ผลการค้นหาตามปี "2497" (1001 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 221/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายเมื่อกรรมสิทธิ์เปลี่ยนมือไปแล้ว ศาลยกฟ้องเนื่องจากไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณา
โจทย์ฟ้องคดีในฐานะเป็นผู้จัดการมรดก มีคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินระหว่างผู้จัดการมรดกคนเก่ากับจำเลย และให้แก้ชื่อหลังโฉนดเป็นชื่อโจทก์ในฐานะเป็นผู้จัดการมรดก แต่ปรากฎว่าในขณะนั้นที่ดินไม่ได้เป็นของจำเลยแล้ว เพราะได้จดทะเบียนโอนต่อไปยังคนภายนอกแล้ว กรรมสิทธิที่ดินไม่ได้คงอยู่กับจำเลย อันศาลอาจพิจารณาพิพากษาให้เพิกถอนเสียได้ คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ดังกล่าวจึงไม่มีข้อที่ศาลจะพึงพิจารณาพิพากษาในเวลานั้น ศาลจึงต้องพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 214/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ที่ดินที่ได้มาขณะสมรส แม้มีชื่อภริยาแต่เป็นสินสมรส สามีมีสิทธิบอกล้างนิติกรรมยกให้ได้
ภรรยาได้ที่ดินมาโดยการยกให้ ในระหว่างที่อยู่กินเป็นสามีภริยากัน ที่ดินที่ได้มานั้นย่อมเป็นสินสมรสฉะนั้นแม้ที่ดินนั้นจะมีชื่อภริยาเป็นเจ้าของในโฉนดแต่ผู้เดียว ภริยาก็ไม่มีอำนาจเอาที่ดินนั้นไปทำนิติกรรมยกให้ผู้อื่น ถ้าขืนทำไป สามีย่อมมีสิทธิบอกล้างได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 214/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ที่ดินที่ได้มาขณะสมรสเป็นสินสมรส แม้โอนให้ภริยาเดี่ยวๆ สามีมีสิทธิบอกล้างนิติกรรมได้
ภรรยาได้ที่ดินมาโดยการยกให้ ในระหว่างที่อยู่กินเป็นสามีภริยากัน ที่ดินที่ได้มานั้นย่อมเป็นสินสมรสฉะนั้นแม้ที่ดินนั้น จะมีชื่อภริยาเป็นเจ้าของในโฉนดแต่ผู้เดียว ภริยาก็ไม่มีอำนาจเอาที่ดินนั้นไปทำนิติกรรมยกให้ผู้อื่น ถ้าขืนทำไป สามีย่อมมีสิทธิบอกล้างได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตกลงประนีประนอมเรื่องมรดกต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือจึงจะบังคับคดีได้
ทายาทไปพูดขอส่วนแบ่งมรดกกับทายาทผู้ครอบครองมรดกอยู่ทายาทผู้ครอบครองมรดกพูดรับรองว่ารอเมื่อทำศพแล้วหรือรอสร้างพระไตรปิฎกแล้วแต่ก็มิได้ตกลงกันว่าจะได้รับเท่าใดหรือได้ส่วนอย่างไรการรับรองเช่นว่านี้ถ้าถือว่าเป็นการตกลงประนีประนอมระงับข้อพิพาททรัพย์มรดกต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2109/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฆ่าโดยบันดาลโทสะ: การกระทำของผู้ตายเป็นเหตุให้จำเลยป้องกันตนเองได้
ผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุขึ้นก่อนโดยผลักจำเลยล้มและตามไปฉุดจำเลยขึ้นมา กับล้วงมีดซุยสรวมปลอกหนังแทงจำเลยทั้งปลอกหลายที และใช้ด้ามมีดเดาะศีร์ษะจำเลยโดยแรง 1 ที ตัวมีดหลุดจากปลอก จำเลยหยิบมาถือไว้ ผู้ตายเข้าไปชุลมุนกับจำเลย เมื่อจำเลยใช้มีดแทงผู้ตายไปดังนี้ ได้ชื่อว่ากระทำโดยบันดาลโทษะเพราะเหตุถูกกดขี่ข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2109/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะจากเหตุถูกทำร้ายก่อน
ผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุขึ้นก่อนโดยผลักจำเลยล้มและตามไปฉุดจำเลยขึ้นมา กับล้วงมีดซุยสรวมปลอกหนังแทงจำเลยทั้งปลอกหลายที และใช้ด้ามมีดเคาะศีรษะจำเลยโดยแรง 1 ที ตัวมีดหลุดจากปลอก จำเลยหยิบมาถือไว้ ผู้ตายเข้าไปชุลมุนกับจำเลยเมื่อจำเลยใช้มีดแทงผู้ตายไปดังนี้ได้ชื่อว่ากระทำโดยบันดาลโทสะเพราะเหตุถูกกดขี่ข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2108/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ภาระจำยอมโดยอายุความ: การฟ้องรอนสิทธิ & ประเด็นสุจริตของผู้ซื้อ
