ผลการค้นหาตามปี "2497" (1001 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2084/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาความถูกต้องของวันเกิดเหตุและการสั่งริบปืนในคดีอาญา
เกี่ยวกับวันเกิดเหตุโจทก์ฟ้องว่าวันขึ้น 2 ค่ำ พยานโจทก์ 2 ปากแรกให้การชั้นศาลว่า วันแรม 2 ค่ำ พยานโจทก์ 2 ปากหลังให้การชั้นศาลว่าวันขึ้น 2 ค่ำแต่ชั้นสอบสวนซึ่งเป็นเวลาหลังเกิดเหตุเพียง 2 วัน พยานโจทก์ 2 ปากแรกก็ได้ให้การว่าวันขึ้น 2 ค่ำเมื่อข้อเท็จจริงยังฟังได้ว่าวันเกิดเหตุเป็นวันข้างขึ้นตามฟ้อง วันที่พยานโจทก์ 2 ปากแรกเบิกความชั้นศาลนั้นคลาดเคลื่อนไปดังนี้จะฟังว่าโจทก์ฟ้องผิดวันยังไม่ได้
ในคดีที่ฟ้องว่าจำเลยใช้ปืนยิงคนโดยเจตนานั้น เมื่อฟ้องกล่าวว่าเป็นปืนของผู้มีชื่อขอให้ริบ ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเอาปืนไปจากนายบ่ายซึ่งเป็นผู้ถือปืนอยู่ นายบ่ายจะได้ปืนมาอย่างใดและจะจดทะเบียนหรือไม่ ๆ ปรากฎเพียงเท่านี้ยังไม่พอจะสั่งให้ริบปืนของกลาง
ในคดีที่ฟ้องว่าจำเลยใช้ปืนยิงคนโดยเจตนานั้น เมื่อฟ้องกล่าวว่าเป็นปืนของผู้มีชื่อขอให้ริบ ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเอาปืนไปจากนายบ่ายซึ่งเป็นผู้ถือปืนอยู่ นายบ่ายจะได้ปืนมาอย่างใดและจะจดทะเบียนหรือไม่ ๆ ปรากฎเพียงเท่านี้ยังไม่พอจะสั่งให้ริบปืนของกลาง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 208/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สมคบกันลักทรัพย์ การกระทำความผิดเพิ่มเติมและการพิสูจน์ความร่วมมือ
สมคบกันมาลักทรัพย์ คนหนึ่งล้วงกระเป๋าลักทรัพย์ได้แล้วส่งให้อีกคนหนึ่งพาหนีไปคนแรกควักมีดออกแทงเจ้าทรัพย์เป็นเวลาภายหลังที่คนแรกพาทรัพย์หนีไปแล้ว ยังไม่พอฟังว่าคนหลังสมคบด้วย ในการที่คนแรกใช้มีดแทงคนหลังมีความผิดเพียงฐานลักทรัพย์ ไม่ผิดฐานชิงทรัพย์ด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2081-2082/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจสั่งออกหมายจับเพื่อรับสำเนาอุทธรณ์: ศาลชั้นต้นมีอำนาจโดยตรง ศาลอุทธรณ์มีอำนาจใช้ดุลพินิจ
โจทก์ขอให้ศาลอุทธรณ์ออกหมายจับ ศาลอุทธรณ์สั่งให้ยกคำร้องเสียโจทก์ฎีกาขึ้นมาได้โดยที่ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำหน่ายคดีนั้น เพราะไม่ใช่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 7/2498)
การส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่คู่ความนั้นเป็นหน้าที่ศาลชั้นต้น(อ้างฎีกาที่ 130/2482) โจทก์จึงชอบที่จะร้องขอต่อศาลชั้นต้นให้ออกหมายจับ
มาตรา 207 ไม่ใช่บทบังคับศาลอุทธรณ์ เพียงแต่ให้อำนาจศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งแล้วแต่กรณี ศาลฎีกาจะสั่งกลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว ให้ศาลอุทธรณ์สั่งศาลชั้นต้นออกหมายจับอีกต่อหนึ่งนั้นไม่ชอบ
การส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่คู่ความนั้นเป็นหน้าที่ศาลชั้นต้น(อ้างฎีกาที่ 130/2482) โจทก์จึงชอบที่จะร้องขอต่อศาลชั้นต้นให้ออกหมายจับ
