Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2514 — หน้า 46

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2514" (815 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1821-1822/2514 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตการยกฟ้องจำเลยร่วม: การป้องกันตัวเป็นเหตุเฉพาะตัว ไม่ขยายผลถึงจำเลยอื่น
ความผิดฐานทำร้ายร่างกายซึ่งศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยทุกคนสมัครใจวิวาททำร้ายซึ่งกันและกันนั้น แม้จำเลยเพียงบางคนเท่านั้นอุทธรณ์ แต่ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่มิได้อุทธรณ์กระทำโดยป้องกันอันเป็นเหตุยกเว้นความผิด ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจวินิจฉัยไปถึงจำเลยที่มิได้อุทธรณ์นั้น แล้วยกฟ้องโจทก์เฉพาะตัวจำเลยที่มิได้อุทธรณ์นั้นได้ โดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 ไม่ใช่เหตุลักษณะคดีตามมาตรา 213
จำเลยผู้ร่วมกระทำผิดย่อมไม่อยู่ในฐานะผู้เสียหายย่อมไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยอื่น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1821-1822/2514

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตการยกฟ้องจำเลยร่วม กรณีจำเลยผู้ถูกกล่าวหาป้องกันตนเอง
ความผิดฐานทำร้ายร่างกายซึ่งศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยทุกคนสมัครใจวิวาททำร้ายซึ่งกันและกันนั้น แม้จำเลยเพียงบางคนเท่านั้นอุทธรณ์ แต่ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่มิได้อุทธรณ์กระทำโดยป้องกันอันเป็นเหตุยกเว้นความผิด ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจวินิจฉัยไปถึงจำเลยที่มิได้อุทธรณ์นั้น แล้วยกฟ้องโจทก์เฉพาะตัวจำเลยที่มิได้อุทธรณ์นั้นได้ โดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 ไม่ใช่เหตุลักษณะคดีตามมาตรา 213
จำเลยผู้ร่วมกระทำผิดย่อมไม่อยู่ในฐานะผู้เสียหายย่อมไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยอื่น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1818/2514 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดทางอาญาจากการยิงปืนในที่สาธารณะแม้มีอาการมึนเมา แต่การเสพสุราเป็นความสมัครใจ
จำเลยเมาสุราแล้วยิงปืนเข้าไปในฝูงชนโดยมิได้คำนึงว่ากระสุนปืนจะไปถูกใครเข้า จำเลยย่อมเล็งเห็นผลที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำของตน จำเลยจะอ้างความมึนเมาเป็นเหตุยกเว้นโทษไม่ได้เพราะจำเลยเสพสุราโดยมิได้ถูกขืนใจให้เสพหรือเสพโดยไม่รู้ว่าเป็นของมึนเมา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1818/2514

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดทางอาญาจากการยิงปืนในที่สาธารณะโดยประมาทและความมึนเมาสุรา
จำเลยเมาสุราแล้วยิงปืนเข้าไปในฝูงชนโดยมิได้คำนึงว่ากระสุนปืนจะไปถูกใครเข้า จำเลยย่อมเล็งเห็นผลที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำของตน จำเลยจะอ้างความมึนเมาเป็นเหตุยกเว้นโทษไม่ได้เพราะจำเลยเสพสุราโดยมิได้ถูกขืนใจให้เสพหรือเสพโดยไม่รู้ว่าเป็นของมึนเมา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2514

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัว: การกระทำเพื่อสกัดกั้นการทำร้ายจากผู้ที่อายุและรูปร่างใหญ่กว่า ถือเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ
ผู้ตายไม่พอใจจำเลยที่จำเลยยั่วเย้าผู้ตายในการเล่นมอญซ่อนผ้าจึงได้ต่อว่าจำเลยและเตะจำเลย 1 ทีก่อน แล้วชักเหล็กแหลมยาว 1 คืบวิ่งไล่ทำร้ายจำเลยซึ่งมีอายุ 17 ปีและรูปร่างเล็กกว่าผู้ตาย จำเลยเอี้ยวตัวหลบแล้วใช้มีดพกปลายแหลมยาว 1 คืบแทงผู้ตายเพื่อสกัดกั้นมิให้ผู้ตายทำร้ายจำเลยไป 1 ที ถูกราวนมซ้ายใต้รักแร้ทะลุเข้าภายในช่องอกแล้ววิ่งหนีไป ดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตนพอสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2514 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัว: การใช้กำลังเพื่อสกัดกั้นการประทุษร้ายจากผู้ที่ร่างกายแข็งแรงกว่า
ผู้ตายไม่พอใจจำเลยที่จำเลยยั่วเย้าผู้ตายในการเล่นมอญซ่อนผ้าจึงได้ต่อว่าจำเลยและเตะจำเลย 1 ทีก่อน แล้วชักเหล็กแหลมยาว 1 คืบ วิ่งไล่ทำร้ายจำเลยซึ่งมีอายุ 17 ปี และรูปร่างเล็กกว่าผู้ตาย จำเลยเอี้ยวตัวหลบแล้วใช้มีดพกปลายแหลมยาว 1 คืบแทงผู้ตายเพื่อสกัดกั้นมิให้ผู้ตายทำร้ายจำเลยไป 1 ที ถูกราวนมซ้ายใต้รักแร้ทะลุเข้าภายในช่องอกแล้ววิ่งหนีไป ดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตนพอสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1812/2514

