนุญาตหรือไม่.