มาตรา 207 ไม่ใช่บทบังคับศาลอุทธรณ์ เพียงแต่ให้อำนาจศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งแล้วแต่กรณี ศาลฎีกาจะสั่งกลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว ให้ศาลอุทธรณ์สั่งศาลชั้นต้นออกหมายจับอีกต่อหนึ่งนั้นไม่ชอบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2081-2082/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจสั่งออกหมายจับเพื่อรับสำเนาอุทธรณ์: หน้าที่ศาลชั้นต้น และขอบเขตอำนาจศาลอุทธรณ์
โจทก์ขอให้ศาลอุทธรณ์ออกหมายจับ ศาลอุทธรณ์สั่งให้ยกคำร้องเสีย โจทก์ฎีกาขึ้นมาได้โดยที่ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำหน่ายคดีนั้น เพราะไม่ใช่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตาม วิ.อาญา มาตรา 196, (ป.ช.ญ. ครั้งที่ 7/2498)
การส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่คู่ความนั้นเป็นหน้าที่ศาลชั้นต้น (อ้างฎีกาที่ 130/2482 ) โจทก์จึงชอบที่จะร้องขอต่อศาลชั้นต้นให้ออกหมายจับ
ม.207 ไม่ใช่บทบังคับศาลอุทธรณ์ เพียงแต่ให้อำนาจศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งแล้วแต่กรณีศาลฎีกาจะสั่งกลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว ให้ศาลอุทธรณ์สั่งศาลชั้นต้นออกหมายจับอีกต่อหนึ่งนั้นไม่ชอบ
การส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่คู่ความนั้นเป็นหน้าที่ศาลชั้นต้น (อ้างฎีกาที่ 130/2482 ) โจทก์จึงชอบที่จะร้องขอต่อศาลชั้นต้นให้ออกหมายจับ
ม.207 ไม่ใช่บทบังคับศาลอุทธรณ์ เพียงแต่ให้อำนาจศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งแล้วแต่กรณีศาลฎีกาจะสั่งกลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว ให้ศาลอุทธรณ์สั่งศาลชั้นต้นออกหมายจับอีกต่อหนึ่งนั้นไม่ชอบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2080/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกาย แม้ไม่ถูกตัว แต่มีเจตนาและพฤติการณ์ใกล้ชิด
ใช้มีดแทง ผู้เสียหายหลบมีดจึงไม่ถูกผู้เสียหาย เป็นความผิดตาม มาตรา 254,60
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2078/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าเสียหายจากการเช่าช่วงเกินกำหนด ศาลพิจารณาจากค่าเช่าจริง ไม่ใช่ประโยชน์ที่คาดหวัง
ค่าเสียหายที่ผู้ให้เช่าฟ้องเรียกจากผู้เช่าเนื่องจากผู้เช่าละเมิดไม่ยอมออกเมื่อครบกำหนดเช่า สำหรับค่าเสียหายนั้นเมื่อผู้ให้เช่าสืบว่าถ้าผู้ให้เช่าได้ฉายภาพยนต์ในตึกพิพาทแล้ว กะว่าจะได้ประโยชน์วันละ 2,000 บาท เมื่อปรากฏว่าตึกพิพาทเป็นโรงงิ้วจะต้องทำการดัดแปลงสถานที่และร้องขออนุญาตต่อเจ้าหน้าที่ แต่จำเลยก็ยังมิได้ขออนุญาตนั้นเป็นค่าเสียหายที่ห่างไกลกว่าเหตุจึงให้ยกเสีย
แต่การที่ผู้เช่าไม่ยอมออกตามกำหนดนั้นได้ชื่อว่าละเมิดสิทธิของผู้ให้เช่า และผู้ให้เช่าก็ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายในเรื่องนี้ไว้แล้ว(ฟ้องเรียกค่าเสียหายหมื่นบาทกับค่าเสียหายอีกวันละ 2,000 บาท)ศาลก็มีอำนาจกำหนดให้ตามที่เห็นสมควร
แต่การที่ผู้เช่าไม่ยอมออกตามกำหนดนั้นได้ชื่อว่าละเมิดสิทธิของผู้ให้เช่า และผู้ให้เช่าก็ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายในเรื่องนี้ไว้แล้ว(ฟ้องเรียกค่าเสียหายหมื่นบาทกับค่าเสียหายอีกวันละ 2,000 บาท)ศาลก็มีอำนาจกำหนดให้ตามที่เห็นสมควร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2078/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าเสียหายจากการเช่าค้างและละเมิดสิทธิของผู้ให้เช่า ศาลพิจารณาจากสัญญาและเหตุผลประกอบ