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาการออกเช็ค: ชำระหนี้หรือประกันการกู้ยืม? ศาลฎีกาตัดสินคดีเช็คไม่มีเงิน
จำเลยยืมเงินโจทก์ร่วมแล้วออกเช็คให้ไว้โดยตกลงกันว่า เมื่อเช็คถึงกำหนดให้โจทก์ร่วมไปขึ้นเงินเป็นการชำระหนี้เงินยืม อันเป็นการแสดงเจตนาจะใช้เช็คนั้น เป็นการชำระหนี้มิใช่เพื่อประกันเงินกู้ ดังนี้ เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยย่อมมีความผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1802/2514

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ตัวการร่วมฆ่า: เจตนาและความร่วมมือในการกระทำผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่า
ผู้ตายกับพวกผู้เสียหายนั่งรถยนต์มาด้วยกัน ผู้เสียหายคนหนึ่งขับรถยนต์นั้นแซงรถจักรยานยนต์ของจำเลยทั้งสองแล้วเฉี่ยวรถของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์ไล่กวดรถยนต์ดังกล่าว โบกมือให้รถยนต์หยุด เมื่อรถยนต์หยุดแล้วจำเลยที่ 2 ยืนขวางหน้ารถยนต์ไว้ไม่ให้แล่นต่อไป จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์ตามไปทันและได้ใช้ปืนยิงผู้ตายกับพวกผู้เสียหายซึ่งอยู่ในรถยนต์ เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายและพวกผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสองคน เมื่อยิงแล้วจำเลยทั้งสองได้ขับรถจักรยานยนต์หนีไปทางเดียวกัน เมื่อตำรวจเรียกให้หยุด ก็ไม่ยอมหยุด ดังนี้ จำเลยที่ 2 เป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1802/2514 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ตัวการร่วม ฆ่าและพยายามฆ่า: เจตนาและความร่วมมือในการกระทำความผิด
ผู้ตายกับพวกผู้เสียหายนั่งรถยนต์มาด้วยกัน ผู้เสียหายคนหนึ่งขับรถยนต์นั้นแซงรถจักรยานยนต์ของจำเลยทั้งสองแล้วเฉี่ยวรถของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์ไล่กวดรถยนต์ดังกล่าวโบกมือให้รถยนต์หยุด เมื่อรถยนต์หยุดแล้วจำเลยที่ 2 ยืนขวางหน้ารถยนต์ไว้ไม่ให้แล่นต่อไป จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์ตามไปทันและได้ใช้ปืนยิงผู้ตายกับพวกผู้เสียหายซึ่งอยู่ในรถยนต์เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายและพวกผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสองคน เมื่อยิงแล้วจำเลยทั้งสองได้ขับรถจักรยานยนต์หนีไปทางเดียวกัน เมื่อตำรวจเรียกให้หยุดก็ไม่ยอมหยุด ดังนี้ จำเลยที่ 2 เป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1785/2514

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง: การงดสืบพยานเมื่อผู้ร้องมิได้อ้างเหตุตึกมิใช่ส่วนควบ
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าที่ดินกับตึกพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องได้ครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นส่วนสัดตลอดเวลา มิใช่ของจำเลยที่ 2 มิได้ยกขึ้นอ้างว่าตึกพิพาทไม่เป็นส่วนควบหรือปลูกขึ้นอย่างไรที่จะไม่เป็นส่วนควบของที่ดินรายนี้ จึงไม่มีประเด็นที่จะสืบหรือที่ศาลจะวินิจฉัยในข้อหลังนี้
ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีไม่จำเป็นต้องสืบพยานต่อไป ย่อมสั่งงดแล้ววินิจฉัยคดีไปได้
of 82 ⏮ ◀ ▶ ⏭