ผลการค้นหาตามปี "2496" (727 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1471/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เขตโรงงานสุรา: การขนย้ายสุราภายในโรงงานไม่ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สุรา
ความผิดตาม พระราชบัญญัติสุรา 2493 มาตรา 7 ที่ว่า " ผู้ใดรับใบอนุญาตทำสุราฯต้องเสียภาษีสำหรับสุราที่ทำได้ โดยปิดแสตมป์ที่ภาชนะบรรจุสุราในความควบคุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ฯก่อนขนสุราออกจากโรงงานฯ" มาตรา 13 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้ผู้ใดทำการขนสุราที่ยังมิได้เสียภาษีโดยถูกต้องออกจากโรงงานสุราฯ" นั้นจะเป็นการฝ่าฝืนอันจะเป็นผิดจะต้องขนสุรานั้นออกจากโรงงานสุราแล้ว หากยังไม่ได้ขนสุราออกจากโรงงานสุรา ก็ยังหาเป็นความผิดไม่ และคำว่าโรงงานสุรานั้น ย่อมหมายรวมถึงบริเวณหรือเขตโรงงานสุราด้วย กล่าวคือถ้าสุรานั้นยังอยู่ภายในบริเวณหรือเขตโรงงานสุราแล้ว แม้จะมีการขนเคลื่อนย้ายโดยมิได้เสียภาษีและปิดแสตมป์ให้ถูกต้องก็ยังหาเป็นความผิดไม่
จำเลยเคลื่อนย้ายเรือซึ่งบรรทุกสุราออกไปจอดที่ปากคลองของโรงงานนั้น ยังไม่พ้นเขตโรงงานสุรา ดังนี้ ย่อมต้องถือว่า ยังไม่ได้ขนสุราออกจากโรงงานสุรา ฉะนั้น แม้จะยังมิได้เสียภาษีโดยถูกต้องและมิได้ปิดแสตมป์ให้ถูกต้อง ก็ยังไม่เป็นผิดตาม พระราชบัญญัติสุรา 2493 มาตรา 7,13
จำเลยเคลื่อนย้ายเรือซึ่งบรรทุกสุราออกไปจอดที่ปากคลองของโรงงานนั้น ยังไม่พ้นเขตโรงงานสุรา ดังนี้ ย่อมต้องถือว่า ยังไม่ได้ขนสุราออกจากโรงงานสุรา ฉะนั้น แม้จะยังมิได้เสียภาษีโดยถูกต้องและมิได้ปิดแสตมป์ให้ถูกต้อง ก็ยังไม่เป็นผิดตาม พระราชบัญญัติสุรา 2493 มาตรา 7,13
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1468/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในสุกรยังไม่โอน การฉ้อโกงต้องมีผู้เสียหายโดยตรง
เจ้าของสุกรต่างจังหวัดเคยให้พ่อตาคุมสุกรมาขายให้โจทก์ที่กรุงเทพฯ ในคราวเกิดเหตุก็ให้พ่อตาควบคุมสุกรมากรุงเทพฯอีก ในใบอินวอยส่งในนามชื่อยี่ห้อโจทก์เป็นผู้รับ แต่เมื่อถึงกรุงเทพฯแล้ว พ่อตากลับเอาสุกรไปขายผู้อื่นเสีย ดังนี้ วินิจฉัยว่ากรรมสิทธิ์ในสุกรยังไม่โอนไปยังโจทก์ โจทก์จึงยังไม่ใช่ผู้เสียหาย และยังไม่เป็นกรณีฉ้อโกงโจทก์ตามกฎหมายลักษณะอาญา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1468/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในสุกรยังไม่โอน ผู้เสียหายคือผู้ส่งสุกรหรือกรมรถไฟ ไม่ใช่ผู้รับซื้อ
เจ้าของสุกรต่างจังหวัดเคยให้พ่อตาคุมสุกรมาขายให้โจทก์ที่กรุงเทพ ฯ ในคราวเกิดเหตุก็ให้พ่อตาควบคุมสุกรมากรุงเทพฯ อีก ในใบอินวอย ส่งในนามชื่อยี่ห้อโจทก์เป็นผู้รับ แต่เมื่อถึงกรุงเทพ ฯแล้ว พ่อตากลับเอาสุกรไปขายผู้อื่นเสีย ดังนี้ วินิจฉัยว่ากรรมสิทธิในสุกรยังไม่โอนไปยังโจทก์ ๆ จึงยังไม่ใช่ผู้เสียหาย และยังไม่เป็นกรณีฉ้อโกงตาม ก.ม.ลักษณะอาญา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1466/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์สัญชาติไทย: สิทธิในการร้องขอต่อศาลหรือดำเนินคดีมีข้อพิพาทตามกฎหมาย
