Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2505 — หน้า 48

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2505" (679 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1429/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความยินยอมในการทำนิติกรรมของภริยา: ข้ออ้างเรื่องรูปแบบความยินยอมที่ไม่ถูกต้องและการไม่ยกขึ้นสู่ศาลชั้นต้น
สามีฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมที่ภรรยาทำโดยมิได้รับความยินยอม ครั้นศาลชั้นต้นฟังว่าสามีรู้เห็นยินยอมและอนุญาต สามีกลับอุทธรณ์ฎีกาว่าสามีจะต้องให้ความยินยอมเป็นหนังสือ การลงลายพิมพ์นิ้วมือโดยมีพยานรับรองเพียงคนเดียวใช้ไม่ได้นั้น เมื่อข้อกฎหมายนี้มิได้ยกขึ้นอ้างมาแต่ศาลชั้นต้นและมิใช่ข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนแล้ว ศาลฎีกาย่อมไม่วินิจฉัยให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1429/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยินยอมของคู่สมรสในการทำนิติกรรม การยกข้อกฎหมายใหม่ในชั้นฎีกา
สามีฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมที่ภรรยาทำขึ้นโดยมิได้รับความยินยอม ครั้นศาลชั้นต้นฟังว่าสามีรู้เห็นยินยอมและอนุญาต สามีกลับอุทธรณ์ฎีกาว่าสามีจะต้องให้ความยินยอมเป็นหนังสือ การลงลายพิมพ์นิ้วมือโดยมีพยานรับรองเพียงคนเดียวใช้ไม่ได้นั้น เมื่อข้อกฎหมายนี้มิได้ยกขึ้นอ้างมาแต่ศาลชั้นต้น และมิใช่ข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแล้ว ศาลฎีกาย่อมไม่รับวินิจฉัยให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1420/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าเพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ แม้ไม่ใช่ที่ทำการค้าโดยตรง ไม่คุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
การเช่าตึกเพื่อประกอบการค้า แม้จะมิได้ใช้เป็นที่ทำการค้าโดยตรง แต่ใช้เป็นที่พักอาศัยของคนทำงานบริษัทซึ่งอยู่ติดต่อกันเพื่อประโยชน์ในการค้าแล้ว ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯ ฉะนั้น เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าแล้ว ผู้ให้เช่าย่อมฟ้องขับไล่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การจดทะเบียนรับรองบุตรโดยความยินยอมของเด็กและมารดา: กรณีเด็กไร้เดียงสาและมารดาเสียชีวิต
การที่บิดาจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรนั้น เป็นเรื่องให้ประโยชน์แก่เด็ก หากปรากฏว่าผู้จะให้ความยินยอม คือ เด็กนั้นอายุน้อยไร้เดียงสา และมารดาก็ถึงแก่กรรมไปก่อน ไม่อยู่ในฐานะที่จะให้ความยินยอมได้ การจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรก็สมบูรณ์โดยไม่ต้องให้ความยินยอม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การจดทะเบียนรับรองบุตรโดยไม่มีความยินยอมจากเด็กและมารดาที่อยู่ในฐานะที่ไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ถือเป็นสมบูรณ์ตามกฎหมาย
การที่บิดาจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรนั้น เป็นเรื่องให้ประโยชน์แก่เด็ก หากปรากฏว่าผู้จะให้ความยินยอมคือ เด็กนั้นอายุน้อยไร้เดียงสาและมารดาก็ถึงแก่กรรมไปก่อนไม่อยู่ในฐานะ ที่จะให้ความยินยอมได้ การจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรก็สมบูรณ์โดยไม่ต้องให้ความยินยอม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1408/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ผู้ประกอบการเดินรถรับผิดชอบความเสียหายจากอุบัติเหตุ แม้รถเป็นของผู้อื่น แต่เข้าข่ายควบคุมและรับส่งผู้โดยสาร