เมื่อโจทก์ใช้สิทธิทางเดินผ่านที่ดินของจำเลยมากว่า 10 ปีโจทก์ย่อมได้ทรัพย์สินอย่างหนึ่งเรียกว่า "ภาระจำยอม" บนที่ดินของจำเลยโดยทางอายุความ เมื่อยังไม่จดทะเบียนจึงเข้าข่ายบังคับของ ม.1294 วรรค 2 เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์ทรงทรัพย์สิทธิภาระจำยอมและถูกจำเลยรอบสิทธิเพียงเท่านี้ก็เป็นฟ้องที่ครบบริบูรณ์ตาม ป. วิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 แล้ว ข้อจำเลยได้รับโอนมาโดยสุจริตหรือไม่ ๆ จำเป็นต้องกล่าวเพราะเป็นประเด็นอีกข้อหนึ่งเพิ่มเติมจากข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าว ต่อเมื่อจำเลยกล่าวอ้างขึ้นก็เป็นประเด็นที่จะต้องนำสืบกันต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2108/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ภารจำยอมโดยอายุความ: การฟ้องรอนสิทธิและการพิสูจน์ความสุจริตของผู้รับโอน
เมื่อโจทก์ใช้สิทธิทางเดินผ่านที่ดินของจำเลยมากว่า30 ปี โจทก์ย่อมได้ทรัพยสิทธิอย่างหนึ่งเรียกว่า"ภาระจำยอม" บนที่ดินของจำเลยโดยทางอายุความ เมื่อยังไม่จดทะเบียนจึงเข้าข่ายบังคับของ มาตรา 1299 วรรคสองเมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์ทรงทรัพยสิทธิภาระจำยอมและถูกจำเลยรอนสิทธิ เพียงเท่านี้ก็เป็นฟ้องที่ครบบริบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา172แล้ว ข้อจำเลยได้รับโอนมาโดยสุจริตหรือไม่ไม่จำเป็นต้องกล่าวเพราะเป็นประเด็นอีกข้อหนึ่งเพิ่มเติมจากข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าว ต่อเมื่อจำเลยกล่าวอ้างขึ้นก็เป็นประเด็นที่จะต้องนำสืบกันต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2103/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผลบังคับของประกาศทางปกครองหลังข้าราชการผู้ลงนามย้าย: ประกาศยังใช้บังคับได้
แม้ข้าหลวงประจำจังหวัดผู้ลงชื่อในประกาศควบคุมฯ จะย้ายไปรับราชการที่อื่น ประกาศนั้นก็ไม่ยกเลิก ยังใช้บังคับได้อยู่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2102/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยักย้ายน้ำมันก๊าสเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจตรา เจ้าพนักงานยังสามารถควบคุมได้ ไม่เป็นความผิด
การห้ามยักย้ายตามประกาศของคณะกรรมการส่วนจังหวัดป้องกันการค้ากำไรเกินควร จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งออกประกาศโดยอาศัยอำนาจตามความใน ม.8 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร 2490 นั้นหมายถึงการห้ามยักย้ายภายในเขตอำเภอเดียวกันด้วย เพราะการนำเข้ามาในเขตห้องที่อำเภอก็ดี การนำออกจากเขตท้องที่อำเภอก็ดี ได้ประกาศห้ามอยู่แล้ว
การยักย้ายในที่นี้มิได้หมายความแต่เพียงการพาเคลื่อนที่แต่หมายถึงการยักย้ายถ่ายเทเพื่อไม่ให้เจ้าพนักงานได้ตรวจตราควบคุมเกี่ยวกับการป้องกันการค้ากำไรเกินควร เช่นเจ้าพนักงานบังคับให้แจ้งปริมาณหรือสถานที่เก็บไว้แล้วหรือรู้อยู่ว่าจะถูกบังคับเช่นว่านั้นแล้วย้ายของนั้นไปเสียดังนี้เป็นต้น
เมื่อไม่ได้ความว่าจำเลยมีเจตนาเช่นนั้นและเมื่อพาของเหล่านั้นไปยังตำบลที่อยู่ในประเทศ(ดอยมะอ่างขาง) แล้วเจ้าพนักงานก็ยังอาจตรวจตราควบคุมได้อยู่นั่นเองการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นผิดฐานฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการดังกล่าว
การยักย้ายในที่นี้มิได้หมายความแต่เพียงการพาเคลื่อนที่แต่หมายถึงการยักย้ายถ่ายเทเพื่อไม่ให้เจ้าพนักงานได้ตรวจตราควบคุมเกี่ยวกับการป้องกันการค้ากำไรเกินควร เช่นเจ้าพนักงานบังคับให้แจ้งปริมาณหรือสถานที่เก็บไว้แล้วหรือรู้อยู่ว่าจะถูกบังคับเช่นว่านั้นแล้วย้ายของนั้นไปเสียดังนี้เป็นต้น
เมื่อไม่ได้ความว่าจำเลยมีเจตนาเช่นนั้นและเมื่อพาของเหล่านั้นไปยังตำบลที่อยู่ในประเทศ(ดอยมะอ่างขาง) แล้วเจ้าพนักงานก็ยังอาจตรวจตราควบคุมได้อยู่นั่นเองการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นผิดฐานฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการดังกล่าว