Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2491 — หน้า 50

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2491" (935 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 423/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำรับสารภาพประกอบพยานแวดล้อมเพียงพอ ศาลลงโทษจำเลยได้ แม้พยานไม่หนักแน่น
ในคดีที่จำเลยรับสารภาพแต่เพราะเป็นคดีมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงถึง 10 ปี ศาลจึงต้องฟังพยานโจทก์ต่อไปจนกว่าจะเป็นที่พอใจว่าจำเลยกระทำผิดจริงนั้นพยานที่ศาลจะต้องฟังนี้ ไม่จำเป็นที่จะต้องถึงขนาดที่จะใช้ลงโทษได้อย่างในคดีที่จำเลยปฏิเสธเพียงแต่มีเหตุผลแวดล้อมให้เป็นที่พอใจศาลว่าจำเลยให้การรับสารภาพตามความจริง ไม่มีเหตุผลสงสัยว่าจะรับแทนผู้อื่นแล้วก็พอฟังลงโทษจำเลยได้ เพราะมีคำรับของจำเลยเป็นหลักอยู่แล้ว.
โจทก์มีพยานเห็นจำเลยกับผู้ตายและผู้อื่นเกิดทุ่มเถียงกันในวงเสพสุรา ต่อมาในเวลาใกล้ชิดกันนั้น มีผู้พบศพผู้ตายในวงเสพสุรานั้น เมื่อจำเลยรับสารภาพโดยดีว่าได้เป็นผู้ทำร้ายผู้ตาย ตายศาลฟังว่าจำเลยทำร้ายผู้ตาย ตายดังคำรับสารภาพได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 422/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อุปการะช่วยเหลือนักโทษหลบหนี ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย
จำเลยทราบดีว่านักโทษจะหนีออกจากเรือนจำ จำเลยได้นำรถยนต์ไปคอยรับตรงที่นักโทษจะหนีออกมา เมื่อนักโทษหนีออกมาจากเรือนจำแล้ว จำเลยรับนักโทษเหล่านั้นขับหนีไปดังนี้ นับว่าเป็นการอุปการะให้หนีได้ ต้องมีความผิดตามกฏหมายลักษณะอาญามาตรา 165.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 422/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การช่วยเหลือนักโทษหลบหนีเข้าข่ายอุปการะตามกฎหมายอาญา แม้จะเกิดขึ้นหลังการหลบหนี
จำเลยทราบดีว่านักโทษจะหนีออกจากเรือนจำ จำเลยจึงนำรถยนต์ไปคอยรับตรงที่นักโทษจะหนีออกมา เมื่อนักโทษหนีออกมาจากเรือนจำแล้ว จำเลยรับนักโทษเหล่านั้นขับหนีไปดังนี้นับว่าเป็นการอุปการะให้หนีได้ ต้องมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 165

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 420/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แปลงหนี้จำนองเป็นขายฝาก: สัญญาเดิมระงับ สัญญาใหม่บังคับได้ ดอกเบี้ยค้างชำระรวมต้นเงินได้
เดิมจดทะเบียนจำนองที่ไว้แก่เขา ภายหลังตกลงเปลี่ยนเป็นทำสัญญาทะเบียนขายฝาก ดังนี้ เป็นการแปลงหนี้จำนองเดิมเป็นขายฝาก สัญญาจำนองเดิมเป็นอันระงับสิ้นไปในตัว บังคับตามสัญญาขายฝากได้โดยไม่จำต้องจดทะเบียนเพิกถอนสัญญาจำนองเดิมเสียก่อน
การตกลงกันให้เอาดอกเบี้ยที่ค้างอยู่กว่า 5 ปี ตามสัญญาจำนองมาคิดรวมเป็นต้นเงินในสัญญาขายฝาก+ขึ้นใหม่นั้นก็หาต้องห้ามตามกฏหมายไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 420/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแปลงหนี้จำนองเป็นขายฝาก: สัญญาจำนองระงับ และการคิดดอกเบี้ยค้างชำระเป็นต้นเงิน
เดิมจดทะเบียนจำนองที่ไว้แก่เขาภายหลังตกลงเปลี่ยนเป็นทำสัญญาจดทะเบียนขายฝากดังนี้ เป็นการแปลงหนี้จำนองเดิมเป็นขายฝากสัญญาจำนองเดิมเป็นอันระงับสิ้นไปในตัว บังคับตามสัญญาขายฝากได้โดยไม่จำต้องจดทะเบียนเพิกถอนสัญญาจำนองเดิมเสียก่อน
การตกลงกันให้เอาดอกเบี้ยที่ค้างอยู่กว่า 5 ปีตามสัญญาจำนองมาคิดรวมเป็นต้นเงินในสัญญาขายฝากที่ทำขึ้นใหม่นั้นหาต้องห้ามตามกฎหมายไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 419/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทรัสต์ต้องมีการยกกรรมสิทธิ์และวัตถุประสงค์ชัดเจน การสั่งให้ทำบุญอย่างกว้างๆ ไม่ถือเป็นทรัสต์
