ผลการค้นหาตามปี "2490" (684 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 932/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าสินไหมทดแทนจากการเลิกสัญญาจ้างทำของ ครอบคลุมถึงกำไรที่ขาดหายไป
ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น ย่อมหมายถึงความเสียหายที่ย่อมเกิดขึ้นแต่การเลิกสัญญาหรือการไม่ชำระหนี้ การขาดประโยชน์ที่ตนควรมีควรได้ หากมิได้มีการเลิกสัญญาย่อมเป็นความเสียหายอันหนึ่ง
การจ้างทำของนั้น สินจ้างมิได้จำกัดว่าจะต้องเป็นสิ่งที่ให้ตอบแทนพอดีฉะเพาะแต่ทุนและค่าแรงงานเสมอไป สินจ้างอาจรวมถึงผลประโยชน์ที่นอกเหนือไปจากทุนและแรงงานที่เรียกกันว่ากำไร นั้นก็ได้
ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาจ้างทำของ โดยผู้รับจ้างมิได้ทำผิดสัญญา เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างขาดกำไรที่ควรจะได้ ถ้าไม่มีการเลิกสัญญาไปเท่าใด ผู้ว่าจ้างต้องรับสนองชดใช้ให้เป็นค่าสินไหมทดแทน.
การจ้างทำของนั้น สินจ้างมิได้จำกัดว่าจะต้องเป็นสิ่งที่ให้ตอบแทนพอดีฉะเพาะแต่ทุนและค่าแรงงานเสมอไป สินจ้างอาจรวมถึงผลประโยชน์ที่นอกเหนือไปจากทุนและแรงงานที่เรียกกันว่ากำไร นั้นก็ได้
ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาจ้างทำของ โดยผู้รับจ้างมิได้ทำผิดสัญญา เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างขาดกำไรที่ควรจะได้ ถ้าไม่มีการเลิกสัญญาไปเท่าใด ผู้ว่าจ้างต้องรับสนองชดใช้ให้เป็นค่าสินไหมทดแทน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าระงับแล้ว ผู้เช่ายึดครองทรัพย์สินต่อไม่ได้ความคุ้มครอง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน คุ้มครองแต่เฉพาะผู้เช่าในวันใช้ พ.ร.บ.นั้น เป็นต้นมา
สัญญาเช่าระงับลงแล้วก่อนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แต่ผู้เช่าไม่ยอมส่งทรัพย์ที่เช่าคืน คงอยู่ต่อมาจนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้ว ผู้เช่าก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ฉบับใหม่ เพราะยึดถือทรัพย์สินนั้นไว้โดยมิชอบ เป็นการละเมิดสิทธิ จึงไม่อยู่ในฐานะผู้เช่าต่อไป
สัญญาเช่าระงับลงแล้วก่อนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แต่ผู้เช่าไม่ยอมส่งทรัพย์ที่เช่าคืน คงอยู่ต่อมาจนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้ว ผู้เช่าก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ฉบับใหม่ เพราะยึดถือทรัพย์สินนั้นไว้โดยมิชอบ เป็นการละเมิดสิทธิ จึงไม่อยู่ในฐานะผู้เช่าต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสิ้นสุดสัญญาเช่าและการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ผู้เช่าที่ยึดครองทรัพย์สินหลังสัญญาหมดอายุ ไม่ได้รับการคุ้มครอง
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน คุ้มครองแต่ฉะเพาะผู้เช่าในวันใช้ พ.ร.บ. นั้น เป็นต้นมา.
สัญญาเช่าระงับลงแล้วก่อนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แต่ผู้เช่าไม่ยอมส่งทรัพย์ที่เช่าคืน คงอยู่ต่อมาจนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้วผู้เช่าก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ฉะบับใหม่ เพราะยึดถือทรัพย์สินนั้นไว้โดยมิชอบ เป็นการละเมิดสิทธิ จึงไม่อยู่ในฐานะผู้เช่าต่อไป.