ผู้ประกอบธุระกิจเดินรถโดยสารรับรถของผู้อื่นเข้ามาเดินในทาง โดยได้รับแบ่งผลประโยชน์ รถที่เดินมีชื่อของตน รวมทั้งจัดบริการและขายตั๋วให้ด้วยนั้น ถือว่าเป็นรถอยู่ในความควบคุมและรับส่งคนโดยสารในปกติธุระของผู้นั้นโดยตรงตามกฎหมายลักษณะรับขน ฉะนั้น เมื่อคนขับรถประมาททำให้ผู้โดยสารตาย ตนจึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1404/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนับโทษจำคุกคดีใหม่หลังหลบหนีคดีเดิม ห้ามหักวันต้องขังซ้ำซ้อน
จำเลยหลบหนีการคุมขังตามคำพิพากษาคดีเดิม และถูกจับมาฟ้องฐานหลบหนีการควบคุมเป็นคดีใหม่ การที่ศาลให้นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากคดีเดิมนั้น จะให้หักวันต้องขังระหว่างคดีออกจากระยะเวลาจำคุกไม่ได้ เพราะเป็นการหักวันต้องขังซ้อนกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1404/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนับโทษจำคุกคดีหลบหนีการควบคุม: ห้ามหักวันต้องขังซ้อนกัน
จำเลยหลบหนีการคุมขังตามคำพิพากษาคดีเดิมและถูกจับมาฟ้องฐานหลบหนีการควบคุมเป็นคดีใหม่ การที่ศาลให้นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากคดีเดิมนั้น จะให้หักวันต้องขังระหว่างคดีออกจากระยะเวลาจำคุกไม่ได้ เพราะเป็นการหักวันต้องขังซ้อนกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 140/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใส่ความผู้อื่นให้เสียชื่อเสียงจากคำพูดที่ชี้นำว่าการสั่งการขัดขวางพยานทำให้เสียความยุติธรรม ไม่เป็นการติชมโดยสุจริต
จำเลยถูกศาลพิพากษาลงโทษในคดีหนึ่งแล้วมากล่าวว่า'คดีนี้ไม่น่าจะแพ้เลยที่แพ้ก็เพราะเจ้าเมืองสั่งนายอำเภอเมืองไม่ให้ไปเป็นพยาน นายอำเภอเมืองเสียใจร้องไห้ที่ไม่ได้เป็นพยานเจ้าเมืองอย่างนี้ราษฎรได้รับความเดือดร้อน' เช่นนี้ แปลได้ว่า จำเลยว่าการสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดทำให้เสียความยุติธรรมเป็นเหตุให้จำเลยแพ้คดีผู้ปกครองทำอย่างนี้ราษฎรได้รับความเดือดร้อน ย่อมทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเสียชื่อเสียงหรือถูกดูหมิ่นเกลียดชังเป็นความผิดแล้ว หาใช่เป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(3) ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 140/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หมิ่นประมาท: การกล่าวอ้างการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของเจ้าพนักงาน ทำให้เสียชื่อเสียง ถือเป็นความผิด
จำเลยถูกศาลพิพากษาลงโทษในคดีหนึ่งแล้วมากล่าววว่า คดีนี้ไม่น่าจะแพ้เลย ที่แพ้ก็เพราะเข้าเมืองสั่งนายอำเภอเมืองไม่ให้ไปเป็นพยาน นายอำเภอเมืองเสียใจร้องไห้ที่ไม่ได้เป็นพยาน เข้าเมืองอย่างนี้ราษฎรได้รับความเดือนร้อน เช่นนี้ แปลได้ว่า จำเลยว่าการสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดทำให้เสียความยุติธรรม เป็นเหตุให้จำเลยแพ้คดี ผู้ปกครองทำอย่างนี้ ราษฎรได้รับความเดือดร้อน ย่อมทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเสียชื่อเสียง หรือถูกดูหมิ่นเกลียดชังเป็นความผิดแล้ว หาใช่เป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (3) ไม่
of 68 ⏮ ◀ ▶ ⏭