ค่าเสียหายที่ผู้ให้เช่าฟ้องเรียกจากผู้เช่าเนื่องจากผู้เช่าละเมิดไม่ยอมออกเมื่อครบกำหนดเช่าสำหรับค่าเสียหายนั้นเมื่อผู้ให้เช่าสืบว่าถ้าผู้ให้เช่าได้ฉายภาพยนต์ในตึกพิพาทแล้ว กะว่าจะได้ประโยชน์วันละ 2,000 บาท เมื่อปรากฎว่าตึกพิพาทเป็นโรงงิ้วจะต้องทำการดัดแปลงสถานที่และร้องขออนุญาตต่อเจ้าหน้าที่ แต่จำเลยก็ยังมิได้ขออนุญาตนั้นเป็นค่าเสียหายที่ห่างไกลกว่าเหตุจึงให้ยกเสีย
แต่การที่ผู้เช่าไม่ยอมออกตามกำหนดนั้นได้ชื่อว่าละเมิดสิทธิของผู้ให้เช่า และผู้ให้เช่าก็ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายในเรื่องนี้ไว้แล้ว (ฟ้องเรียกค่าเสียหายหมื่นบาทกับค่าเสียหายอีกวันละ 2,000 บาท) ศาลก็มีอำนาจกำหนดให้ตามที่เห็นสมควร
แต่การที่ผู้เช่าไม่ยอมออกตามกำหนดนั้นได้ชื่อว่าละเมิดสิทธิของผู้ให้เช่า และผู้ให้เช่าก็ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายในเรื่องนี้ไว้แล้ว (ฟ้องเรียกค่าเสียหายหมื่นบาทกับค่าเสียหายอีกวันละ 2,000 บาท) ศาลก็มีอำนาจกำหนดให้ตามที่เห็นสมควร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2077/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรุกล้ำที่ดินด้วยสิ่งปลูกสร้าง ไม่ถือเป็นการครอบครองปรปักษ์
การที่สิ่งก่อสร้างในที่ดินแปลงหนึ่งเอนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินอีกแปลงหนึ่งนั้น ไม่ใช่เป็นการครอบครองที่ดินของผู้อื่น ฉะนั้นเจ้าของที่ดินที่สิ่งปลูกสร้างของตนรุกล้ำเข้าไปจะอ้างการครอบครองปรปักษ์เอาที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์หาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2077/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรุกล้ำที่ดินด้วยสิ่งปลูกสร้างไม่ใช่การครอบครองปรปักษ์ เจ้าของที่ดินไม่สามารถอ้างกรรมสิทธิ์ได้
การที่สิ่งก่อสร้างในที่ดินแปลงหนึ่ง เอนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินอีกแปลงหนึ่งนั้น ไม่ใช่เป็นการครอบครองที่ดินของผู้อื่น ฉะนั้นเจ้าของที่ดินที่สิ่งปลูกสร้างของตนรุกล้ำเข้าไปจะอ้างการครอบครองปรปักษ์เอาที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์หาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2076/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
บุตรไม่ใช่ทรัพย์สิน แม้อุปการะเลี้ยงดู ก็ไม่มีสิทธิในอำนาจปกครอง
บุคคลไม่ใช่ทรัพย์สิน บุตรจึงไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของบิดามารดที่จะมอบให้บุคคลอื่นได้
เด็กจะเป็นบุตรที่ชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายของบิดาก็ตามเมื่อบิดาถึงแก่กรรมและไม่ปรากฎว่ามารดาถูกถอนอำนาจปกครองเหนือเด็กนั้นอยู่ บุคคลอื่นแม้จะได้อุปการะมานานและสิ้นเงินไปเพียงใดก็ตาม หาก่อให้เกิดสิทธิที่จะได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครองเด็กนั้นขึ้นมาไม่
เด็กจะเป็นบุตรที่ชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายของบิดาก็ตามเมื่อบิดาถึงแก่กรรมและไม่ปรากฎว่ามารดาถูกถอนอำนาจปกครองเหนือเด็กนั้นอยู่ บุคคลอื่นแม้จะได้อุปการะมานานและสิ้นเงินไปเพียงใดก็ตาม หาก่อให้เกิดสิทธิที่จะได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครองเด็กนั้นขึ้นมาไม่