สัญญาเช่าระงับลงแล้วก่อนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แต่ผู้เช่าไม่ยอมส่งทรัพย์ที่เช่าคืน คงอยู่ต่อมาจนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้วผู้เช่าก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ฉะบับใหม่ เพราะยึดถือทรัพย์สินนั้นไว้โดยมิชอบ เป็นการละเมิดสิทธิ จึงไม่อยู่ในฐานะผู้เช่าต่อไป.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 930/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้ความรุนแรงป้องกันทรัพย์สิน: การยิงผู้ลักทรัพย์ต้องพิจารณาความจำเป็นและเหตุผลสมควร
เห็นคนในสวนทุเรียนในเวลาค่ำคืน เข้าใจว่าเป็นคนร้ายร้องทักถามแล้วไม่ได้รับคำตอบจึงใช้ปืนแก๊ปยิงไป 1นัด ถูกที่ขา บาดเจ็บสาหัส ดังนี้เป็นการกระทำอันเกินสมควรแก่เหตุ และมีความผิด
ใช้ปืนแก๊บยิงคนร้ายถูกขาอ่อนทะลุเป็นบาดแผลสาหัส และเจตนาป้องกันทรัพย์และมีพฤติการณ์อื่นประกอบ ถือว่ามีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่พยายามฆ่าคน
ใช้ปืนแก๊บยิงคนร้ายถูกขาอ่อนทะลุเป็นบาดแผลสาหัส และเจตนาป้องกันทรัพย์และมีพฤติการณ์อื่นประกอบ ถือว่ามีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่พยายามฆ่าคน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 930/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้กำลังป้องกันทรัพย์สิน: เกินสมควรแก่เหตุ แม้เป็นผู้กระทำผิด
เห็นคนในสวนทุเรียนในเวลาค่ำคืน เข้าใจว่าเป็นคนร้าย ร้องทักถามแล้วไม่ได้รับคำตอบ จึงใช้ปืนแก๊บยิงไป 1 นัด ถูกที่ขา บาดเจ็บสาหัสดังนี้เป็นการกระทำอันเกินสมควรแก่เหตุ และมีความผิด
ใช้ปืนแก๊บยิงคนร้ายถูกขาอ่อนทลุเป็นบาดแผล สาหัส และเจตนาป้องกันทรัพย์ และมีพฤตติการณ์อื่นประกอบ ถือว่ามีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่พยายามฆ่าคน.
ใช้ปืนแก๊บยิงคนร้ายถูกขาอ่อนทลุเป็นบาดแผล สาหัส และเจตนาป้องกันทรัพย์ และมีพฤตติการณ์อื่นประกอบ ถือว่ามีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่พยายามฆ่าคน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 929/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาไม่รับเนื่องจากไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงโดยย่อ แม้จะอ้างว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อน
ฎีกาต้องระบุข้อเท็จจริงโดยย่อ ถ้ากล่าวแต่เพียงว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อน ขอยื่นฎีกาสืบไปดังที่ได้บรรยายคัดค้านไว้ในฟ้องอุทธรณ์ เพียงเท่านี้ถือว่ามิได้ระบุข้อเท็จจริงแม้แต่โดยย่อ รับเป็นฎีกาไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 927/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลงโทษจำเลยที่ไม่ได้รับฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และขอบเขตการพิจารณาของศาลฎีกา
คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยทุกคน แต่จำเลยบางคนไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงยังไม่ได้ฎีกาด้วยนั้น แม้ศาลฎีกาจะพิพากษาไม่ลงโทษจำเลยที่ฎีกา แม้เป็นเหตุในส่วนลักษณะคดีก็ตามศาลฎีกาก็ไม่พิพากษาไปถึงจำเลยผู้ที่ยังมิได้ไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 927/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำเลยไม่ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ย่อมไม่มีสิทธิฎีกา แม้ศาลฎีกาพิพากษาในส่วนของจำเลยอื่น
คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยทุกคน แต่จำเลยบางคนไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงยังไม่ได้ฎีกาด้วยนั้น แม้ศาลฎีกาจะพิพากษาไม่ลงโทษจำเลยที่ฎีกา แม้เป็นเหตุในส่วนลักษณะคดีก็ตามศาลฎีกาก็ไม่พิพากษาไปถึงจำเลยผู้ที่ยังมิได้ไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ด้วย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 926/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ตัวผู้กระทำผิดลักทรัพย์จากพยานหลักฐาน การพิจารณาความน่าเชื่อถือของพยาน และการกลับคำพิพากษา
เอากระบือใส่คอกไว้แล้วไปนอนที่อื่น จนประมาณ 4.00 น. คืนเดียวกันนั้น จึงทราบว่ากระบือหาย ได้ออกติดตามรอยไปเป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ถึงที่แห่งหนึ่งเวลา 8.00 น. พบจำเลยกำลังพากระบือไปข้างหน้าจำเลยเหลียวมาเห็น ก็ทิ้งกระบือแล้วหนีเข้าป่า ดังนี้ ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 926/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ตัวผู้กระทำผิดฐานลักทรัพย์จากพยานหลักฐานและการกลับคำพิพากษา
เอากระบือใส่คอกไว้แล้วไปนอนที่อื่น จนประมาณ 4.00 น. คืนเดียวกันนั้น จึงทราบว่ากระบือหาย ได้ออกติดตามรอยไปเป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ถึงที่แห่งหนึ่งเวลา 8.00 น. พบจำเลยกำลังพากระบือไปข้าหน้า จำเลยเหลียวมาเห็น ก็ทิ้งกระบือแล้วหนีเข้าป่า ดังนี้ ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ได้.