Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2500 — หน้า 47

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2500" (862 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1710/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรมซื้อขายที่ดิน: การเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญาวางมัดจำและผลกระทบต่อการรับฟังพยานหลักฐาน
พฤติการณ์ที่นับว่าเป็นเรื่องสำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรม
เมื่อสัญญาวางเงินมัดจำปรากฏชัดแจ้งว่าการซื้อขายที่ดินตกลงราคากัน 40,000 บาท โจทก์ได้วางเงินมัดจำให้จำเลยรับไปในวันทำสัญญา 30,000 บาท จำเลยจะอ้างและนำพยานบุคคลมาสืบว่าได้รับเงินไปในวันทำสัญญาเพียง 5,000 บาท ย่อมเป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญาวางเงินมัดจำที่จำเลยทำให้โจทก์ยึดถือไว้ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94
ในคดีฟ้องขอให้แสดงว่าสัญญาซื้อขายที่ดินเป็นโมฆะโดยอ้างว่าสำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรม เมื่อจำเลยมิได้โต้เถียงในเรื่องความประมาทเลินเล่อฯ ไว้ในคำให้การ ก็ไม่มีประเด็นที่ศาลจะพึงรับพิจารณาวินิจฉัยให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1709/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องซื้อขายที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง การเปลี่ยนแปลงฐานสัญญาต้องยกขึ้นกล่าวอ้างตั้งแต่แรก
การที่ผู้ซื้อทรัพย์พิพาทจากจำเลยยอมให้โจทก์ชำระหนี้ค่าซื้อทรัพย์ที่ผู้ซื้อยังค้างชำระแก่จำเลยแทนผู้ซื้อดังนี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องการซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลย เพราะโจทก์ไม่ใช่ผู้ซื้อ(โดยตรง) จึงไม่มีมูลหนี้ระหว่างโจทก์และจำเลย(ผู้ขาย) อันจะเป็นเหตุให้โจทก์เรียกให้ใช้เงิน(ที่ชำระแทนผู้ซื้อ)
เมื่อฟ้องตั้งรูปคดีว่าเป็นการซื้อขายโดยตรงระหว่างโจทก์จำเลย และมิได้โต้แย้งว่าเป็นเรื่องแปลงหนี้ใหม่มาจากบุคคลอื่น แต่ในชั้นฎีกาคัดค้านขึ้นมาว่าเป็นเรื่องแปลงหนี้โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ เป็นการนอกประเด็น เพราะมิได้กล่าวไว้ในฟ้อง และมิได้เป็นข้อโต้แย้งมาแต่ต้น ศาลฎีกาจึงรับวินิจฉัยให้ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1709/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องซื้อขายคลาดเคลื่อน: โจทก์ชำระหนี้แทนผู้ซื้อ มิใช่ผู้ซื้อโดยตรง สัญญาซื้อขายจึงไม่ผูกพัน
การที่ผู้ซื้อทรัพย์พิพาทจากจำเลยยอมให้โจทก์ชำระหนี้ค่าซื้อทรัพย์ที่ผู้ซื้อยังค้างชำระแก่จำเลยแทนผู้ซื้อดังนี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องการซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลย เพราะโจทก์ไม่ใช่ผู้ซื้อ(โดยตรง) จึงไม่มีมูลหนี้ระหว่างโจทก์และจำเลย(ผู้ขาย)อันจะเป็นเหตุให้โจทก์เรียกให้ใช้เงิน (ที่ชำระแทนผู้ซื้อ)
เมื่อฟ้องตั้งรูปคดีว่าเป็นการซื้อขายโดยตรงระหว่างโจทก์จำเลย และมิได้โต้แย้งว่าเป็นเรื่องแปลงหนี้ใหม่มาจากบุคคลอื่น แต่ในชั้นฎีกาคัดค้านขึ้นมาว่าเป็นเรื่องแปลงหนี้โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ เป็นการนอกประเด็นเพราะมิได้กล่าวไว้ในฟ้อง และมิได้เป็นข้อโต้แย้งมาแต่ต้น ศาลฎีกาจึงรับวินิจฉัยให้ไม่ได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1708/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขยายเวลาวางค่าธรรมเนียมอุทธรณ์: ศาลพิจารณาเจตนาจำเลยและประโยชน์แห่งความยุติธรรม
จำเลยอุทธรณ์โดยมิได้วางเงินค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ศาลชั้นต้นก็ได้รับอุทธรณ์ไว้โดยจำเลยไม่มีเจตนาที่จะไม่วางเงินนั้น และต่อมาก็ได้นำมาวางแล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ ศาลฎีกาถือว่าศาลได้ขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมให้แล้วให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1707/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขยายเวลาวางค่าฤชาธรรมเนียม: ศาลมีอำนาจขยายเวลาได้ตาม ป.วิ.แพ่ง ม.23 แม้โจทก์ขอทุเลาการบังคับ
โจทก์ยื่นอุทธรณ์และขอทุเลาการบังคับคดีในเรื่องค่าธรรมเนียมและค่าทนายความที่จะต้องใช้แทนจำเลย ศาลชั้นต้นสั่งรับเป็นฟ้องอุทธรณ์แล้ว ต่อมาอีก 4 เดือนเศษโจทก์จึงนำเงินค่าธรรมเนียมและค่าทนายมาวางศาล เช่นนี้ ศาลอุทธรณ์ไม่ควรยกอุทธรณ์ของโจทก์เสียทีเดียวเพราะตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 23 ศาลมีอำนาจขยายเวลาวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่จะต้องใช้แทนอีกฝ่ายหนึ่งได้ และตามพฤติการณ์แห่งคดี ศาลเห็นสมควรขยายเวลาให้ได้ ทั้งโจทก์ก็ได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายมาวางศาลแล้วด้วย กรณีเช่นนี้ให้ศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1707/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขยายเวลาวางค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความ: ศาลมีอำนาจขยายเวลาได้ตามความเหมาะสมของคดี