การร้องขอพิสูจน์สัญชาติไทยตาม พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง จะทำเป็นคำร้องต่อศาลก็ได้ หรือจะฟ้องเป็นคดีมีข้อพิพาทก็ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1464/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจ้างทนาย: การถอนทนายความไม่ปลดเปลื้องภาระการจ่ายค่าจ้าง
จำเลยว่าจ้างโจทก์เป็นทนายความว่าคดีให้จำเลย ครั้นคดีอยู่ในระหว่างฎีกา จำเลยขอถอนโจทก์จากการเป็นทนายโจทก์ไม่คัดค้าน ดังนี้ ไม่มีทางที่จะทำให้จำเลยหลุดพ้นจากความผูกพันในอันจะต้องชำระค่าจ้างว่าความให้แก่โจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1464/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การถอนทนายไม่ปลดเปลื้องความผูกพันตามสัญญาจ้างว่าความ ค่าจ้างยังคงมีผล
จำเลยว่าจ้างโจทก์เป็นทนายความว่าคดีให้จำเลย ครั้นคดีอยู่ในระหว่างฎีกา จำเลยขอถอนโจทก์จากการเป็นทนายโจทก์ไม่คัดค้าน ดังนี้ ไม่มีทางที่จะทำให้จำเลยหลุดพ้นจากความผูกพันในอันจะต้องชำระค่าจ้างว่าความให้แก่โจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1463/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คดีพิพาทสัญชาติ: การฎีกาในข้อเท็จจริงสำหรับคดีสิทธิสภาพบุคคล
ในคดีที่โจทก์ฟ้องศาลขอให้ศาลสั่งแสดงว่าโจทก์มีสัญชาติไทยตามกฎหมาย และกระทรวงมหาดไทยผู้เป็นจำเลยคัดค้านนั้น เป็นคดีที่พิพาทกันว่าโจทก์เป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทยหรือเป็นคนต่างด้าว จึงเป็นคดีที่เกี่ยวด้วยสิทธิแห่งสภาพบุคคล คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1463/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อพิพาทสัญชาติไทย: คดีสิทธิสภาพบุคคล
ในคดีที่โจทก์ฟ้องศาลขอให้ศาลสั่งแสดงว่าโจทก์มีสัญชาติไทยตามกฎหมาย และกระทรวงมหาดไทยผู้เป็นจำเลยคัดค้านนั้น เป็นคดีที่พิพาทกันว่าโจทก์เป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทยหรือเป็นคนต่างด้าว จึงเป็นคดีที่เกี่ยวด้วยสิทธิแห่งสภาพบุคคล คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 7/2496)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1462/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขัดกันระหว่างคำพิพากษาในคดีอาญาและคดีแพ่งเรื่องสัญชาติ การรับสารภาพมีผลผูกพัน
จำเลยถูกฟ้องในคดีอาญาว่าเป็นคนต่างด้าว หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย จำเลยรับสารภาพจนศาลพิพากษาไป คดีถึงที่สุดแล้วภายหลังจำเลยจะมาฟ้องเป็นคดีต่อศาลขอพิสูจน์ว่าจำเลยเป็นคนไทยนั้น เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 ศาลย่อมไม่ยอมให้จำเลยสืบตามข้ออ้าง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1462/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับสารภาพในคดีอาญาแล้วมาพิสูจน์สัญชาติใหม่ในคดีแพ่ง ขัดต่อหลักกฎหมาย
จำเลยถูกฟ้องในคดีอาญาว่าเป็นคนต่างด้าว หลบหนี้เข้ามาในประเทศไทย จำเลยรับสารภาพจนศาลพิพากษาไป คดีถึงที่สุดแล้วภายหลังจำเลยจะมาฟ้องเป็นคดีต่อศาลพิศูจน์ว่าจำเลยเป็นคนไทยนั้น เป็นการขัดต่อ ป.ม.วิ.อาญามาตรา 46 ศาลย่อมไม่ยอมให้จำเลยสืบตามข้ออ้าง