ที่จะเป็นทรัสต์นั้น ต้องมีข้อความเห็นได้ว่ายกกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ให้ แต่ผูกมัดไว้ว่าผู้ได้รับกรรมสิทธิ์นั้นจะต้องใช้ทรัพย์นั้นให้เป็นประโยชน์แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือหลายคนอันกำหนดตัวแน่นอนหรือเพื่อสาธารณกุศลอันแน่นอน การที่สั่งไว้ในพินัยกรรมว่าให้เก็บผลประโยชน์ทรัพย์ของผู้วายชนม์ไว้สำหรับทำบุญให้ผู้วายชนม์ ต่อไปนั้นเป็นคำที่กว้างไม่แน่นอนว่าอะไรต้องเข้าใจว่าเพียงแต่ผู้วายชนม์ได้แสดงความประสงค์ไว้เช่นนั้นยังไม่ใช่ทรัสต์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 419/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การก่อตั้งทรัสต์ต้องมีการยกกรรมสิทธิ์และผูกมัดการใช้ประโยชน์ที่ชัดเจน การสั่งให้ทำบุญทั่วไปไม่ถือเป็นทรัสต์
ที่จะเป็นตรัสต์นั้น ต้องมีข้อความเห็นได้ว่า ยกกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ให้ แต่ผูกมัดไว้ว่าผ้ได้รับกรรมสิทธ์นั้นจะตอ้งใช้ทรัพย์นั้นให้เป็นประโยชน์แก่บุคคลใดบุคคลหนี่ง หรือหลายคนอันกำหนดตัวแน่นอนหรือเพื่อสาธารณะกุศลอันแน่นอน การที่สั่งไว้ในพินักรรม์ว่าให้เก็บผลประโยชน์ทรัพย์ของผู้วายชนมไว้สำหรับทำบุญให้ผู้วายชนม์ ต่อไปนั้น เป็นคำที่กว้างไม่แน่นอนว่าอะไร ต้องเข้าใจว่าเพียงแต่ผู้วายชนม์ได้แสดงความประวงค์ไว้เช่นนั้นยังไม่ใช่ตรัสต์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การริบเรือมาดที่ใช้บรรทุกข้าวผิดกฎหมาย พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว แม้จะเช่ามาก็ต้องริบหากพิสูจน์ไม่ได้
พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว บัญญัติไว้ชัดว่า การขนข้าวย้ายออกนอกเขตต์ ฯลฯ ให้ริบข้าวรวมทั้งสิ่งบรรจุและพาหนะใด ๆ ที่ใช้บรรทุกข้าวนั้นเสีย เป็นการบังคับไว้ให้ริบ +จำเลยใช้เรือมาดซึ่งฟังได้ว่าเป็น+ของจำเลยบรรทุกข้าวออกนอกเขตต์ ฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการสำรวจและห้ามกักกันข้าว ศาลต้องริบเรือมาดที่ใช้เป็นพาหนะนั้นเสียด้วย โดยไม่ต้องคำนึงว่า การบรรทุกข้าวเป็นปัจจับสำคัญหรือไม่.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การริบเรือมาดจากการขนย้ายข้าวผิดกฎหมาย แม้เช่ามาก็ต้องริบหากไม่มีหลักฐาน
พระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าวบัญญัติไว้ชัดว่าการขนย้ายข้าวออกนอกเขต ฯลฯ ให้ริบข้าวรวมทั้งสิ่งบรรจุและพาหนะใดๆที่ใช้บรรทุกข้าวนั้นเสียเป็นการบังคับไว้ให้ริบ
จำเลยใช้เรือมาดซึ่งฟังได้ว่าเป็นเรือของจำเลยบรรทุกข้าวออกนอกเขตฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการสำรวจและห้ามกักกันข้าว ศาลต้องริบเรือมาดที่ใช้เป็นพาหนะนั้นเสียด้วยโดยไม่ต้องคำนึงว่า การบรรทุกข้าวเป็นปัจจัยสำคัญหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 417/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แจ้งความเท็จเรื่องหนี้สินและการทำลายทรัพย์สิน อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นได้
แจ้งความเท็จอันไม่เกี่ยวกับการกระทำผิดอาญา เป็นความผิดตามกฏหมายลักษณะอาญามาตรา 118 วรรคต้น ถ้าเป็นเรื่องแจ้งความเท็จเกี่ยวกับการกระทำผิดอาญาต้องโทษตามวรรคที่แก้ไขเพิ่มเติม โดย พ.ร.บ.แก้ไข พ.ศ.2477 (ฉะบับที่ 3)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยแจ้งความเท็จว่าโจทก์ซื้อเชื่อร่มของจำเลยไป ไม่ยอมใช้ราคาและฉีกร่มนั้นขาดเสียหาย. ส่วนความจริงจำเลยยินยอมให้ร่มแก่โจทก์เพื่อทดแทนร่มที่จำเลยทำของโจทก์เสียหายดังนี้ ถ้าเป็นความจริงดังฟ้องก็ถือได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายและเป็นความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 118 วรรคต้น.
of 94 ⏮ ◀ ▶ ⏭