โจทก์ยื่นอุทธรณ์และขอทุเลาการบังคับคดีในเรื่องค่าธรรมเนียมและค่าทนายความที่จะต้องใช้แทนจำเลย ศาลชั้นต้นสั่งรับเป็นฟ้องอุทธรณ์แล้ว ต่อมาอีก 4 เดือนเศษโจทก์จึงนำเงินค่าธรรมเนียมและค่าทนายมาวางศาล เช่นนี้ ศาลอุทธรณ์ไม่ควรยกอุทธรณ์ของโจทก์เสียทีเดียว เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ศาลมีอำนาจขยายเวลาวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่จะต้องใช้แทนอีกฝ่ายหนึ่งได้ และตามพฤติการณ์แห่งคดี ศาลเห็นสมควรขยายเวลาให้ได้ ทั้งโจทก์ก็ได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายมาวางศาลแล้วด้วย กรณีเช่นนี้ให้ศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1706/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การวางค่าฤชาธรรมเนียมในการอุทธรณ์ ศาลมีอำนาจขยายเวลาได้ แม้ผู้ถูกอุทธรณ์มิได้คัดค้าน
การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฟ้องอุทธรณ์โดยผู้อุทธรณ์มิได้วางค่าฤชาธรรมเนียมที่จะต้องใช้แทนอีกฝ่ายหนึ่งพร้อมฟ้องอุทธรณ์เป็นการไม่ชอบนั้น ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่ได้ขัดขืน ศาลอุทธรณ์ก็ชอบที่จะขยายเวลาวางเงินดั่งกล่าวให้ ไม่ควรจะยกอุทธรณ์เสียทีเดียว.
(ประชุมใหญ่)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1706/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การวางค่าฤชาธรรมเนียมในการอุทธรณ์ หากศาลชั้นต้นรับฟ้องโดยมิได้วางค่าธรรมเนียม จำเลยไม่ขัดขืน ศาลอุทธรณ์มีอำนาจขยายเวลาได้
การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฟ้องอุทธรณ์โดยผู้อุทธรณ์มิได้วางค่าฤชาธรรมเนียมที่จะต้องใช้แทนอีกฝ่ายหนึ่งพร้อมฟ้องอุทธรณ์เป็นการไม่ชอบนั้น ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่ได้ขัดขืน ศาลอุทธรณ์ก็ชอบที่จะขยายเวลาวางเงินดังกล่าวให้ ไม่ควรจะยกอุทธรณ์เสียทีเดียว (ประชุมใหญ่)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1704/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเปลี่ยนแปลงการใช้สถานที่จากที่อยู่อาศัยเป็นที่ทำการค้า ทำให้ไม่ได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
เดิมจำเลยเช่าห้องพิพาทของโจทก์เป็นที่อยู่อาศัย และจำเลยก็ได้อยู่อาศัยตลอดมา แต่ต่อมาจำเลยได้เอาห้องพิพาทให้ผู้อื่นเช่าช่วงทำการค้าโดยจำเลยได้รับประโยชน์จากผู้เช่าช่วงมากมาย ทั้งห้องพิพาทก็เป็นตึกแถวอยู่ในทำเลการค้า และแม้จำเลยยังคงพักพิงอาศัยอยู่ในห้องพิพาทตลอดมา ก็ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่า จำเลยได้เปลี่ยนการใช้ห้องพิพาทให้เป็นสถานที่ทำการค้าไปเสียแล้ว ห้องพิพาทจึงไม่เป็นเคหะซึ่งจำเลยจะได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯต่อไปได้ และเมื่อเช่นนี้ การที่จำเลยยังคงพักพิงอาศัยอยู่ในห้องพิพาทตลอดมาก็ดีข้อที่ว่าจำเลยให้เช่าช่วงไปโดยได้รับความยินยอมจากผู้แทนของโจทก์ก็ดี หาเป็นข้อสำคัญที่จะทำให้ห้องพิพาทคงเป็นเคหะตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ อยู่ต่อไปไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1704/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเปลี่ยนสภาพห้องเช่าจากที่อยู่อาศัยเป็นที่ทำการค้า ทำให้ไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
เดิมจำเลยเช่าห้องพิพาทของโจทก์เป็นที่อยู่อาศัย และจำเลยก็ได้อยู่อาศัยตลอดมาแต่ต่อมาจำเลยได้เอาห้องพิพาทให้ผู้อื่นเช่าช่วงทำการค้าโดยจำเลยได้รับประโยชน์จากผู้เช่าช่วงมากมาย ทั้งห้องพิพาทก็เป็นตึกแถวอยู่ในทำเลการค้าและแม้จำเลยยังคงพักพิงอาศัยอยู่ในห้องพิพาทตลอดมา ก็ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่า จำเลยได้เปลี่ยนการใช้ห้องพิพาทให้เป็นสถานที่ทำการค้าไปเสียแล้ว ห้องพิพาทจึงไม่เป็นเคหะซึ่งจำเลยจะได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯต่อไปได้ และเมื่อเช่นนี้ การที่จำเลยยังคงพักพิงอาศัยอยู่ในห้องพิพาทตลอดมาก็ดี ข้อที่ว่าจำเลยให้เช่าช่วงไปโดยได้รับความยินยอมจากผู้แทนของโจทก์ก็ดี หาเป็นข้อสำคัญที่จะทำให้ห้องพิพาทคงเป็นเคหะตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ อยู่ต่อไปไม่.
of 87 ⏮ ◀ ▶ ⏭