Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2505 — หน้า 46

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2505" (679 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 153/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองย้อนหลัง: การกระทำก่อนมีกฎหมายไม่มีความผิด
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรไทยเมื่อ พ.ศ. 2463 โดยมิได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2493 ปรากฏว่าพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองได้ประกาศในประเทศไทย เป็นครั้งแรกใน พ.ศ. 2470 จำเลยเข้ามาในราชอาณาจักรไทย เมื่อ พ.ศ. 2493 ซึ่งยังไม่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติคนเข้าเมืองในขณะนั้น จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน การเข้ามารในราชอาณาจักรไทยของจำเลยในปี พ.ศ. 2463 เป็นการเข้าได้โดยเสรี จำเลยย่อมไม่มีความผิดตามฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความการแบ่งมรดก: ผู้ฟ้องต้องพิสูจน์การครอบครองร่วม หากพิสูจน์ไม่ได้ ฟ้องขาดอายุความ
โจทก์จำเลยเป็นทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดกซึ่งตายมาประมาณ6 ปีแล้ว โจทก์เพิ่งฟ้องขอแบ่งมรดกฝ่ายจำเลยสู้ว่าฟ้องของโจทก์ขาดอายุความ ฝ่ายโจทก์รับว่าจำเลยเป็นฝ่ายครอบครองทรัพย์มรดกอยู่แต่โจทก์อ้างว่าโจทก์ได้ครอบครองทรัพย์มรดกร่วมกับจำเลยเป็นหน้าที่ฝ่ายโจทก์จะต้องนำสืบว่าฝ่ายโจทก์ได้ครอบครองมรดกร่วมกับฝ่ายจำเลย หากโจทก์นำสืบไม่ได้ ก็ต้องถือว่าฟ้องของโจทก์ขาดอายุความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความการฟ้องแบ่งมรดก: ผู้ฟ้องต้องพิสูจน์การครอบครองร่วม หากพิสูจน์ไม่ได้ ฟ้องขาดอายุความ
โจทก์จำเลยเป็นทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดก ซึ่งตายมาประมาณ 6 ปีแล้ว โจทก์ เพิ่งฟ้องขอแบ่งมรดก ฝ่ายจำเลยสู้ว่าฟ้องของโจทก์ขาดอายุความ ฝ่ายโจทก์รับว่าจำเลยเป็นฝ่ายครอบครองทรัพย์มรดกอยู่ แต่โจทก์อ้างว่าโจทก์ได้ครอบครองทรัพย์มรดกร่วมกับจำเลย เป็นหน้าที่ฝ่ายโจทก์จะต้องนำสืบว่า ฝ่ายโจทก์ได้ครอบครองมรดกร่วมกับฝ่ายจำเลย หากโจทก์นำสืบไม่ได้ก็ต้องถือว่าฟ้องของโจทก์ขาดอายุความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1523/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำที่แสดงถึงการยอมให้ผู้อื่นทำสัญญาในนามตัวแทน แม้ไม่มีหนังสือมอบอำนาจชัดเจน ก็อาจสร้างผลผูกพันตามกฎหมายได้
การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นช่างปรับเครื่องยนต์อยู่ในอู่ของจำเลยที่ 2 ได้ลงชื่อในสัญญารับจ้างซ่อมรถของโจทก์ในฐานเป็นผู้จัดการอู่ของจำเลยที่ 2 โดยแสดงหนังสือมอบอำนาจของจำเลยที่ 2 ต่อโจทก์ด้วยนั้น แม้จะปรากฎว่าลายเซ็นในหนังสือมอบอำนาจไม่ใช่ของจำเลยที่ 2 ก็ตาม หากปรากฎว่าจำเลยที่ 2 ได้ทราบถึงการออกหนังสือมอบอำนาจนั้น และบุตรของจำเลยที่ 2 ซึ่งรูปการแสดงว่าเป็นผู้จัดการอู่ให้จำเลยที่ 2 ก็ได้เห็นจำเลยที่ 1 แสดงหนังสือนี้ต่อโจทก์ แต่ก็มิได้ท้วงติงอย่างใด ดังนี้ เห็นได้ว่า การที่จำเลยที่ 1 สามารถทำสัญญาในนามของอู่ได้ ก็โดยความรู้เห็นเป็นใจของจำเลยที่ 2 และบุตร ถือว่าจำเลยที่ 2 ได้เชิดจำเลยที่ 1 หรือยอมให้จำเลยที่ 1 เชิดตัวเองว่าเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1523/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำโดยความรู้เห็นเป็นใจของเจ้าของอู่ ถือเป็นการเชิดตัวแทน แม้หนังสือมอบอำนาจจะพิรุธ
การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นช่างปรับเครื่องยนต์อยู่ในอู่ของจำเลยที่ 2 ได้ลงชื่อในสัญญารับจ้างซ่อมรถของโจทก์ในฐานเป็นผู้จัดการอู่ของจำเลยที่ 2 โดยแสดงหนังสือมอบอำนาจของจำเลยที่ 2 ต่อโจทก์ด้วยนั้น แม้จะปรากฏว่าลายเซ็นในหนังสือมอบอำนาจไม่ใช่ของจำเลยที่ 2 ก็ตาม หากปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้ทราบถึงการออกหนังสือมอบอำนาจนั้นและบุตรของจำเลยที่ 2 ซึ่งรูปการแสดงว่าเป็นผู้จัดการอู่ให้ จำเลยที่ 2 ก็ได้เห็นจำเลยที่ 1 แสดงหนังสือนี้ต่อโจทก์ แต่ก็มิได้ท้วงติงอย่างใด ดังนี้ เห็นได้ว่า การที่จำเลยที่ 1 สามารถทำสัญญาในนามของอู่ได้ก็โดยความรู้เห็นเป็นใจของจำเลยที่ 2 และบุตร ถือว่าจำเลยที่ 2 ได้เชิดจำเลยที่ 1 หรือยอมให้จำเลยที่1 เชิดตัวเองว่าเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 151/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดทางอาญาเจ้าของสัตว์ดุ ปล่อยปละละเลยให้สัตว์ทำอันตรายผู้อื่น
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 377 แบ่งสัตว์ไว้เป็น 2 พวกคำว่า 'สัตว์ร้ายหมายความว่าโดยธรรมชาติของสัตว์นั้นเองเป็นสัตว์ที่มีนิสัยทั้งดุและร้ายกาจเป็นปกติอยู่ในตัวและเป็นสัตว์ที่เป็นภัยอันตรายอันน่าสพึงกลัวต่อบุคคลผู้ได้พบเห็นเช่นเสือจรเข้ หรืองูพิษเป็นต้นส่วนคำว่า 'สัตว์ดุ' หมายความว่า โดยธรรมชาติของสัตว์นั้นเองมิใช่สัตว์ร้าย แต่อาจเป็นสัตว์ดุซึ่งเจ้าของจะต้องมีการควบคุมดูแลเป็นพิเศษผิดจากปกติธรรมดา โดยล่ามโซ่หรือขังกรงไว้ เช่น สุนัข เป็นต้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 151/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดทางอาญาจากการปล่อยสุนัขทำอันตรายต่อทรัพย์สินของผู้อื่น
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 377 แบ่งสัตว์ได้เป็น 2 จำพวก คำว่า สัตว์ร้าย หมายความว่า โดยธรรมชาติของสัตว์นั้นเองเป็นสัตว์ที่มีนิสัยทั้งดุและร้ายกาจเป็นปกติอยู่ในตัว และเป็นสัตว์ที่เป็นภัยอันตรายอันน่าสพึงกลัวต่อบุคคลผู้ได้พบเห็น เช่น เสือ จรเข้หรืองูพิษเป็นต้น ส่วนคำว่า สัตว์ดุ หมายความว่า โดยธรรมชาติของสัตว์นั้นเองมิใช่สัตว์ร้าย แต่อาจะเป็นสัตว์ดุซึ่งเจ้าของจะต้องมีการควบคุมดูแลเป็นพิเศษ ผิดจากปกติธรรมดา โดยล่ามโซ่หรือขังกรงไว้ เช่น สุนักข์ เป็นต้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 150/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง: การโต้แย้งเจตนาทุจริตและอำนาจฟ้องร้องในคดีเช็ค
จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่มีเจตนาทุจริตออกเช็คจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คและกล่าวถึงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่แสดงว่า โจทก์ร่วมไม่มีอำนาจที่จะร้องทุกข์ดำเนินคดีได้ ฎีกาดังกล่าวเป็นการอ้างอิงพยานหลักฐานว่าควรจะฟังพยานหลักฐานดังที่จำเลยชี้แจงฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1502/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารและยกกรรมสิทธิ์ให้เจ้าของที่ดิน: สิทธิเช่าจนครบกำหนด
สัญญาซึ่งจำเลยตกลงเช่าที่ดินของโจทก์เพื่อปลูกสร้างอาคารทำการค้าและให้เช่า เมื่อครบ 20 ปีแล้ว ให้อาคารตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์นั้นเป็นสัญญาต่างตอบแทน มิใช่สัญญาเช่าธรรมดา ฉะนั้น เมื่อจำเลยปลูกสร้างอาคารตามสัญญาแล้ว จำเลยก็มีสิทธิจะได้เช่าที่ดินของโจทก์ต่อไปจนครบ 20 ปีตามที่ได้ตกลงกันไว้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1501/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การละเลยใช้สิทธิไถ่ถอนตามสัญญาขายฝาก และผลกระทบต่อการฟ้องขอไถ่ถอนเมื่อพ้นกำหนด
โจทก์ทำสัญญาขายฝากที่ดินไว้กับจำเลยมีกำหนดไถ่ถอนภายใน 1 ปี และมีข้อตกลงกันโดยจำเลยยินยอมให้โจทก์ต่อสัญญาขายฝากใหม่และจะเพิ่มเงินให้ด้วย แต่ที่ยังไม่ไปทำสัญญากันใหม่เพราะจำเลยป่วย เช่นนี้ โจทก์จะมาฟ้องขอไถ่เมื่อพ้นกำหนด 1 ปีโดยถือว่าจำเลย โดยถือว่าจำเลยผิดสัญญาหรือใช้สิทธิโดยไม่สุจริตไม่ได้
of 68 ⏮ ◀ ▶ ⏭